#ALLPOP _HIGHLIGHT 🔥 JETAIME เปิดเบื้องหลัง “RED WINE” ฉากแอคชั่นทำถึง โชว์สกิลเล่นดาบสุดโปร
.
เบื้องหลังเดือดไม่แพ้ใน MV! สำหรับซิงเกิล Red Wine ของ JETAIME หรือ เชอแตม–ณมน สวาทยานนท์ จากค่าย 411Music ที่งานนี้ไม่ได้มีดีแค่ภาพสวยและความเซ็กซี่ เพราะอีกหนึ่งไฮไลต์ที่แฟนๆ พูดถึงหนักมาก คือฉากแอคชั่นสุดเข้มข้นระหว่าง JETAIME และ Nex BUS ซึ่งทั้งคู่เคมีเข้ากันแบบเกินต้าน
.
โดย JETAIME เผยว่า ฉากแอคชั่นทั้งหมดใช้เวลาซ้ อมเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น แต่พอถ่ายจริงกลับผ่านฉลุยแบบมืออาชีพ แทบไม่ต้องแก้คิวเพิ่ม ทำเอา ผกก และทีมงานเซอร์ไพรส์กับความเข้าขากันของทั้งคู่ แถมระหว่างถ่ายยังมีโมเมนต์น่ารักๆช่วยเหลือกันระหว่างถ่ายฉากแอคชั่นหลุดออกมาให้กองถ่ายแอบแซวกันตลอดว่า “ฟันดาบสู้กันจริงจังมาก”
.
ส่วนฉากฟาดดาบสุดเท่ต้องยกเครดิตให้ Nex BUS แบบเต็มๆ เพราะเจ้าตัวมีสกิลการเล่นดาบที่คล่องแคล่วและแม่นยำ จนหลายคนในกองชมว่าเหมือนถ่ายหนังแอคชั่นจริง ทำให้ซีนต่อสู้ใน MV ออกมาลื่นไหล ดุดัน และเพิ่มเสน่ห์ให้เพลง Red Wine ยิ่งทวีความร้อนแรงขึ้นไปอีกระดับ
.
เรียกได้ว่า นอกจากเพลง Red Wine จะติดหูแล้ว เคมีและพลังการแสดงของทั้งคู่ก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ MV นี้ถูกจับตามองแบบสุดๆ จนแฟนๆ พากันพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “แค่เบื้องหลังก็เหมือนซีรีส์เรื่องหนึ่งแล้ว!”
.
#JETAIME _REDWINE
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยดูเบื้องหลังการถ่ายทำ MV หลายเรื่อง ฉันพบว่าสิ่งที่ทำให้ฉากแอคชั่นโดดเด่นและน่าตื่นเต้นจริงๆ ไม่ใช่แค่ความสามารถส่วนบุคคลของนักแสดงเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยเคมีที่ดีระหว่างทีมงานและนักแสดง รวมถึงความพร้อมด้านการซ้อมและเตรียมตัวอย่างเต็มที่ แม้ในกรณีของ JETAIME และ Nex BUS ที่ใช้เวลาซ้อมเพียง 15 นาที แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพและความตั้งใจจริง ทำให้ซีนฟาดดาบออกมาได้ราบรื่นและสมจริงมาก ฉากแอคชั่นแบบนี้ยังช่วยสร้างมิติใหม่ให้กับ MV เพลง Red Wine มากกว่าการเป็นแค่เพลงที่ติดหู เพราะมันสร้างเรื่องราวและบรรยากาศที่น่าติดตาม เปรียบเสมือนซีรีส์ขนาดสั้นที่ทำให้แฟนๆ ได้ซึมซับทั้งความดิบและความเซ็กซี่ของภาพรวม MV การฟาดดาบที่ทั้งสองฝ่ายทำกันอย่างจริงจัง มีแววว่าการทำงานเคมีที่ดีระหว่างศิลปินทั้งสองทำให้ฉากต่อสู้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น และยังเพิ่มเสน่ห์ให้เพลงอีกด้วย หากใครสนใจซีนแอคชั่นใน MV ควรลองสังเกตท่าทางการเล่นดาบและความสัมพันธ์ระหว่าง JETAIME กับ Nex BUS ซึ่งนอกจากจะทำให้ซีนดูสมจริง ยังสะท้อนความเป็นมืออาชีพและจิตวิญญาณของศิลปินที่ทุ่มเทเพื่อผลงาน นอกจากนี้การถ่ายทำที่ไม่มีการแก้คิวเพิ่มเยอะถือเป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชมจากทีมงานและนักแสดงทุกคน ที่สามารถถ่ายทอดฉากต่อสู้ได้อย่างลงตัวและหนักแน่น สุดท้ายนี้ ฉันคิดว่าเบื้องหลังฉากแอคชั่นนี้แสดงให้เห็นว่า MV ไม่ใช่แค่การถ่ายทำเพลงให้สวยงามแต่ยังเป็นเวทีที่แสดงทักษะและพลังงานของศิลปินอย่างเต็มที่ ช่วยให้แฟนเพลงรู้สึกมีส่วนร่วมและประทับใจในความตั้งใจจริงของศิลปินอย่างใกล้ชิดมากขึ้น





