Automatically translated.View original post

🔴 Well, why does Onigiri have a "plum filling"? 🍙🇯🇵

.

Have you ever wondered? When you pick up Onigiri in Japan or watch cartoons, why do you have to find "Umeboshi," red and sour and salty? What are they wearing for?

.

The answer is not only delicious, but hidden "wisdom"! Scroll through the picture to solve the answer. 👉

.

✅ 1. Natural preservation: In an age without a refrigerator, the salinity and acid in the plum suppress bacteria, allowing the rice to last longer, suitable for carrying the journey.

✅ 2.Power Boost & Digest: Citric acid helps to refresh, heal, and stimulate appetite.

✅ 3. Greasy Cut Taste: Salty sourness, with the surrounding rice and algae, is the best taste!

.

🧧🌸 Chinese New Year & This Valentine Get Red Auspiciousness And Love Sweet Sour Sour Taste

With Ume Onigiri (Onigiri with plum filling) from Naeki Sushi

.

📍 Available at Naeki Sushi and Naeki GO!

Coordinates under the post

# NaekiSushi # NaekiGo # Onigiri # Umeboshi # Onigiri# Japanese rice ball # Knowledge # Delicious tell further

@NAEKI Sushi | Premium

2/2 Edited to

... Read moreหลายคนเรียก “บ๊วยแดงสด” เวลาเห็นไส้สีแดงๆ ในโอนิกิริ แต่จริงๆ ส่วนใหญ่คือ “บ๊วยดองญี่ปุ่น (Umeboshi)” ที่มีสีแดงเพราะมักดอง/หมักร่วมกับใบชิโซะสีแดง ทำให้ได้โทนแดงสดสวยและกลิ่นหอมเฉพาะตัว พอเอามาเป็นไส้โอนิกิริเลยเด่นมาก เห็นปุ๊บรู้เลยว่าเป็นสายเปรี้ยวเค็ม! จากที่เราเคยลองกินหลายร้าน ความต่างของ “บ๊วยแดงสด” ในโอนิกิริจะอยู่ที่ระดับความเค็ม-เปรี้ยวและความเนียนของไส้ บางที่เป็นลูกบ๊วยทั้งเม็ด (ต้องคายเมล็ด) บางที่บดละเอียดเป็นเพสต์ ทำให้กินง่ายและกระจายรสได้ทั่วคำ ถ้าใครเพิ่งเริ่ม แนะนำเลือกแบบบด เพราะจะไม่พุ่งจี๊ดเฉพาะจุด และไม่ต้องกังวลเรื่องเมล็ด ทำไมบ๊วยถึงเข้ากับข้าวปั้น? นอกจากเรื่องถนอมอาหารที่คนญี่ปุ่นใช้มานานแล้ว เรารู้สึกว่าจุดเด่นคือ “ตัดเลี่ยน” แบบชัดมาก โดยเฉพาะวันไหนกินของทอดหรืออาหารมันๆ มาก่อน พอได้โอนิกิริไส้บ๊วยเปรี้ยวเค็มจี๊ดๆ จะเหมือนรีเซ็ตปากให้สดชื่นขึ้นทันที และยังช่วยให้เจริญอาหารได้จริง (อันนี้สัมผัสได้จากประสบการณ์ส่วนตัวเลย) ถ้าอยากเลือกโอนิกิริไส้บ๊วยให้ถูกใจ ลองสังเกต 3 อย่างนี้: 1) สีไส้: ถ้าแดงสดจัด มักเป็นแนวชิโซะแดง กลิ่นจะหอมและรสชัด 2) เนื้อไส้: แบบเพสต์จะกลืนกับข้าวง่าย กินสะดวก เหมาะพกพา 3) สัดส่วนไส้ต่อข้าว: บางร้านใส้แน่นมาก รสจะเข้ม ควรกินคู่ชาหรือน้ำเปล่าจะบาลานซ์ดี ทริคกินให้อร่อยแบบที่เราชอบคือ กัดให้โดนไส้พร้อมข้าวและสาหร่ายในคำเดียว จะได้ครบทั้งเปรี้ยวเค็ม + ความนุ่มของข้าว + กลิ่นสาหร่าย แล้วจะเข้าใจเลยว่าทำไม “โอนิกิริไส้บ๊วยแดงสด” ถึงเป็นรสชาติคลาสสิกของญี่ปุ่นที่อยู่มานาน