What should I do first?
😵 to get married but don't know how to start.
😲 over 100 jobs to do. What are you going to do?
Come on, let's download it. There's a notification system.
--------------------
Preparing for the wedding is no longer complicated. 💍
All About Wed, an application made for newlyweds.
Includes Quality Wedding Vendor from across the country.
To the big day you're the best.
--------------------
✨ create a dream wedding without hassle. Free download. Click now!
http://bit.ly/45EhTMH
✨ for further questions, please contact https://lin.ee/Q1ZBr2v
# Wedding ♪ Prepare the wedding # The app tells # weddingplanner # Bride
# AllAboutWed # application # weddingandeventplatform # planner # allaboutwed # PlannerInYourPocket
# Prepare simple work at the fingertips
ตอนเริ่ม “เตรียมงานแต่ง” เราก็เป็นเหมือนกันค่ะ เปิดกูเกิลแล้วเจอแต่ลิสต์ยาวๆ จนไม่รู้จะหยิบอะไรก่อน เลยสรุปเป็นแนวทางแบบทำตามได้จริง (เน้นลดความหลุดลืม) เผื่อใครกำลังวางแผนอยู่ 1) เริ่มจาก 3 เรื่องใหญ่ก่อน: งบ–วัน–จำนวนแขก - งบประมาณ: ตั้ง “งบรวม” ก่อน แล้วค่อยแตกเป็นหมวด (สถานที่/อาหาร, ชุด, ช่างภาพ-วิดีโอ, ของชำร่วย, การ์ดเชิญ, ดอกไม้, แหวน, พิธีการ) กันงบสำรองไว้อีก 10–15% เผื่อค่าใช้จ่ายจุกจิก - วันและรูปแบบงาน: เช้า-เย็น? งานเล็กในสวน/โรงแรม/บ้าน? ถ้าต้องมีพิธีทางศาสนาให้ล็อกคิวพระ/สถานที่แต่เนิ่นๆ - จำนวนแขก: ทำ “ลิสต์แขกคร่าวๆ” แยกฝั่งเจ้าบ่าว-เจ้าสาว จะช่วยให้เลือกสถานที่และคุมงบได้ง่ายขึ้นมาก 2) ลำดับงานที่ทำแล้วเวิร์ก (ไทม์ไลน์คร่าวๆ) - 10–6 เดือนก่อนงาน: เลือกสถานที่/จองวัน, วางธีมสี, จองทีมหลัก (ช่างภาพ/วิดีโอ/ช่างแต่งหน้า), เริ่มหา Wedding vendor ที่ตรงสไตล์ - 6–4 เดือนก่อนงาน: ลองรสชาติอาหารกับสถานที่ (tasting), เริ่มออกแบบการ์ดเชิญและของชำร่วย, วางแปลนพิธีและลำดับงาน - 4–2 เดือนก่อนงาน: ส่งคำเชิญงานแต่ง/ทำลิงก์ตอบรับ, สรุปจำนวนแขก, เริ่มทำผังที่นั่ง, ซื้อรองเท้าบ่าวสาว-ถุงเท้าเจ้าบ่าว (ของเล็กๆ นี่ชอบลืม) - 2–1 เดือนก่อนงาน: สรุปผังที่นั่งกับโรงแรม/สถานที่จัดงาน, ยืนยันเมนู-เครื่องดื่ม, นัดซ้อมคิวพิธี, เช็กเอกสารที่เกี่ยวกับทะเบียน/พิธี - 1 สัปดาห์ก่อนงาน: รวมของทั้งหมดใส่กล่อง (การ์ด/ซอง/ของชำร่วย/อุปกรณ์พิธี), ยืนยันเวลาทุกทีมอีกครั้ง และนอนให้พอ 3) ทริคที่ช่วยลดปวดหัว: ใช้เช็กลิสต์ + ตั้งแจ้งเตือน สิ่งที่ทำให้เราหลุดน้อยลงคือทำเช็กลิสต์แยก “ก่อนงาน/วันงาน/หลังงาน” แล้วตั้งแจ้งเตือนตามเดดไลน์ เช่น 2 เดือนก่อนงานต้อง “ส่งการ์ดเชิญ”, 1 เดือนก่อนงานต้อง “สรุปแขกตอบรับ/ทั้งหมด”, ก่อนงานต้อง “เช็กงานที่ยังไม่ได้ทำ” วิธีนี้ช่วยให้ไม่ต้องเก็บทุกอย่างไว้ในหัว 4) คุมงบให้เอาอยู่ - จดค่าใช้จ่ายจริงทุกครั้ง แล้วเทียบกับงบที่ตั้งไว้ (จะเห็นเลยว่าหมวดไหนบาน) - เวลาเลือกแพ็กเกจสถานที่ ให้ดูว่า “รวมอะไรบ้าง” เช่น อาหาร/เครื่องดื่ม/ดอกไม้/ห้องแต่งตัว/เครื่องเสียง เพราะบางอย่างบวกเพิ่มทีหลังแพงมาก ถ้าตอนนี้คุณกำลังคิดว่า “ทำอะไรก่อนดี??” ให้เริ่มจากงบ–วัน–แขก แล้วค่อยไล่เช็กลิสต์ตามไทม์ไลน์ค่ะ แค่จัดระบบดีๆ งานแต่งจะไม่รู้สึกมี 100 กว่าอย่างให้ทำในวันเดียวแน่นอน