Automatically translated.View original post

Share the trick down K-ETA. How to get through! 🙏🏻✨

In the experience, people around us didn't pass a lot, which we went to the first round and didn't pass. At that time, it was sad, like not going and

Except for about a week, find out more, and fill in again.

.

✍ What is done differently from the first round ✅

✨ - Upload a picture of yourself. White background. Correct size. Modesty. Make the picture the most like a passport.

- Change the email in the subscription ✨ (This one thinks that if the original one is used, AI will remember)

- Change the hotel to a reliable hotel with a clear contact number (Book in Agoda without pay and canzels)

- Enter the name of a friend who's been through K-ETA.

- Ask us to explain more.

✨.

About six hours, I'll get the mail through 💜 to see Bangtan, huh?

Who has experience, how to get through? Let's share.

# Korean travel # KETA # Korea # Register keta # Trending

5/25 Edited to

... Read moreใครที่กำลังหาข้อมูล “ลงทะเบียน K-ETA 2026” แล้วกังวลว่าจะไม่ผ่านเหมือนเรา ขอแชร์เช็กลิสต์แบบละเอียดที่เราทำหลังจากรอบแรกโดนปฏิเสธ (รอบสองถึงผ่านไวขึ้นมาก) เผื่อช่วยลดความเสี่ยงได้ค่ะ 1) เตรียม “รูปสมัคร K-ETA” ให้เหมือนรูปพาสปอร์ตที่สุด - แนะนำพื้นหลังขาวจริงๆ หน้าตรง ไม่เอียง ไม่ใส่ฟิลเตอร์ - แต่งหน้าได้แต่พอดี อย่าให้หน้าต่างจากพาสปอร์ต/บัตรมากเกินไป - เช็กขนาดไฟล์และสัดส่วนภาพตามที่ระบบกำหนด (หลายคนพลาดตรงนี้) ถ้าภาพใหญ่ไป/ครอปแปลกๆ ระบบอาจอ่านหน้าไม่ชัด - ถ้าพื้นหลังไม่ขาว เราเคยใช้เครื่องมือช่วยทำพื้นหลังขาวแล้วเซฟเป็นไฟล์ใหม่ จากนั้นซูมเช็กความคมชัดก่อนอัปโหลด 2) สแกน/กรอกข้อมูลพาสปอร์ตแบบ “ตัวอักษรต้องตรงเป๊ะ” - ให้ดูที่หน้า Passport แล้วพิมพ์ตามจริง โดยเฉพาะชื่อ-นามสกุล (เว้นวรรค/ขีดกลาง) วันเดือนปีเกิด และเลขพาสปอร์ต - ถ้ามีชื่อภาษาอังกฤษที่ยาว ให้ระวังตัวสะกดผิด 1 ตัวก็เสี่ยงโดนตีกลับได้ 3) โรงแรมและที่พัก: เลือกที่ “น่าเชื่อถือและตรวจสอบได้” - เราเปลี่ยนจากที่พักที่ข้อมูลไม่ชัด มาเป็นโรงแรมที่มีชื่อชัดเจน มีเบอร์ติดต่อ และมีที่อยู่ครบ - ถ้าจองผ่าน OTA อย่าง Agoda/Booking เลือกแบบยกเลิกได้จะสบายใจ แต่ตอนกรอกควรเอาชื่อโรงแรม/ที่อยู่ให้ตรงกับหน้าจอง 4) ไฟลต์บิน/แผนเดินทาง: กรอกให้สมเหตุสมผล - ใส่ข้อมูลขากลับให้ชัดเจน เพราะมันช่วยยืนยัน “ไปเที่ยวแล้วกลับ” - วันที่เข้าประเทศ-ออกประเทศควรสัมพันธ์กับวันลางาน/จำนวนวันที่เที่ยว ไม่เวอร์เกินจริง 5) อีเมลและการยื่นใหม่ (กรณีเคยไม่ผ่าน) - รอบที่สองเราเปลี่ยนอีเมลที่ใช้สมัคร เพื่อเริ่มกระบวนการใหม่แบบสะอาดๆ (เป็นทริคส่วนตัวที่รู้สึกว่าช่วย) - ที่สำคัญกว่าคือ “แก้ข้อมูลที่ผิด/ไม่น่าเชื่อถือ” ไม่ใช่แค่ยื่นซ้ำเฉยๆ 6) ใช้ช่อง “Ask Us” ให้เป็นประโยชน์ อันนี้เป็นจุดที่เราว่าช่วยมาก เพราะทำให้เคสเราดูชัดเจนขึ้น เช่น - จุดประสงค์การเดินทาง: Tourism - ระบุว่าจะพักที่ไหน กี่คืน ไปกับใคร (ถ้ามี) - ยืนยันว่าจะกลับประเทศไทยตามกำหนด และมีงาน/เรียน/ภาระผูกพันที่ต้องกลับมา เขียนให้สุภาพ กระชับ และตรงความจริงที่สุด 7) ก่อนกดยืนยัน: เช็กความสอดคล้องทั้งชุด ลองไล่เช็กเหมือนตรวจการบ้านตัวเอง: - ชื่อในพาสปอร์ต = ชื่อที่กรอก - รูปหน้า = เหมือนพาสปอร์ต - โรงแรม = มีตัวตน/ติดต่อได้ - วันที่เดินทาง = สมเหตุสมผล + มีขากลับ สุดท้าย ถ้ารอบแรกไม่ผ่านอย่าเพิ่งท้อค่ะ เว้นช่วงสักนิดแล้วค่อยยื่นใหม่แบบแก้จุดเสี่ยงทีละข้อ เราเองจากที่เครียดมากๆ พอจัดรูปให้เป๊ะ เปลี่ยนที่พักให้ชัด และส่ง Ask Us อธิบายเพิ่ม รอบสองก็ผ่านไวขึ้นจริงๆ