Today in the past, samsunges80.
ช่วงนี้เห็นหลายคนกลับมาหลงเสน่ห์ “กล้องดิจิตอลคอมแพค” กันอีกครั้ง เราเลยขอมาเล่าประสบการณ์กับ Samsung ES80 (บางคนค้นว่า Samsung 80 / es80) เผื่อใครกำลังชั่งใจว่าจะตามหามาเล่นดีไหม สิ่งที่ชอบอย่างแรกคือความ “หยิบขึ้นมาถ่ายได้เลย” ของ ES80 ตัวกล้องเล็ก น้ำหนักเบา ใส่กระเป๋าได้สบาย เหมาะกับวันเที่ยว/เดินเล่นที่ไม่อยากแบกของเยอะ เมนูใช้งานไม่ซับซ้อน มือใหม่ก็ทำความเข้าใจได้ไว ถ่ายแบบออโต้ก็ให้โทนภาพที่ดูเป็นกล้องคอมแพคยุคก่อน ๆ คือสีออกนวล ๆ คอนทราสต์กำลังดี ได้ฟีลย้อนยุคแบบที่หลายคนตามหา เวลาใช้งานจริง แนะนำให้ลองถ่ายกลางแจ้งหรือที่แสงดี ๆ จะได้คุณภาพภาพที่คมและใสที่สุด เพราะกล้องรุ่นนี้เหมาะกับสภาพแสงปกติเป็นหลัก ถ้าถ่ายในที่แสงน้อย ภาพอาจมีนอยส์ขึ้นบ้างตามสไตล์กล้องคอมแพครุ่นเก่า เทคนิคของเราคือพยายามหันเข้าหาแหล่งไฟ เลือกมุมที่สว่างขึ้น หรือพิงอะไรนิ่ง ๆ เพื่อลดภาพสั่น (โดยเฉพาะตอนถ่ายกลางคืน) อีกจุดที่คนมักถามคือ “เหมาะกับใคร” สำหรับเรา Samsung ES80 เหมาะกับ - คนที่อยากได้กล้องดิจิตอลเล็ก ๆ ไว้ถ่ายเล่น ถ่ายคาเฟ่ ถ่ายเพื่อน ถ่ายทริป - คนที่ชอบโทนภาพกล้องคอมแพค ไม่อยากแต่งเยอะ - คนที่อยากเริ่มสะสมกล้องรุ่นเก่าในงบไม่แรง ก่อนซื้อ (โดยเฉพาะมือสอง) มีเช็กลิสต์เล็ก ๆ ที่เราอยากแนะนำ เพราะช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะ: 1) เช็กเลนส์และสภาพบอดี้: เลนส์มีฝุ่น/รอย/เชื้อราหรือไม่ ปุ่มกดเด้งดีไหม 2) เช็กแฟลชและจอ: ลองถ่ายเปิดแฟลช ดูว่าชาร์จแฟลชได้ปกติ จอไม่เป็นเส้นหรือจุดดำ 3) เช็กแบต/ที่ชาร์จ: รุ่นเก่าบางตัวแบตเสื่อมง่าย ถ้ามีแบตสำรองหรือที่ชาร์จแท้จะอุ่นใจกว่า 4) เช็กการบันทึกไฟล์: ลองใส่การ์ด ถ่ายแล้วเปิดดูรูปว่าบันทึกได้ต่อเนื่อง ถ้าเป้าหมายคือภาพคมกริบแบบกล้องยุคใหม่ อาจไม่ใช่ทางของ ES80 แต่ถ้าอยากได้ความสนุกแบบ “ถ่ายแล้วได้ฟีล” และความคล่องตัวในการพกพา Samsung ES80 เป็นตัวที่น่าลองมาก ๆ สำหรับสายกล้องดิจิตอลคอมแพคยุคนี้