จากคำว่า ปกติที่ไม่ปกติ … เมื่อคำพูดหมอเจ็บกว่าความเจ็บป่วย

“จากคำว่า ปกติที่ไม่ปกติ … เมื่อคำพูดหมอเจ็บกว่าความเจ็บป่วยที่พาเราไปโรงพยาบาล”

โดย aekdon

ในสังคมไทยวันนี้ เราต้องยอมรับความจริงว่า คำว่า “ปกติ” จากปากหมอบางคน ไม่ได้ “ปกติ” เลยสักนิด

ผู้ป่วยจำนวนมากเดินออกจากห้องฉุกเฉิน ทั้งที่ร่างกายอาจไม่เป็นอะไรหนัก…

แต่ใจกลับบอบช้ำจากคำพูดที่ไร้ความเมตตา

นี่คือ “ปกติที่ไม่ปกติ” ซึ่งไม่ควรเกิดในวิชาชีพที่ถูกยกย่องว่าต้อง “รักษาชีวิต” ไม่ใช่ “ทำร้ายจิตใจ”

หมอที่ดีควรมีอะไรบ้าง? (พื้นฐานที่สุด แต่กลับหายากที่สุดในยุคนี้)

1) การสื่อสารอย่างมีสติ (Mindful Communication)

ไม่พูดดูถูก

ไม่ประชด

ไม่เร่งรัด หรือไล่คนไข้แบบขาดมนุษยธรรม

คำพูดเรียบง่าย สุภาพ และให้ความหวังในระดับ “รับผิดชอบได้”

เพราะผู้ป่วยทุกคนเดินเข้ามาด้วยความกลัว ความกังวล และความไม่รู้

หมอเพียงคำสองคำสามารถทำให้ใจคนไข้ “สงบ” หรือ “เสียศูนย์” ได้ทันที

2) สังเกตอาการ ไม่สังเกตท่าที

หมอที่ดี “มองอาการ ไม่ตัดสินบุคลิก”

ผู้ป่วยบางคนพูดไม่เก่ง

ผู้ป่วยบางคนกังวลจนพูดซ้ำ

ผู้ป่วยบางคนเจ็บจนสื่อสารไม่ได้

หน้าที่หมอคือ “หาสิ่งผิดปกติในสิ่งที่ดูปกติ” ไม่ใช่ตัดสินว่า

“ไม่มีอะไรหรอกเดี๋ยวก็หาย”

นี่แหละ “ปกติที่ไม่ปกติ” ตัวจริง

3) จรรยาบรรณแพทย์: ไม่ใช่หนังสือ แต่คือหัวใจ

เคารพสิทธิผู้ป่วย

รักษาความลับ

ไม่เหยียด ไม่แบ่งชนชั้น

ไม่ใช้อารมณ์

ไม่พูดให้ผู้ป่วยรู้สึกด้อยค่า

ในห้องฉุกเฉิน ความไวเป็นสิ่งสำคัญ แต่ “ความหยาบ” ไม่ใช่ข้ออ้าง

ความกดดันไม่ใช่ใบอนุญาตให้ทำตัวไร้เมตตา

สิ่งที่หมอไม่ควรทำเด็ดขาด

ใช้น้ำเสียงประชดเหยียด เช่น “แค่นี้ก็มา?”

ด่าหรือแสดงอารมณ์

ตัดสินผู้ป่วยจากหน้าตา อาชีพ ฐานะ

ไม่อธิบายการรักษา

ปล่อยให้นักศึกษาแพทย์สื่อสารแทนโดยไม่มีการควบคุม

เพราะคำพูดหมอสามารถกลายเป็น “มีดโกนอารมณ์” ที่ทำร้ายผู้ป่วยได้มากกว่าความเจ็บป่วย

หมอฉุกเฉินโดยเฉพาะ… ต้อง “เข้าใจ” ไม่ใช่แค่ “รักษา”

ER คือสนามที่ความเป็นมนุษย์สำคัญที่สุด

คนไข้มาด้วยความกลัวเป็นอันดับแรก

มาด้วยความเจ็บเป็นอันดับสอง

และมาด้วยความไม่รู้เป็นอันดับสาม

หมอต้องโอบรับอารมณ์เหล่านี้… ไม่ใช่ผลักไสหรือดูถูก

ข้อคิดถึงว่าที่หมอ หมอใหม่ และหมอปากไม่ดี

“อาชีพแพทย์ไม่ใช่อาชีพเหนือคนอื่น

แต่เป็นอาชีพที่ควรมีหัวใจเหนือความโกรธ และคำพูดเหนืออารมณ์”

คุณอาจรักษาโรค แต่คำพูดบางคำทำให้ผู้ป่วยเจ็บจนรักษาไม่หาย

สิ่งที่คนไข้จำไม่ใช่ยา...

แต่คือวิธีที่หมอทำให้เขา “รู้สึก”

ถ้าคุณเป็นหมอที่ดีได้เพียง 10% แต่พูดดีและเข้าใจคนไข้ 90%

คุณจะเป็นหมอที่คนรัก

แต่ถ้าคุณเก่ง 100% แต่ปากร้าย

คุณก็เป็นเพียง “คนฉลาดที่โลกไม่อยากเข้าใกล้”

กฎหมายที่เกี่ยวกับคำพูดหมอ

อย่าคิดว่า “พูดอะไรไปก็จบในห้องตรวจ” เพราะ…

พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค

ผู้ป่วยสามารถร้องเรียนได้ หากหมอมี

พฤติกรรมหยาบคาย

คำพูดก้าวร้าว

การบริการที่ไม่เหมาะสม

การทำให้เกิดความเสียหายทางจิตใจ

กฎหมายแพ่ง–อาญา (หมิ่นประมาท / ดูหมิ่น)

หากหมอพูดในเชิงเหยียด ดูถูก ประจาน

ข้อบังคับแพทยสภา

หมออาจโดนสอบจรรยาบรรณ

โดนพักใช้ใบประกอบโรคศิลป์

หรือร้ายแรงถึงขั้นเพิกถอน

คำพูดหมอไม่ใช่ลมปากลอย ๆ

แต่เป็น “หลักฐาน” ได้ในยุคที่ทุกคนมีโทรศัพท์

ปกติที่ไม่ปกติ… ต้องยุติได้แล้วในวงการแพทย์ไทย

ผู้ป่วยไม่ได้ต้องการหมอที่เก่งที่สุด

แต่ต้องการหมอที่ “เคารพความเป็นมนุษย์” มากที่สุด

ในประเทศที่ระบบสาธารณสุขยังเหนื่อย

อย่างน้อย… ควรไม่มีคำพูดที่ทำร้ายกันเพิ่ม

และเมื่อใดที่หมอเริ่มพูดว่า

“อันนี้ปกติ” ทั้งที่มันผิดปกติชัดเจน

จงรู้ไว้เลยว่า…

นี่คือสัญญาณเตือนของระบบที่ควรได้รับการรักษาเช่นกัน

“จากคำว่าปกติ…ที่ไม่ปกติ”

หมอบางคนรักษาโรคเก่ง แต่รักษาน้ำใจคนไข้ไม่ได้เลย

คนป่วยไม่ได้ต้องการปาฏิหาริย์—ต้องการแค่ ความเป็นมนุษย์ จากคนตรงหน้า

ถ้าคำพูดทำร้ายคนไข้ได้…ต่อให้มีใบประกอบวิชาชีพก็ไม่ได้ทำให้ “คู่ควร” เป็นหมอมากขึ้นเลย

https://news-wanmai.blogspot.com/2025/11/blog-post_28.html #ป่วยไม่ใช่เอาแต่ใจ #ติดเทรนด์ #อย่าฝากชีวิตไว้กับหมอ #สังคมที่ดี #บทความ

2025/11/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีและหลักการแพทย์ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยและคนในครอบครัวยังคงต้องการมากกว่าการรักษาเพียงด้านร่างกาย เพียงแค่คำพูดของหมออย่างเรียบง่าย สุภาพ และมีความเห็นใจ สามารถสร้างความสงบใจและความเชื่อมั่นให้กับผู้ป่วยที่กำลังผ่านช่วงเวลาที่เปราะบางได้อย่างมหาศาล จากประสบการณ์ของหลายคนที่เคยไปโรงพยาบาลโดยเฉพาะในห้องฉุกเฉิน หรือ ER ที่มักเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความกดดันสูง ความจริงแล้วเป็นช่วงเวลาที่ผู้ป่วยต้องการความเข้าใจและการสื่อสารที่พูดจาไม่หยาบคายเพื่อให้รู้สึกปลอดภัยที่สุด หมอที่มีการสื่อสารอย่างมีสตินั้นจะช่วยให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกถูกตัดสิน หรือลดทอนคุณค่าของตนเองผ่านคำพูดที่ดูถูกเหยียดหยาม นอกจากนี้ การสังเกตอาการที่แท้จริงโดยไม่ตัดสินจากท่าทางหรือบุคลิกลักษณะของผู้ป่วยถือเป็นหัวใจสำคัญ หมอที่ดีจะพยายามค้นหาสิ่งผิดปกติในสิ่งที่ดูเหมือนจะปกติ และไม่ควรรีบสรุปว่า “ไม่มีอะไรหรอก เดี๋ยวก็หาย” เพราะคำพูดเหล่านี้อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าอาการของตนถูกละเลย หรือไม่ได้รับความสำคัญอย่างที่ควร จรรยาบรรณของแพทย์เป็นทั้งกฎและหัวใจที่ควบคุมพฤติกรรมและคำพูดเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของผู้ป่วย การเคารพสิทธิและรักษาความลับเป็นพื้นฐานที่หมอทุกคนควรยึดถือ นอกจากนี้การหลีกเลี่ยงการใช้คำพูดเชิงเหยียดหยาม การไม่แบ่งแยกฐานะหรืออาชีพของผู้ป่วย ช่วยสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมกับการรักษาอย่างแท้จริง ในส่วนของกฎหมายไทยเองมีมาตรการคุ้มครองผู้ป่วยอย่างเข้มงวด ผู้ป่วยสามารถร้องเรียนหากพบพฤติกรรมหมอที่ไม่เหมาะสม เช่น การพูดจาหยาบคาย หรือก้าวร้าว นอกจากนี้ หมอยังอาจเผชิญการสอบสวนจรรยาบรรณจากแพทยสภาและโทษที่รุนแรง เช่น การพักใช้หรือเพิกถอนใบประกอบโรคศิลป์ ดังนั้น หมอไม่ควรมองข้ามผลกระทบของคำพูด เพราะในยุคดิจิทัลทุกอย่างสามารถถูกบันทึกและกลายเป็นหลักฐานได้ แม้จะเก่งเทคนิคทางการแพทย์มากแค่ไหน แต่หากขาดทักษะการสื่อสารอย่างเข้าอกเข้าใจและเคารพผู้ป่วย ก็อาจทำให้เกิดความเจ็บปวดที่รักษาไม่ได้ด้วยยาหรือวิธีรักษาอื่นๆ บทความนี้จึงเน้นย้ำให้หมอทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการพูดจาที่ดีและการปฏิบัติต่อผู้ป่วยด้วยความเป็นมนุษย์ เพราะสิ่งที่ผู้ป่วยจดจำมากกว่ายาใดคือความรู้สึกที่หมอทำให้เขารู้สึก และสิ่งนี้ถือเป็นสิ่งที่หมอที่ดีควรจะมีและรักษาไว้อย่างเหนียวแน่น

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

EP2 จากก้อนเล็ก ๆ ที่คอ สู่คำว่า “มะเร็งระยะ 1”
ไม่คิดเลยว่าคำนี้จะเกิดกับตัวเอง ในวัย 36 ปี เริ่มจากตรวจสุขภาพธรรมดา เจอก้อนที่ไทรอยด์ อัลตราซาวนด์พบความผิดปกติ เจาะชิ้นเนื้อ… และผลออกมาว่า 👉 Papillary Thyroid Cancer – Stage 1 ตอนฟังคำว่า “มะเร็ง” ใจหล่นวูบ แต่หลังจากตั้งสติ หมออธิบายว่า ✔️ เป็นชนิดที่ไม่ดุ ✔️ โตช้า ✔️ รักษาห
ISU

ISU

ถูกใจ 76 ครั้ง

ภาพวาดชายหนุ่มกำลังมองโทรศัพท์ด้วยความตกใจและเครียด มีคำว่า "NARCISSIST", "BIPOLAR", "PSYCHO" และคำด่าภาษาไทยลอยอยู่รอบตัว พร้อมข้อความว่า "หยุด 'วินิจฉัยทิพย์' เมื่อชื่อโรค กลายเป็นอาวุธทำร้ายกัน"
ภาพการ์ตูนแสดงการวินิจฉัยทิพย์จากหน้าจอ นำไปสู่การตีตราทางสังคม (Social Stigma) ทำให้ผู้ป่วยถูกมองว่าเป็นคนไม่ดี/อันตราย และสร้างกำแพงกั้นไม่ให้ผู้ป่วยตัวจริงเข้าถึงการรักษา
ภาพการ์ตูนชายหนุ่มกำลังดูโทรศัพท์ในห้องมืด เห็นคอมเมนต์ด่าทอและวินิจฉัยโรคต่างๆ เช่น "นาร์ซิสซิสต์ชัดๆ!" "ไบโพลาร์ชัวร์" ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจและเครียด
หยุดชี้หน้าด่าใครว่า ”ป่วยจิต“ ถ้าไม่ใช่หมอ!
เคยไหม? เลื่อนฟีดข่าวแล้วเจอคอมเมนต์แบบนี้... 🗣️ "เหวี่ยงขนาดนี้ ไบโพลาร์ชัวร์" 🗣️ "หลงตัวเองสุดๆ Narcissist ชัดๆ" 🗣️ "ชอบเด็กแบบนี้ Pedophile หรือเปล่า?" เราเห็นจนชินตา จนเผลอคิดว่าการแปะป้ายชื่อโรคให้คนที่เราไม่ชอบ เป็นเรื่อง "ปกติ" แต่รู้ไหมว่า ในทางจิตวิทยา
มังงะเล่าเรื่อง (Manga Story)

มังงะเล่าเรื่อง (Manga Story)

ถูกใจ 44 ครั้ง

ปกติกูไม่โพสดราม่าไรแบบนี้นะ แต่อันนี้ขอหน่อยละกัน เพราะเกี่ยวกับกุโดยตรงเพราะที่หลายเม้นแ
ปกติกูไม่โพสดราม่าไรแบบนี้นะ แต่อันนี้ขอหน่อยละกัน เพราะเกี่ยวกับกุโดยตรง เพราะที่หลายเม้นแซะว่า "เครื่องแค่นี้ พี่ไปซื้อเสียวหมี่ก็ได้" เนี่ย.. "ตรู" นี่แหละเป็นคนทำโปรเจคต้นแบบและเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาโครงการนี้!! ก่อนอื่น มึงตัดเรื่องการเมือง หรือนโยบายอะไรไปก่อนเลยนะ โพสต์นี้กูมาแสดงความเห็
มั่ยคาดหวัง มั่ยผิดห

มั่ยคาดหวัง มั่ยผิดห

ถูกใจ 0 ครั้ง

10 ลักษณะอาการผิดปกติของทารกแรกเกิด - 3 เดือน ที่ควรรีบพบแพทย์
10 ลักษณะอาการผิดปกติของทารกแรกเกิด - 3 เดือน ที่ควรรีบพบแพทย์ 🚨 คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องไม่พลาด! 👶 การสังเกตอาการผิดปกติในทารกช่วงแรกเกิดถึง 3 เดือนแรกเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงภาวะที่ต้องรับการดูแลจากแพทย์ 🔎 หากลูกน้อยมีอาการเหล่านี้ อย่านิ่งนอนใจ ควรพาไปพบคุณหมอทันที
พี่กัลนมแม่

พี่กัลนมแม่

ถูกใจ 5 ครั้ง

ทารก 6 เดือน หลับเร็วผิดปกติ ก่อนหมอเผยว่าเป็น โรคทารกถูกเขย่า
เหตุการณ์สะเทือนใจนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวหนึ่งในประเทศจีน เมื่อหลานชายวัย 6 เดือน หลับเร็วผิดสังเกต เพียงแค่ยายอุ้มกล่อม ซึ่งต่างจากเวลาที่แม่เป็นผู้อุ้ม สิ่งนี้ทำให้ลุงของเด็กชายคนดังกล่าวรู้สึกผิดสังเกต จึงรีบพาส่งโรงพยาบาลทันที โดยแพทย์วินิจฉัยพบว่า เด็กมีอาการ Shaken Baby Syndrome หรือ ภาวะสมองไ
Ayra Family

Ayra Family

ถูกใจ 9 ครั้ง

🤔🚆 ที่ตรงนี้… คนปกตินั่งได้ไหม?
เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยลังเลเหมือนกันค่ะ เวลาขึ้น BTS แล้วเห็นที่นั่งว่างตรง Priority Seat หรือที่นั่งสำรอง ในหัวคือคิดทันทีว่า “เรานั่งได้ไหมนะ?” 😅 เพราะถึงมันจะว่าง แต่ก็แอบกลัวสายตาคนรอบข้างเหมือนกัน จริง ๆ แล้ว 👉 คนทั่วไป “นั่งได้ค่ะ” Priority Seat ไม่ได้แปลว่า “ห้ามคนปกตินั่ง” แ
หญิงพาเที่ยว

หญิงพาเที่ยว

ถูกใจ 2 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม