MUJI perfume is not playing.
Smell every smell. I like this smell the most.
Freesia & Guava
Who doesn't like the fruity genre, baby powder, sweets?
Come and smell this. Most correct.
Fragrance is similar to JO MALONE English pear & freesia.
Lasting
6 / 10 For us, focus on adding during the day, not serious
I like it. The price is cute, tangible.
📍 all branches of MUJI coordinates.
ถ้าใครกำลังเล็ง “น้ำหอม MUJI” แล้วลังเลว่าจะเลือกกลิ่นไหนดี เราแชร์ประสบการณ์แบบคนใช้จริงค่ะ ตัวที่เราชอบสุดคือ Freesia & Guava เพราะมันเป็นกลิ่นเฟรชสะอาดๆ ที่ใส่ได้ทุกวัน ไม่ทำร้ายคนรอบข้าง เหมาะกับวันทำงาน/ไปเรียนมากๆ และที่สำคัญคือราคา 290 บาท ทำให้หยิบมาใช้แบบไม่ต้องคิดเยอะ โทนกลิ่นของ Freesia & Guava สำหรับเราเปิดมาจะให้ความสดชื่นแบบผลไม้เบาๆ (ไม่หวานจนเลี่ยน) แล้วตามด้วยความฟลอรัลใสๆ ทำให้ภาพรวมดู “คลีน” มากกว่า “ฟรุ๊ตตี้จัด” ใครที่ไม่ชอบแนวขนมหวาน หรือไม่อยากได้ฟีลแป้งเด็ก เราว่ากลิ่นนี้ตอบโจทย์ เพราะมันไม่ไปทางหวานนมๆ แต่เป็นสดชื่นแบบนุ่มๆ แทน หลายคนเสิร์ช muji น้ำหอม แล้วสงสัยว่าคล้าย Jo Malone English Pear & Freesia ไหม—ส่วนตัวเรารู้สึกว่ามีความคล้ายในแง่ความใสและความเฟรชของดอกไม้ แต่ MUJI จะเบากว่าและติดผิวแบบสุภาพกว่า กลายเป็นข้อดีสำหรับคนที่ไม่อยากให้กลิ่นนำแรงๆ เรื่องความติดทน เราให้ประมาณ 6/10 ตามที่ลองใช้จริงค่ะ ถ้าอยู่ห้องแอร์จะอยู่ได้นานขึ้น แต่ถ้าออกข้างนอกหรือมีเหงื่อ อาจต้องเติมระหว่างวัน แนะนำทริคเล็กๆ ที่ช่วยได้คือฉีดหลังอาบน้ำตอนผิวยังชุ่มนิดๆ หรือทาโลชั่นไม่มีกลิ่นก่อนฉีด จะช่วยให้กลิ่นเกาะผิวดีขึ้น อีกจุดที่เราชอบฉีดคือบริเวณหลังหู คอ ข้อพับแขน และฉีดลงเสื้อผ้านิดเดียว (ทดสอบกับผ้าก่อนเพื่อความชัวร์) ถ้าจะซื้อแบบคุ้มๆ เราแนะนำให้ไปลองที่เคาน์เตอร์ MUJI ทุกสาขา ฉีดบนข้อมือตัวเองแล้วเดินเล่นสัก 10–15 นาที รอดูกลิ่นช่วงแห้ง (dry down) เพราะบางทีตอนเปิดกลิ่นกับตอนผ่านไปสักพักจะให้ฟีลต่างกัน สรุปคือถ้าอยากได้น้ำหอม MUJI ที่ใช้ง่าย แนวเฟรชสะอาด และราคาเป็นมิตร Freesia & Guava เป็นตัวที่เราเชียร์ให้ลองจริงๆ

