10 สัญญาณเตือน ใกล้คลอด 🤰
สัญญาณเตือนก่อนคลอด
1. ท้องลดต่ำ
ประมาณ 2-4 สัปดาห์ก่อนคลอด คุณแม่จะรู้สึกได้ว่า มีการเคลื่อนตัวของลูกลงสู่เชิงกรานเรื่อย ๆ ท้องที่อยู่ด้านบนก็จะลดต่ำลง
2. ปวดท้องน้อยและทวารหนัก
ตรงท้องน้อยมีอาการปวดหน่วง ๆ ส่วนทวารหนักจะตึงและบวมเหมือนมีอะไรมากดทับไว้ตั้งแต่ท้องน้อยยาวไปถึงขาหนีบ ทำให้คุณแม่รู้สึกปวดหลังล่างตลอด
3. น้ำ หนักลดลงกว่าเดิมแต่ไม่มาก
หากจู่ ๆ ใกล้คลอดแล้วน้ำหนักลด คุณแม่ไม่ต้องตกใจค่ะ เพราะน้ำที่อยู่ในร่างกายจะค่อย ๆ ขับออกมาแล้วช่วงใกล้คลอด
4. ลูกไม่ค่อยดิ้นเหมือนเคย
ลูกในท้องดิ้นน้อยลง เพราะทารกมีขนาดร่างกายเท่าขนาดโพรงมดลูกแล้ว ขยับตัวได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่หาก คุณแม่จับอาการได้ว่าลูกไม่ดิ้นเลย ต้องรีบไปโรงพยาบาลแล้วค่ะ
5. ท้องผูก ท้องอืด ท้องเฟ้อ
เนื่องจากท้องที่ขยายใหญ่มากขึ้น คุณแม่ท้องจะมีอาการท้องผูก ท้องอืด ปวดท้องคล้ายอยากเข้าห้องน้ำ บางคนอาจมีอาการท้องเสีย ไม่สบายคลื่นไส้อาเจียน เนื่องจากอาการเจ็บท้องคลอดใกล้คลอดช่วงแรก ระบบการย่อยอาหารจะทำงานช้าลง
6. มีมูกเลือดทางช่องคลอด
มูกในช่องคลอดเหนียวและข้นมากขึ้น ซึ่งบริเวณคอมดลูกจะมีมูกปนเลือดจะห ลุดออกมาเปรอะเปื้อนกางเกงชั้นในหรืออาจหลุดออกมาขณะคุณแม่ท้องปัสสาวะหรืออุจจาระ ทั้งนี้การมีมูกเลือดปนออกจากทางช่องคลอด ไม่จำเป็นต้องมีเสมอไป อาจมีช่วงเตือนก่อนคลอดสัก 2-3 สัปดาห์ หรือตอนคลอดก็ได้ค่ะ
7. การหดรัดตัวของมดลูกถี่เป็นระยะ
คุณแม่จะรู้สึกปวดหน่วง ๆ คล้ายกับปวดประจำเดือน นั่นคือการหดรัดตัวของมดลูกที่ค่อย ๆ แรงและบ่อยขึ้น แต่เมื่อถึงเวลาใกล้คลอดมาก ๆ จะหดรัดตัวถี่ ๆ รู้สึกเจ็บยาวนานตั้งแต่ 1 นาทีขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาของการเจ็บมดลูกของคุณแม่แต่ละท่านก็จะแตกต่างกันไป บางคนอาจไม่เจ็บเลย
8. ปัสสาวะบ่อยขึ้น
คุณแม่ท้องจะปัสสาวะบ่อยขึ้น เนื่องจากทารกเริ่มจะกลับหัว จึงไปกดเบียดตรงกระเพาะปัสสาวะ จนเท้าบวมมากขึ้น จะลุกจะนั่งก็ลำบากมากขึ้น คุณแม่บางท่านตะคริวกินบ่อยเ นื่องจากเลือดไหลเวียนบริเวณช่วงขาไม่ดี
9. น้ำเดิน หรือถุงน้ำคร่ำแตก
ถ้ามีอาการน้ำเดินคุณแม่ต้องเตรียมตัวไปโรงพยาบาลแล้วค่ะ เพราะช่วงใกล้คลอดมาก ๆ ถุงน้ำคร่ำจะแตกออกทำให้น้ำคร่ำไหล หรือเรียกว่าน้ำเดิน ออกมาจากช่องคลอด คุณแม่บางคนอาจได้ยินเสียงถุงน้ำแตก หรือบางคนแค่ไหลออกมาจากต้นขาเล็กน้อยควร ไปโรงพยาบาลทันที
10. ปากมดลูกขยาย
