เกาะหลีเป๊ะช่วง low season 🏝
เราไปช่วง 24 พฤษภาคม 2568 (ซึ่งฝนตกหนักมาก)
ตกทุกวันที่ไป แต่โชคร้ายหน่อยคือ ขาไปฝั่งเกาะตกแรง ตอนนั่งเรือน่ากลัว
🚅 วิธีการเดินทาง: ในเกาะมีแท็กซี่ไปไหนก็ คนละ 50 บาท / ครั้ง
🌚 กลางคืน: เดินตลอาด ว้อกกิ้ง ได้ (แต่ช่วงที่เราไปร้านเปิดน้อย)
แนะนำ สำหรับคนที่ต้องการไปพักผ่อนชอบความสงบ คนไม่เยอะ
ของในเกาะก็บวกไม่เยอะ ใน 7-11
แต่ร้านข้างนอกก็ตามราคาเกาะ
ถ้าใครกำลังลังเลเรื่อง “เกาะหลีเป๊ะ low season” เราอยากแชร์จากทริปปลายพ.ค. ที่เจอฝนจริงแบบไม่อวย—ตกเกือบทุกวัน โดยเฉพาะช่วงนั่งสปีดโบ๊ทขาไป ถ้าคลื่นแรงจะรู้สึกน่ากลัวพอสมควร แนะนำให้เช็กพยากรณ์อากาศ/ประกาศคลื่นลมก่อนวันเดินทาง และเผื่อเวลาไว้หน่อย เพราะบางวันเรืออาจเลื่อนเวลาได้ สิ่งที่ยังชอบในโลว์ซีซันคือ “คนไม่เยอะ” บรรยากาศสงบ เหมาะกับคนอยากพักผ่อน ไม่ต้องเบียดถ่ายรูปตามหาด พอฝนหยุดช่วงสั้น ๆ น้ำทะเลยังใสอยู่ เห็นแนวปะการังได้ ถ้าอยากทำกิจกรรมอย่างดำน้ำตื้น แนะนำให้เลือกช่วงที่ฟ้าดูเปิดหน่อย (บางวันแดดออกเป็นพัก ๆ) และเตรียมถุงกันน้ำสำหรับมือถือ/กล้อง เพราะฝนมาไวมาก เรื่องการเดินทางบนเกาะ เราใช้แท็กซี่ (มอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง) เป็นหลัก ราคาที่เจอคือประมาณคนละ 50 บาท/ครั้ง ไปไหนก็สะดวกดี โดยเฉพาะวันฝนตกจะช่วยเซฟรองเท้าและกระเป๋ามาก ๆ ส่วนถ้าใครชอบเดิน กลางคืนเดินถนนคนเดิน/ว้อกกิ้งสตรีทได้ แต่ในโลว์ซีซันบางร้านอาจเปิดน้อยกว่าปกติ ควรวางแผนมื้อเย็นไว้ล่วงหน้า หรือกินช่วงหัวค่ำจะมีตัวเลือกมากกว่า ค่าใช้จ่ายเรื่องของกินของใช้: 7-11 บนเกาะราคาบวกไม่แรงมาก (ช่วยได้เยอะเวลาอยากซื้อขนม น้ำ หรือของจำเป็น) แต่ร้านข้างนอกก็ยังเป็น “ราคาเกาะ” อยู่ดี แนะนำตั้งงบอาหารต่อวันเผื่อไว้ และพกของเล็ก ๆ ที่จำเป็นมาเอง เช่น ยากันยุง ยาแก้เมารถ/เมาคลื่น พลาสเตอร์กันน้ำ และเสื้อกันฝนแบบพับได้ ทริคเล็ก ๆ สำหรับเกาะหลีเป๊ะช่วงฝน: เตรียมรองเท้าที่เปียกแล้วแห้งไว, ซองกันน้ำ/ถุงซิปล็อกหลายขนาด, และเสื้อคลุมกันลมบนเรือ เพราะฝน+ลมทำให้หนาวได้ง่าย ถึงจะเป็นทะเลก็ตาม สรุปสำหรับเรา เกาะหลีเป๊ะ low season เหมาะกับคนที่ “ยอมรับความเสี่ยงเรื่องฝนและคลื่นได้” แลกกับความสงบ คนไม่เยอะ และบางช่วงยังได้เห็นน้ำใสกับพระอาทิตย์ตกสวย ๆ ถ้าใจชอบฟีลชิล ๆ ไม่ซีเรียสว่าร้านจะเปิดครบทุกเจ้าหรือไม่ ช่วงนี้ก็ไปได้เลยค่ะ













