ทำงานเงินเดือน 70K สวัสดิการโคตรดี แต่เลือกลาออก
จากโพสต์ ทิ้งเงินเดือนกว่าครึ่งแสน มาใช้ชีวิตแบบไม่มีเงินเดือนครึ่งปี อยู่ได้ยังไง ก่อนหน้านี้ วันนี้ได้เวลามาเล่าละ
เราทำงานอยู่ บ. แห่งหนึ่งอยู่ 2 ปีกว่า เป็นองค์กรใหญ่ สำนักงานใหญ่ที่เราทำก็หลักพันคน ถ้านับจากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา ถือเป็นที่ๆ ให้เงินเดือนเยอะสุดตลอดการทำงาน 7 ปี คือ 7XK (เจ็ดหมื่นกว่า) สวัสดิการดี เช่น มีประกันสุขภาพ มีค่าทันตกรรมปีละ 4 พัน มีเอ้าติ้ง มีคอร์สเรียน เบิกค่าไปอีเวนต์ได้ มีทุนเรียนต่อ สาระพัดสาระเพ
ตำแหน่งที่เราสมัครคือ UX Writer ซึ่งถือว่าอยู่ในสายงานและสิ่งที่เรียนมา
แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ เราก็เริ่มทำงานเป็น Web Designer (ในยุคที่ประเทศไทยยังไม่มีอาชีพ UX, UI แยกย่อยเยอะเท่าปัจจุบัน - หรืออาจจะมีแต่ยังไม่เป็นที่รู้จักมาก เว็บดีไซน์เนอร์เลยรับจบ) เป็น Web and Graphic Designer, Graphic and Content, Graphic ที่เริ่มทำ Content และ SEO และ Marketing (ใช่ เนื้องานเราเริ่มขยายวงออก และใช่ เราเป็นมนุษย์เป็ด ที่อยากทำและอยากลองหลายอย่าง 😅)
ทีมก็ดี รวมๆ คือน่ารัก ช่วยเหลือกันดี จนได้เพื่อนร่วมงานเป็นเพื่อนร่วมชีวิตก็หลายคน
แต่…
เมื่อทุกอย่างดี เหรียญย่อมมีสองด้าน
ข้อเสียของบริษัทใหญ่ที่หลายคนอาจรู้คือ คนยิ่งเยอะ กระบวนการและความล่าช้ายิ่งมากตามไปด้วย การจะอนุมัติ หรือเคาะอะไรสักอย่างสามารถลากไปได้เป็นอาทิตย์ หรือเดือน บางอย่างคุยผ่านไปแล้ว เริ่มไปแล้ว ก็สามารถย้อนกลับเอามาคุยใหม่ได้ ถ้าเบื้องบนไม่โอเค และแน่นอน…คนผู้น้อยก็ได้แต่บ่น และทำตาม เดี๋ยวจะรู้ว่าเพราะอะไร
มีบ้างที่มันไม่ไหว ผู้น้อยก็จะส่งเสียงขึ้นไป แต่มันจะค่อยๆ เงียบ และคุณก็จะเหนื่อยกับการต้องมาตั้งคำถามว่าทำไม ทำไมต้องสู้ ทำไมต้องรักบริษัท ทำไมต้องทำเกิน เพราะสุดท้าย ถ้าคุณไม่ใช่ตัวทำเงิน เสียงคุณจะเป็นแค่เสียงเล็กๆ สู้ก้มหน้าทำไป เลิกงานกลับบ้าน สิ้นเดือนรับเงิน ไม่สบายกว่าเหรอ คิดงี้จริง
แต่พอเป็นแบบนี้ไปนานๆ ทำงานไม่มีความสุข เงินเริ่มไม่ใช่ที่ตั้งสำหรับเรา
สายอาชีพอื่น เป็นมั้ยไม่รู้ แต่เราเป็น ถ้าเราไม่รู้สึกภูมิในงานตัวเอง เราจะเริ่มตั้งคำถามถึงคุณค่าของตัวเอง ว่าเราอยู่นี่เราถูกให้คุณค่ามั้ย เขาจำเป็นต้องมีเรามั้ย มีอะไรที่เราอยากอยู่เพื่อทำมันมั้ย
มีอะมี หาทำได้เรื่อยๆ แต่พอมองไปถึงโครงสร้างองค์กร ลักษณะของหัวหน้าสูงๆ ที่มักมาเปล่งโอวาทให้กำลังและแรงใจด้วยคำพูดที่ยิ่งใหญ่ แต่พอทำงานจริงเป็นอีกเรื่อง มาขายฝัน กดดันยอด ตั้งคำถามในสิ่งที่คนระดับนั้นไม่น่าจะถามลูกทีม หรือตัดสินใจ จากเดิมที่ตั้งกับคำถามกับตัวเอง เริ่มตั้งคำถามกับคนสูงๆ ถึงวุฒิภาวะ ความสามารถ และความเป็นผู้นำเป็นระยะ
แค่พิมพ์ไป นึกไปถึงตอนนั้น ก็เหนื่อยแล้ว เอาเป็นว่าพูดยากมาก ร้อยแปดพันเรื่อง
ไม่นับว่าเวลาทำงาน ต้องไปคุยกับทีมอื่นๆ ซึ่งแ ต่ละทีมก็มีตำแหน่งขั้นบันได ส่วนใหญ่ไม่ค่อยจบที่คนๆ เดียว และมันก็จะมีคนที่สอนงานคนอื่นเก่งมาก แถมไม่ใช่หน้าที่ แต่ใช้อำนาจ ตำแหน่งมาทำให้เราต้องเปลี่ยนงานของเรา
การถกเถียง เพื่องานที่ดี ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่มันมีจริงๆ คนที่ถกไปเรื่อย เพื่ออยากชนะ หรือไม่รู้แต่จะพูด แต่จะเอา แม้คุณจะโต้กลับด้วยเหตุผล คุณจะเสียเวลาเปล่า
เราเริ่มเห็นการโยกคนไปมาแบบฟ้าเเลบ
เริ่มเห็นคนมีสิทธิ์มีเสียงน้อยลง ทุกคนเลือกที่จะก้มหน้าทำงานตามคำสั่ง เพราะมันง่าย และเหนื่อยน้อยกว่า
ในขณะเดียวกัน เราเริ่มเห็นการเมืองในที่ทำงานที่ขยายวงและความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
เราเริ่มเห็นสิ่งที่ถูกพูด และแสดงออกไม่ตรงกัน
และเราเริ่มตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของต ัวเองถี่ขึ้น
หลับตายังรู้สึกว่าถึงเวลา แต่มันก็มีสิ่งที่บริษัททำให้เราไม่กล้าตัดสินใจทันที
เงินเดือนขนาดนี้ สวัสดิการขนาดนี้ หาที่อื่นยากนะ (ติดบ่วง)
ออกแล้วจะไปทำอะไร ที่ไหน
คิดใหม่ อาจจะแค่หมดไฟ ลองลาไปเที่ยว ไปพักสักอาทิตย์มั้ย
หรือลองหาหนังสือมาอ่าน ไปฟังพ็อดแคสซิ เผื่อจะปรับทัศนคติ มุมมองใหม่
อาจจะทำงานได้ดีขึ้น หรือจริงๆ ปัญหาอาจจะเป็นที่เรา ไม่ใช่ที่ทำงาน หรือคนนั้น
ทำทุกอย่าง สรุป รู้สึกอยากออกเหมือนเดิม
เพราะลึกๆ เรารู้อยู่แล้วว่า อะไรเปลี่ยนได้ง่ายๆ กับอะไรที่น่าจะอยู่อีกนานก็คงไม่เปลี่ยน
คุยกับตัวเองมาหลายเดือน (และกับทีม)
วันสึดท้าย เดินไปบอกหัวหน้า กดแจ้งลาออกให้หน่อย
หัวหน้ามองหน้า เงียบไปแป๊บนึง พยักหน้ารับรู้ เรียกคุยตามกระบวนการ แต่ไม่ต้องถามเพิ่ม ประมาณว่า กูเข้าใจ มึงไปเถอะ 😂
เราจะรู้ว่าเราเป็นที่รัก หรือที่ชัง ก็ในวันที่เราไม่อยู่กับเขานี่แหละ ให้ดูจากปฏิกิริยาคนรอบข้างเอา มันไม่ยากหรอกที่จะดูว่าใครจริงใจไม่จริงใจ แต่ยอมรับว่าใจหายและโล่งใจไปพร้อมๆ กัน
ส่วนแม่บ้านที่รู้ว่าเราจะไป แกน้ำตาซึม และบ่นว่า แล้วป้าจะถามใคร ใช้ใครละทีนี้ อ้าว ป้า นึกกว่าจะคิดถึง แต่ทุกวันนี้แกก็ยังส่ง สตก. สวัสดีวันจันทร์ ทักมาถามว่าเป็นยังไง สบายดีมั้ย เมื่อไหร่จะมาเยี่ยมป้าอยู่เลย เอ็นดูวววว
แต่สิ่งสำคัญ มันตอกย้ำและทำให้เรารู้ชัดว่า เงินไม่ใช่ข้อแรกในการเลือกงานของเรา เพราะถ้าใช่ เราคงอยู่ต่อไปจนตาย แต่เราอยา กเลือกงานที่สนุก ได้เป็นตัวเอง ได้ใช้ทักษะตัวเอง มีพื้นที่ให้เราได้แสดงความสามารถ โดยไม่ต้องผ่านคนเป็นสิบเป็นร้อย
เอาประมาณนี้ เป็นกำลังใจให้คนที่ยังสามารถสู้ต่อไปได้ คุณเก่งมาก และเป็นกำลังใจให้ทุกๆ คนที่กำลังตัดสินใจ เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ทีมเราดี แต่ใจเราไม่ไหว สุดท้ายก็ต้องออกมาฮีลใจตัวเอง
โพสต์หน้าจะมาสาธยายว่า ครึ่งปี หายไปทำอะไร มีอะไรที่เราได้เรียนรู้และน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับหลายๆ คน
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
• ทิ้งเงินเดือนครึ่งแสน ออกมาอยู่เฉยๆ ครึ่งปี ทำอะไร อยู่ยังไง จัดการเงินยังไง
• แชร์เรื่องการเงินหลังลาออก ใช้จ่ายปกติ แต่ประหยัดขึ้นได้ ทำยังไง?
• เราวางแผนการเงินและชีวิตก่อนลาออกยังไง ไม่ให้เครียด(มาก)
• ซื้อสลากออมสิน 6 เดือน งบ 750,000 ถูกรางวัลกี่บาท คุ้มมั้ย?
• เทคนิค ซื้อสลากออมสินดิจิทัล 1 ปี VS 2 ปี ซื้อยังไง เลือกอันไหนดี
• รีวิวการเงิน 2024 ฝากเงินที่ไหนบ้าง ให้ดอกเบี้ยสูง ฝากกี่บาท
• แชร์ประสบการณ์ ได้งานเพราะไหว้ทุกคน งงแต่จริง 🤣
และ…เปลี่ยนจากงานเงินเดือน 75K ไปทำงานเงินเดือน 25K ได้ยังไง เพราะอะไร งานอะไร ไปตามอ่านได้ คนอื่นมีแต่ทำงานเอาเงินเดือนขี้น อีนี่เอาลง ใครจะเชื่อ 55555
#ลาออก #มนุษย์เงินเดือน #เงินกับงาน #สวัสดิการบริษัท#รีวิวอาชี พ














































เขียนได้ตรงใจและเหมือนตาเห็นแต่ขิงพี่พีคกว่านี้อีกคะ last day มาได้ 4 วันละคะ ที่ต่างคือพี่อายุจะ 50 แล้วคะ ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรต่อดี ใดๆคืออยากออกจากโลก toxic + politic เป็นพอคะ 🪻🪻