เมื่อถึงระยะเวลาใกล้คลอดระดับออร์โมนของคุณแม่จะสูงขึ้น ทำให้ปากมดลูกบางลง หดรัด บีบตัวขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้เมื่อมีการบีบรัดตัวและปากมดลูกบางลง จึงทำให้ปากมดลูกค่อย ๆ เปิดกว้างขึ้น อาจถึง 10 เซนติเมตรเลยทีเดียว
ขอบคุณข้อมูลจาก thaAsianparent ค่ะ
#แม่ควรรู้ #คลอด #สตอรี่ของฉัน #เตือนแล้วนะ #40บวกเล่นlemon8
นอกจากสัญญาณเตือนใกล้คลอดที่ระบุไว้แล้ว คุณแม่ควรใส่ใจสังเกตอาการอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นควบคู่กัน เช่น การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ ความรู้สึกเหนื่อยง่าย และความถี่ของการปัสสาวะที่มากขึ้น สัญญาณเหล่านี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและตำแหน่งของทารกที่กดเบียดอวัยวะในช่องท้อง ซึ่งส่งผลต่อลำไส้และกระเพาะปัสสาวะด้วย สำหรับอาการปวดรอบท้องน้อยและทวารหนัก อาจเกิดจากแรงกดทับของลูกน้อยที่ลงต่ำในเชิงกราน ทำให้กล้ามเนื้อรอบๆ เกิดความเครียด ส่งผลให้เกิดความรู้สึกปวดหน่วงที่รุนแรงได้ คุณแม่จึงควรระมัดระวังและพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อบรรเทาอาการดังกล่าว ในเรื่องของมูกเลือดที่ออกจากช่องคลอด เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าปากมดลูกเริ่มมีการเปิดและมีการหลุดลอกของเมือกที่ปกคลุมอยู่ ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บอกว่ากำลังเข้าสู่ระยะใกล้คลอด บางครั้งมูกอาจมีลักษณะเหนียวข้นและสีชมพูปนเลือด ซึ่งถือว่าปกติ แต่ถ้ามีเลือดไหลออกมากหรือมีกลิ่นผิดปกติ ควรไปพบแพทย์ทันที น้ำเดิน หรือถุงน้ำคร่ำแตก เป็นสัญญาณที่คุณแม่ไม่ควรชะล่าใจ เพราะน้ำคร่ำมีหน้าที่ปกป้องทารกจากการติดเชื้อและแรงกระแทก เมื่อเกิดถุงน้ำคร่ำแตก น้ำที่ล้อมรอบทารกในครรภ์จะไหลออกมา ทำให้ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อประเมินความปลอดภัยและเตรียมตัวคลอด สำหรับการปากมดลูกขยาย หากคุณแม่มีอาการหดรัดตัวถี่และรุนแรง พร้อมกับปากมดลูกเปิด ควรไปคลินิกหรือโรงพยาบาลทันที เพราะเป็นสัญญาณว่าใกล้จะถึงเวลาคลอดจริง เพื่อความปลอดภัยของแม่และลูก สุดท้ายนี้ การรักษาสุขภาพ โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ และรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูงจะช่วยลดอาการท้องผูกและบรรเทาอาการท้องอืดได้ นอกจากนี้ การออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดินช้าๆ หรือโยคะสำหรับคนท้อง จะช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ลดอาการตะคริวและเท้าบวม และเตรียมกล้ามเนื้อให้พร้อมสำหรับการคลอดอีกด้วย
