Automatically translated.View original post

The company uses AI. "Real profits jump." MIT reveals the group can only do 5%. What does he do?

The company uses AI. "Real profits jump." MIT reveals the group can only do 5%. How does he do it?

Reveal 5% Group Company Tips Using AI, "Real Profit" 🏆

According to the latest research at MIT, sir.

They didn't have more expensive tools. They didn't have better teams.

But these four rules are different from others:

✅ Article 1 Choose one field - the most painful task. Do not sow every department.

✅ Article 2 Build a New Road - Dismantle Workflow. Don't just put AI on it.

✅ 3 Measure at the Finish Line - Profit Number, Not the Number of Users

✅ Article 4 Hands must be on the wheel - a point that even big organizations miss (see in the clip!)

💡 The good news is that the 5% group is not born more special than anyone...He just started first.

Who wants to bring the organization into the winner group? Type "Champion" in the comments.

And tag the leader or team that needs to watch this clip now! 👇

# AIForBusiness # DigitalTransformation # Marketing # AI2026 # Entrepreneur♪ Teach, use AI # aitools # aiforwork # Teach, use ai for work # Teach, use ai for business # Master is good at landscape

9/7 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ของผมในการติดตามเทรนด์การใช้ AI ในองค์กรไทยและต่างประเทศ สิ่งที่ผมเห็นและเรียนรู้คือ พวกบริษัทที่จะสำเร็จและทำกำไรจาก AI จริง ๆ มักไม่รีบร้อนหว่านเงินลงทุนในทุกแผนกหรือทุกงาน แต่มุ่งเน้นเลือกจุดที่เจ็บปวดมากที่สุดจริง ๆ ที่มีปัญหาและโอกาสสูงสุด เช่น งานเอกสารซ้ำซ้อน หรือกระบวนการที่กินเวลาพนักงานมากกว่าที่ควรจะเป็น นี่แหละคือจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะนำ AI มาช่วยแก้ไข เมื่อเริ่มต้นจากจุดนี้แล้วจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนกว่าการกระจายตัวไปทั่วหมด อีกหนึ่งข้อที่สำคัญมากคือ การไม่แค่แปะ AI ทับกระบวนการเดิมที่ล้าหลัง แต่ต้องกล้ารื้อและออกแบบ workflow ใหม่ตั้งแต่ต้นให้เหมาะกับการทำงานร่วมกับ AI ซึ่งจากเคสบริษัทใหญ่อย่าง Moderna ที่แนะนำในงานวิจัย MIT นั้นแสดงให้เห็นชัดว่าการสร้าง "ถนนใหม่" หรือระบบงานที่ออกแบบใหม่ให้ AI สามารถวิ่งเต็มประสิทธิภาพได้จริง ทำให้เกิดประสิทธิผลสูง ทั้งด้านงานวิจัยและพัฒนายาจริง ๆ สุดท้าย การวัดผลความสำเร็จที่แท้จริง ไม่ใช่ดูแค่จำนวนพนักงานที่ใช้ AI หรือจำนวนครั้งของการส่งคำสั่ง แต่ต้องวัดจากยอดกำไร หรือผลตอบแทนทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างจริงจัง ซึ่งจะทำให้องค์กรไม่หลงทางและรู้จุดยืนที่ชัดเจน ด้วยตัวอย่างนี้ ผมอยากชวนทุกคนที่กำลังวางแผนใช้ AI ในองค์กร ลองเริ่มจากการประชุมทีมเพื่อวิเคราะห์งานที่สร้างต้นทุนสูงและเจ็บปวดที่สุด จัดลำดับความสำคัญ จากนั้นวางแผนกู้ระเบียบกระบวนการใหม่โดยยึด workflow ที่สนับสนุน AI อย่างเต็มที่ แล้วติดตามผลลัพธ์กำไรจริงอย่างใกล้ชิด จะช่วยทำให้ AI ไม่เป็นแค่แฟชั่น แต่กลับกลายเป็นเครื่องมือที่เพิ่มประสิทธิภาพและผลกำไรได้อย่างแท้จริง จุดที่หลายบริษัทพลาดคือ การขาดความชัดเจนในบทบาทผู้บริหาร — มือผู้บริหารต้อง "จับพวงมาลัย" ขับเคลื่อน AI ด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดความสอดคล้องทั้งกลยุทธ์และปฏิบัติจริง ไม่ใช่รอให้ฝ่ายเทคนิคทำงานเพียงฝ่ายเดียว ดังนั้น AI จึงไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของการบริหารจัดการและการออกแบบกระบวนการที่ต้องทำควบคู่กันไป ผมแนะนำให้ทุกองค์กรมีทีมงานที่รับผิดชอบทั้งสองด้านอย่างเต็มที่ และกล้าเปิดรับการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง เพื่อจะได้ไม่อยู่ในกลุ่ม 95% ที่พยายาม แต่ทำกำไรไม่ได้จริงตามงานวิจัยนั้น