โจ๊กเผาตัวเอง–พรรคพีระพังยังดิ้นต่อ

“โจ๊กเผาตัวเอง–พรรคพีระพังยังดิ้นต่อ” สองฉากต่างมุมของคนไม่ยอมแพ้ในสนามอำนาจ

โดย aekdon

ช่วงนี้หน้าจอโซเชียลแทบไม่ต้องเปลี่ยนช่องก็เจอ “โจ๊ก–พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล” โผล่ทุกแพลตฟอร์ม ไล่ตั้งแต่ทีวี ยูทูบ จนถึง TikTok พูดไปเรื่อย “นะครับนะ” สไตล์เฉพาะตัว แต่ยิ่งพูดกลับยิ่งเผยธาตุแท้ในสิ่งที่พยายามปิด — “โจ๊กเผาตัวเอง” กลายเป็นวลีที่สะท้อนภาพอดีตนายตำรวจใหญ่ซึ่งกำลังดิ้นท่ามกลางไฟของคดี และแสงของสื่อ

🔥 โจ๊กเผาตัวเอง ยิ่งพูดยิ่งพัง

จากตำรวจเจ้าของวลี “ระบบเลวแต่ผมดี” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กลับกลายเป็นผู้ต้องสงสัยในหลายคดี ทั้งบัญชีทรัพย์สินไม่โปร่งใส ร่ำรวยผิดปกติ ฟอกเงินเว็บพนัน และใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ส่วนตน แต่แทนที่จะเงียบ รอชี้แจงในกระบวนการยุติธรรม “โจ๊ก” กลับเลือกขึ้นเวทีสื่อ ออกทุกช่อง สาดเสียงใส่องค์กรตัวเอง

และยิ่งพูดก็ยิ่งขุดแผลเก่าออกมาเอง — โดยเฉพาะตอนที่เจ้าตัวพูดอวดในรายการหนึ่งว่า

“ตอนเป็น ผกก.หาดใหญ่ ผมพัฒนาโรงพักด้วยเงินตัวเอง 10 ล้าน หลวงไม่ให้ ผมหามาเอง…”

คำพูดนั้นกลายเป็น “ไฟลามทุ่ง” ในโลกออนไลน์ เพราะคำถามเดียวที่ทุกคนอยากรู้คือ — เงินเดือน 7 หมื่นจะไปขุดทองจากไหนมา 10 ล้าน?

แทนที่จะดูเป็นตำรวจใจบุญ กลับกลายเป็นประจานตัวเองเรื่อง “เงินสีเทา” โดยไม่ต้องมีใครเปิดโปง

ยิ่งเมื่อคดี ป.ป.ช. ใกล้ถึงวันตัดสิน เสียงพูดของ “โจ๊ก” ยิ่งดังราวกับต้องการกลบเสียงคำพิพากษา แต่สังคมฟังแล้วเห็นชัดว่า นี่คือการ “ล้างภาพตัวเองกลางสื่อ” มากกว่าการเปิดโปงเพื่อปฏิรูปองค์กร

⚖️ สังคมไทยวันนี้...ระหว่าง “แสงจริง” กับ “แสงหลอก”

ในยุคที่สื่อสังคมเปิดโอกาสให้ทุกคนเป็นผู้เล่าเรื่องของตัวเอง “ความจริง” จึงไม่ได้วัดจากเสียงดัง แต่จาก “ความน่าเชื่อถือ”

กรณี “โจ๊ก” จึงกลายเป็นบทเรียนใหม่ของคนในอำนาจ — ยิ่งพยายามพูดให้ดูดี หากเนื้อในไม่สะอาด สุดท้ายคำพูดจะย้อนกลับมาเผาตัวเอง

ด้าน “พรรคพีระพัง” ยังไปต่อ — ตั้ง “ชัช เตาปูน” นั่งเลขาฯ

ขณะที่อีกมุมของสนามการเมือง “พรรครวมไทยสร้างชาติ” หรือที่ชาวเน็ตเริ่มเรียกประชดว่า “พรรคพีระพัง” ยังไม่ยอมยุบธง

หลังสมาชิกรุ่นใหญ่ทยอยแยกย้ายไปอยู่กับ “อนุทิน” และพรรคภูมิใจไทย เหลือเพียง “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” ที่ยังยืนหยัดสู้ต่อ ล่าสุดที่ประชุมพรรคมีมติเลือก “ชัชวาลล์ คงอุดม” หรือ “ชัช เตาปูน” มารับตำแหน่งเลขาธิการพรรค เพื่อฟื้นพลังในช่วงขาลง

