จบเล่มแรกได้ ความรู้สึกเวลาอ่านหนังสือภาษาอังกฤษก็เปลี่ยนไปตลอดกาล~ 📚

คุณเคยมีจุดที่พัฒนาตัวเองแบบก้าวกระโดดโดยที่ไม่ทันสังเกตตัวเองมั้ย?

วันนี้กลับไปนั่งสังเกตโต๊ะทำงานที่บ้าน เห็นกองหนังสือภาษาอังกฤษ ก็นึกถึงตัวเองเมื่อนานมาแล้ว ที่เป็นภูมิแพ้หนังสือหนาๆ ภาษาอังกฤษล้วน ถึงจะเป็นคนที่อ่านหนังสือนะ แต่ทำใจอ่านเป็น EN ไม่เคยได้ เปิดปุ๊บง่วงปั๊บ เบื่อ แปลไม่ออกอีกอะไรอีก จบ พอ ปิด นอน

จนกระทั่งตัดสินใจไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ (นานมาแล้วเช่นกัน 🫪) แล้วก็กลัวว่าจะเรียนไม่ได้ อ่านเปเปอร์ไม่รอด ใดๆ เลยตั้งมิชชั่นให้ตัวเองก่อนไป ประมาณครึ่งปี ว่าจะต้องอ่านหนังสือภาษาอังกฤษให้ได้แบบไม่หลับ ให้คุ้นเคยกับตัวหนังสือเยอะๆ

🧑🏻‍🏫 เทคนิค!! หนึ่งเลยนะ ถ้ามันจะรอด อย่างน้อยมันต้องเป็นแนวที่เราอยู่กับมันได้จริงๆ ก่อน แล้วถามว่าอินอะไร… สารคดีฆาตกรรม ลึกลับ และสืบสวน 55555555555 หรือแนวที่มัน suspense / thriller หน่อย เมื่อตัดสินใจได้ ก็ไปค่ะ เข้าคิโนะ หาโซนที่ว่า แล้วจุ่มมา 1 เล่ม

🧑🏻‍🏫 สอง เราเลือกจาก best seller ก่อน ใครที่ชื่อที่คุ้นๆ หน่อย แมสหน่อย เด็ดเลยเลือกที่เค้าเอาไปทำหนัง จะรู้สึกว่ามันต้องมีอะไรแหละเค้าถึงเอาไปทำ แล้วเผื่ออ่านจบไปหาหนังดูต่อได้ เลยเริ่มจาก Stephen King (ชื่อนี้จริงๆ คือ horror เลยเนอะ แล้วนี่คือป๊อดขั้นสุด ทำไมถึงเลือกนะ ทำไมมม 55555)

วันแรกๆ แน่นอนว่ายังง่วงอยู่ หน้านึงอ่านไม่จบสักที คำที่แปลไม่ออกก็ไม่ออกอยู่อย่างงั้น เริ่มขี้เกียจ แต่ไม่ได้ค่ะ เราจะไปร่ำไปเรียนเนอะ ต้องฮึบ!

🧑🏻‍🏫 เทคนิคสาม จูนตัวเองใหม่ ว่า อะ คำไหนแปลไม่ออก ข้ามไปก่อน ถ้าอ่านทั้งประโยคแล้วพอเข้าใจ ก็คือเข้าใจ ถ้าขยันค่อยไปหาความหมายทีหลัง แล้วกลายเป็นว่า เออ มันลื่นขึ้น มันเร็วขึ้น คำที่แปลไม่ออกแต่โผล่มาเรื่อยๆ สักพักเริ่มเดาความหมายได้ ยิ่งเจอบ่อย เลยจำได้ไปเอง

แล้วพอเป็นแนวที่มีการผูกและคลายปม เป็นเรื่องตื่นเต้น อ่านไป visual ในหัวเรายิ่งสนุก มันเลยทลาย “กำแพงภาษา” ไปหมด กลายเป็นแค่ เราอยากรู้เนื้อเรื่องต่อ ก็อ่านรวดเดียวจนจบเล่ม เล่มแรกใช้เวลาประมาณเดือนครึ่ง แต่หลังจากนั้นคือ เรารู้แล้วว่ามันสนุก เราไม่โฟกัสว่าเป็นภาษาอังกฤษหรือไม่ละ ก็จะอ่าน อยากสนุก 55555 บางเล่ม 2 วีคจบก็มี ซื้อมาทีละเล่ม จบก็ไปซื้อใหม่ ทำวนไปจนก่อนไปเรียนอ่านได้เกือบ 10 เล่ม

เอาจริงๆ นะ มันไม่ใช่แค่ทำให้เราคุ้นชินกับการอ่าน text เยอะๆ แต่เราซึมซับรูปประโยคและสำนวนการเขียนบางอย่างไปโดยไม่รู้ตัว พอยิ่งอ่านเยอะ เขยิบไปเป็น non-fiction เป็น academic paper เป็นอะไรก็ได้ ตอนไปเรียนก็สนุกสนานกับการอ่านทุกอย่างที่ต้องใช้เรียน เพราะเราชินไปแล้วกับการอ่านเพื่อเนื้อหา อยากติดตาม อยากเข้าใจว่าคนเขียนจะสื่ออะไร

เรียนจบกลับมาทำงาน เราก็อ่านบทความภาษาอังกฤษเพื่อมาใช้เขียนงาน คือต้องพูดตามตรงว่าถ้าอ่านแค่ภาษาไทย ข้อมูลมันจะถูกกรอบมาก แต่พอเป็นภาษาอังกฤษ มันเปิดโลกอะไรเยอะแยะจริงๆ (ตอนนั้นเอไอยังไม่เบอร์นี้อะนะ เริ่ดสุดก็ grammary อะที่มีให้ใช้ 555555)

#หนังสืออังกฤษ #พัฒนาตัวเอง

6/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนคงเคยเจอปัญหาเดียวกันกับที่ฉันเคยผ่านมาก่อน คือรู้สึกท้อแท้เมื่อต้องอ่านหนังสือภาษาอังกฤษที่เหมือนจะยากและน่าเบื่อ แต่เมื่อได้ลองปรับเปลี่ยนวิธีการอ่านใหม่ ๆ เช่น เลือกหนังสือแนวที่เราสนใจอย่างนิยายแนวฆาตกรรมลึกลับหรือตื่นเต้น การผ่านหนังสือของ Stephen King ที่มีชื่อเสียง และเลือกจาก bestseller ที่มีหนังสือพิมพ์ไปสร้างเป็นภาพยนตร์ จะช่วยให้เรามีกำลังใจและความอยากรู้อยากเห็นที่จะอ่านจนจบได้จริง สิ่งสำคัญอีกอย่างคือเทคนิคการอ่านที่ไม่ต้องแปลทุกคำทันที ถ้าประโยคยังพอเข้าใจความหมายรวม ก็ให้ข้ามคำที่ไม่รู้ไปก่อนและคอยกลับมาหาคำแปลเมื่อตัวเองมีเวลาหรือสนใจจริงๆ เทคนิคนี้ทำให้การอ่านลื่นไหลและไม่หมดกำลังใจเพราะติดขัดกับคำศัพท์เยอะ ๆ บ่อยครั้งคำที่ไม่รู้ก็จะค่อย ๆ ซึมซับและเข้าใจจากบริบทเองโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ การอ่านซ้ำหลายเล่มและหลากหลายแนวยังช่วยให้ได้รู้จักกับรูปแบบประโยคและสำนวนภาษาอังกฤษในแบบที่ใช้จริง ทำให้เวลานำไปใช้เจอในบทความหรือเอกสารวิชาการก็เข้าใจได้ง่ายขึ้น ไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องทักษะภาษาแต่ยังเปิดโลกทัศน์ใหม่ ๆ ในแง่ของความรู้และข้อมูลที่มีความหลากหลายมากขึ้นด้วย จากประสบการณ์ตรง ฉันพบว่าการตั้งเป้าหมายชัดเจนก่อนเรียนต่อต่างประเทศ เช่น ฝึกอ่านให้ได้แบบไม่ง่วงและต้านความกลัวจากการต้องเจอกับภาษาอังกฤษเป็นประจำ มันไม่เพียงแค่ทำให้ฝึกภาษาได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยสร้างความมั่นใจในตัวเอง เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว รู้จักเลือกหนังสือที่ถูกใจและรู้จักวิธีอ่านที่เหมาะสม ก็ทำให้ความรู้สึกตอนอ่านหนังสือภาษาอังกฤษเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นเรื่องสนุกไม่ต่างจากการอ่านหนังสือภาษาแม่ของเราเลยทีเดียว ดังนั้น ขอแนะนำให้ทุกคนลองหาแนวหนังสือที่ตัวเองอิน มุ่งมั่นกับเป้าหมาย และไม่ต้องกังวลกับคำศัพท์ถ้าไม่รู้จักทั้งหมด แค่ขยับตัวเองทีละนิด รับรองว่าการอ่านภาษาอังกฤษจะกลายเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น และเป็นประโยชน์ในชีวิตการทำงานหรือการเรียนที่ช่วยเปิดประตูสู่โลกกว้างมากขึ้นอย่างแน่นอน