Automatically translated.View original post

Seaweed House , Weihai

3/23 Edited to

... Read moreถ้าใครเสิร์ชหา Seaweed House แล้วกำลังชั่งใจว่าจะไปดีไหม บอกเลยว่า “สวย” แต่ความสวยขึ้นอยู่กับ “เวลา” จริงๆ เราไป Seaweed House ที่เวยไห่ (Weihai) แล้วได้ฟีลแบบทะเลกว้าง ท้องฟ้าสีคราม แต่พื้นดินค่อนข้างแห้งแล้ง หญ้าไม่เขียว ดอกไม้เหลืองที่เห็นในหลายรีวิวก็ไม่เจอ เลยอยากมาเติมข้อมูลเผื่อช่วยให้วางแผนได้เป๊ะกว่าเรา สิ่งแรกที่ควรรู้คือมีค่าเข้า (เราจ่ายคนละ 40 หยวน) และโลเคชันค่อนข้างไกลจากตัวเมืองพอสมควร ถ้าตั้งใจมาถ่ายรูป แนะนำเผื่อเวลาเดินทาง + เวลาเดินเล่นในพื้นที่ เพราะจุดถ่ายรูปไม่ได้อยู่แค่หน้าบ้านสาหร่าย แต่มีทางเดินริมทะเล มุมกำแพงหิน และชิงช้าไม้ที่ถ่ายออกมาแล้วได้ฟีล “บ้านสาหร่ายคู่กับทะเล” ชัดมาก มุมที่เราว่าถ่ายแล้วคุ้มสุด - มุมชิงช้าไม้ริมทะเล: นั่งหรือยืนก็ได้ ภาพจะได้ทั้งบ้านสาหร่ายและทะเลเป็นฉากหลัง แสงช่วงบ่ายแก่ๆ จะทำให้ท้องฟ้าดูสด - มุมถนน/ทางเดินที่มองไปเห็นบ้านสาหร่ายสองหลัง: ถ่ายแบบหันหลังเดิน หรือกางแขนรับลม จะได้ความโล่งและสเกลของวิว - มุมป้ายพิกัดละติจูด 37 องศาเหนือ (ถ้าเจอ): เป็นพร็อพให้ภาพดูมีเรื่องราว เหมาะกับสายเช็กอิน เรื่อง “ไปเดือนไหนดี” ถ้าเป้าหมายคืออยากได้ฉากหญ้าเขียวๆ กับดอกไม้เหลืองเหมือนในรีวิว แนะนำให้เล็งช่วงที่อากาศเริ่มอุ่นและธรรมชาติเริ่มฟื้นตัว (โดยทั่วไปจะเป็นปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อน) ส่วนถ้าไปช่วงที่ลมแรงหรืออากาศยังหนาว ฟีลจะออกแห้งๆ โล่งๆ เหมือนที่เราเจอ แต่ก็มีเสน่ห์แบบมินิมอล ถ่ายกับท้องฟ้าสีครามแล้วเท่มาก ทิปเล็กๆ ก่อนออกจากที่พัก: เช็กสภาพอากาศ/ลมล่วงหน้า ใส่รองเท้าที่เดินสบาย และพกน้ำไปด้วย เพราะถ้าวันนั้นคนไม่เยอะ ร้านค้าหรือจุดบริการอาจมีไม่มาก ใครชอบบรรยากาศเงียบๆ ริมทะเล Seaweed House เวยไห่ยังเป็นที่ที่น่าไปอยู่ดี แค่เลือกฤดูให้ตรงกับภาพในหัวก็พอ