“พีระพันธุ์” อ้างผลงานสมัยคุมกระทรวงพลังงาน ทั้งตรึงราคาก๊าซ ลดค่าไฟ และตั้งเป้าจะลดลงเหลือ 3.70 บาทต่อหน่วย หากได้กลับมาบริหารอีกครั้ง ส่วน “ชัช เตาปูน” ก็ประกาศร่วมทางด้วยเหตุผลว่า “หัวหน้าพีเป็นคนดี ซื่อสัตย์ และตั้งใจทำเพื่อประเทศ”

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์การเมืองมองต่าง — ระบุว่า รทสช. ไม่มีฐานเสียงชัดเจน ไม่มีอุดมการณ์ใหม่ และขาดพื้นที่ยืนทางนโยบาย อาจเหลือสถานะเพียง “พรรคไม้ประดับ” ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

🧭 บทสรุปสองฝั่งไฟ

ด้านหนึ่ง “โจ๊ก” กำลังเผาตัวเองด้วยคำพูด

อีกด้าน “พีระพันธุ์” กำลังสู้เพื่อพรรคที่แทบไม่เหลือคนอยู่

ต่างฝ่ายต่างพยายาม “ดิ้นให้รอด” ท่ามกลางไฟแห่งการเมืองและภาพลักษณ์ที่พังลงเอง

แต่ในความเหมือนกันของทั้งคู่ คือคำถามเดียวกันจากสังคม—

“คุณกำลังสู้เพื่ออุดมการณ์ หรือแค่สู้เพื่อไม่ให้ตัวเองจมหายไปจากเวทีอำนาจ?”

https://news-wanmai.blogspot.com/2025/11/blog-post_2.html #ติดเทรนด์ #ข่าวด่วน #ข่าวดัง #บิ๊กโจ๊ก

2025/11/3 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในยุคที่สื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างภาพลักษณ์และเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารต่าง ๆ ของบุคคลที่มีอำนาจหรือผู้เล่นในสนามการเมืองจึงแปรเปลี่ยนไปอย่างมาก กรณีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือที่รู้จักกันในชื่อ "โจ๊ก" เป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการสื่อสารสาธารณะ เมื่อเขาพยายามใช้แพลตฟอร์มออนไลน์และสื่อกระแสหลักในการแสดงจุดยืนและชี้แจงตัวเองแต่กลับส่งผลย้อนแย้งมากกว่าการช่วยล้างมลทิน โดยมีคำพูดที่อวดอ้างเรื่องการใช้เงินส่วนตัวพัฒนาโรงพักกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและที่มาของเงิน การที่โจ๊กเลือกเปิดใจพูดมากขึ้นภายใต้เสียงวิจารณ์และกระแสทางลบ กลายเป็นเหมือนการ "เผาตัวเอง" ที่สะท้อนถึงความเปราะบางของภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของเขาในสาธารณะ ในขณะเดียวกัน พรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งถูกเรียกอย่างประชดประชันว่า "พรรคพีระพัง" หลังจากสมาชิกกลุ่มหนึ่งทยอยย้ายไปสังกัดพรรคอื่น แต่ยังคงมีการตั้งใจฟื้นฟูพรรคผ่านการแต่งตั้งเลขาธิการคนใหม่ "ชัช เตาปูน" ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามดิ้นรนเป็น "พรรคไม้ประดับ" ในการเมือง แม้กูรูหลายฝ่ายมองว่าพรรคนี้ขาดฐานเสียงและนโยบายที่ชัดเจน แต่ยังถือเป็นภาพสะท้อนของระบบการเมืองที่เต็มไปด้วยเกมการรักษาอำนาจและการแข่งขันของฝ่ายต่าง ๆ ที่ยังคงเวียนวนโดยไม่มีความชัดเจนทางอุดมการณ์ ในภาพรวม การเคลื่อนไหวของทั้งสองฝ่ายตั้งคำถามต่อสาธารณชนว่าเป็นการสู้เพื่ออุดมการณ์ที่แท้จริงหรือแค่พยายามรักษาตัวในสนามอำนาจ ซึ่งประเด็นนี้ก็สะท้อนถึงภาพใหญ่ของการเมืองไทยในยุคสมัยนี้ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ความไม่แน่นอน และการต่อสู้ในเวทีสาธารณะผ่านการใช้สื่อที่หลากหลาย ทั้งหมดนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ผู้มีอำนาจและผู้เล่นทางการเมืองควรใคร่ครวญ เพื่อไม่ให้ "ไฟแห่งการเมือง" เผาผลาญภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของตนเองจนพังทลายลงในที่สุด