Automatically translated.View original post

What would it be like if resigning to raise a bird at home?🤣

3/21 Edited to

... Read moreถ้าใครเสิร์ช “ลูกนกพิราบ” แล้วกำลังคิดจะรับมาเลี้ยงที่บ้าน (หรือเผลอเก็บมาเพราะสงสาร) ขอเล่าจากมุมคนที่เคยคิดว่าชีวิตจะสบาย ชิวมาก…แต่ความจริงมัน “ไม่ใช่” ที่คิดค่ะ โดยเฉพาะช่วงที่เป็นลูกนก ยังดูแลละเอียดกว่านกโตมาก 1) เช็กก่อนว่า “ลูกนกพิราบ” ต้องการความช่วยเหลือจริงไหม หลายครั้งเราเจอลูกนกอยู่พื้นแล้วคิดว่าโดนทิ้ง แต่จริงๆ พ่อแม่อาจอยู่แถวนั้น ถ้านกยังแข็งแรง ขยับได้ ตาใส ไม่บาดเจ็บ ลองถอยห่างเฝ้าดูสักพักก่อน หรือย้ายไปไว้จุดสูง/ปลอดภัยใกล้เดิมเพื่อลดความเสี่ยงจากหมาแมว 2) เรื่องอาหาร: อย่าป้อนมั่วๆ ลูกนกพิราบกินไม่เหมือนนกเล็กชนิดอื่น และการป้อนผิดเสี่ยงสำลักง่ายมาก ถ้าไม่มั่นใจจริงๆ แนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์หรือกลุ่มช่วยเหลือนก/ผู้มีประสบการณ์ก่อน อย่าป้อนนมหรือขนมปังแบบที่หลายคนทำ เพราะท้องเสียและอ่อนแรงได้ สิ่งที่ต้องจำคือ “ความหิว” กับ “ป้อนผิด” อันตรายพอๆ กัน 3) เตรียมใจเรื่องเสียงและความเลอะ ภาพในจินตนาการคือได้นั่งจิบกาแฟกับนกน่ารักๆ แต่ความจริงคือเสียงร้องยามเช้าอันสดใส (สดใสจนสะดุ้ง) และนกขี้ทุกที่จริงๆ โดยเฉพาะลูกนกช่วงกินบ่อย ขับถ่ายบ่อย ต้องมีพื้นที่ที่เช็ดล้างง่าย ปูรอง เปลี่ยนทุกวัน ไม่งั้นกลิ่นมาแน่นอน 4) สุขภาพ: ต้องสังเกตละเอียดมาก ลูกนกป่วยต้องสังเกตดีๆ เช่น ซึม ไม่กิน ขนพอง ถ่ายเหลว หายใจมีเสียง น้ำหนักลด หรือมีคราบรอบจงอยปาก/ตา ถ้าเริ่มผิดปกติอย่ารอ เพราะอาการทรุดไวมาก และค่าตรวจสัตวแพทย์เฉลี่ยครั้งละ 1,000 บาท (บางที่มากกว่านั้น) ยังไม่รวมค่ายา/เอกซเรย์/ตรวจเพิ่ม 5) เวลา + เงิน + ความเครียด = เรื่องจริงของคนเลี้ยงนก การเลี้ยงลูกนกพิราบช่วงแรกใช้เวลาสูงมาก ต้องป้อนเป็นรอบๆ ทำความสะอาด เฝ้าดูอาการ และต้องมีแผนเวลาเผื่อพาไปหาหมอได้ทันที ถ้าคุณกำลัง “อยากลาออก” เพราะคิดว่าจะชิล ลองชั่งน้ำหนักก่อนว่าเราพร้อมรับภาระระยะยาวไหม ไม่งั้นจะกลายเป็น Toxic Relationship ระหว่างเรา-เวลา-เงิน แบบไม่รู้ตัว 6) ทางเลือกที่ดีถ้าไม่พร้อมเลี้ยงเอง ถ้าเจอลูกนกพิราบแล้วอยากช่วยจริงๆ แต่ไม่พร้อมดูแลยาวๆ ให้ติดต่อคลินิกสัตว์/โรงพยาบาลสัตว์ที่รับนก หรือประสานกลุ่มอาสาช่วยสัตว์ในพื้นที่ จะปลอดภัยต่อทั้งนกและตัวเรา สรุปเลยค่ะ ลูกนกพิราบน่ารักจริง แต่ไม่ใช่งานเบา ถ้าเลือกช่วยแล้วต้องช่วยให้สุดทาง และถ้ายังลังเล…ถามตัวเองอีกครั้งว่า “แล้วคุณอยากลาออกมาเลี้ยงนกป่ะ?”