Automatically translated.View original post

Share the experience. The man blew his mother's ear and slandered us!!

Never thought there would be a man.

Not so gentlemanly.

Put us on the mother until we're all damaged.

We became bad in his eyes.

He became a good man who always sacrificed to us.

Before you realize it, they've been together almost three years.

Really terrible.

I didn't think I'd find a man like this.

# Love story

# Love experience

# Relationship narrative

# Consult love

2/12 Edited to

... Read moreคำว่า “เป่าหู” สำหรับเรา มันไม่ใช่แค่การพูดนินทา แต่คือการค่อยๆ ปั้นเรื่องให้คนสำคัญของเรา (อย่างแม่เขา) เชื่อในภาพที่เราไม่ได้เป็น จนสุดท้ายเรากลายเป็น “คนไม่ดี” ในบ้านเขาแบบงงๆ ถ้าใครกำลังเจอสถานการณ์คล้ายกัน เราอยากแชร์มุมที่เราเพิ่งตกผลึกได้ เพื่อให้รับมือไวกว่าเรา 1) สังเกตสัญญาณว่าเขากำลังเป่าหูคนอื่น - เขาชอบเล่าเรื่องเราให้คนอื่นฟัง แต่เล่าเฉพาะด้านเสีย/ดราม่า และตัดบริบทที่ทำให้เราเข้าใจได้ - เขาทำให้ตัวเองดูเป็น “คนดีที่เสียสละ” ส่วนเราคือคนที่ทำให้เขาลำบากตลอด - เวลาเราจะอธิบาย เขารีบปิดบทสนทนา หรือบอกว่า “ไม่ต้องไปแก้ตัวหรอก เดี๋ยวเขาคิดมาก” - เราเริ่มรู้สึกว่าเราเหมือนต้องพิสูจน์ตัวเองกับคนในครอบครัวเขาตลอด ทั้งที่ไม่ได้ทำผิด 2) ตั้งหลักก่อนคุยกับแม่/ผู้ใหญ่ของเขา ตอนแรกเราอยากพุ่งไปเคลียร์ทันที แต่พอทำจริงมันกลายเป็น “ปะทะ” และผู้ใหญ่บางคนจะเชื่อสิ่งที่ได้ยินซ้ำๆ มากกว่าเหตุผล ดังนั้นเราแนะนำให้ตั้งหลักแบบนี้ - เก็บข้อมูลเป็น “ข้อเท็จจริง” ไม่ใช่อารมณ์ เช่น แชต/เหตุการณ์/วันที่ (เท่าที่ทำได้) - สรุปเรื่องที่อยากชี้แจงให้สั้น 2–3 ประเด็น ไม่เล่ายาวจนดูเหมือนแก้ตัว - เป้าหมายคือ “ให้ผู้ใหญ่รับรู้ความจริง” ไม่ใช่เอาชนะ 3) วิธีคุยแบบไม่ให้ตัวเองดูแย่กว่าเดิม ประโยคที่เราใช้แล้วรู้สึกว่าเวิร์กคือ - “หนูอยากชี้แจงในส่วนของหนู เผื่อมีอะไรที่คุณแม่ได้ยินมาแล้วไม่ตรงความจริง” - “หนูยอมรับได้ถ้าคุณแม่ไม่ชอบหนู แต่ไม่อยากให้ตัดสินจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อน” - “เรื่องนี้หนูอยากคุยกันด้วยความเคารพ และขอให้ฟังหนูจบสักครั้ง” พูดนิ่งๆ ใช้น้ำเสียงสุภาพ แล้วหยุดเมื่อเริ่มวน เพราะการเถียงจะทำให้เราเสียภาพทันที 4) คุยกับแฟนให้ชัดเรื่อง ‘ขอบเขต’ ถ้าเขารักและเคารพเรา อย่างน้อยต้องทำ 2 อย่างนี้ได้ - หยุดเล่าเรื่องส่วนตัวของคู่เราให้แม่/คนอื่นในมุมที่ทำร้ายเรา - ถ้ามีปัญหา ให้คุยกับเราตรงๆ ไม่ใช้คนที่สามเป็นเครื่องมือ ลองพูดตรงๆ ว่า “ถ้าคุณยังเป่าหูใส่ร้ายเรา เราขอไม่อยู่ในความสัมพันธ์ที่ทำลายชื่อเสียงเรา” 5) ดูว่าเป็นแค่ความเข้าใจผิด หรือเป็นการควบคุม (manipulation) ถ้าเขา “ตั้งใจ” ทำให้เราดูแย่เพื่อให้เรายอม/รู้สึกผิด/กลัวเสียเขา นี่เป็นธงแดงมาก เพราะมันมักจะไม่หยุดที่เรื่องแม่ แต่อาจลามไปเพื่อน ญาติ หรือคนรอบตัว จนเราถูกโดดเดี่ยว สุดท้าย ถ้าเราพยายามคุยดีๆ แล้วเขายังทำให้เราเสียหายซ้ำๆ ให้เชื่อการกระทำมากกว่าคำพูดนะคะ เราเสียเวลาไปเกือบ 3 ปีถึงรู้ตัว เลยอยากให้คนที่เจอคำว่า “เป่าหู” แบบนี้ รีบปกป้องตัวเอง ตั้งขอบเขต และเลือกความสัมพันธ์ที่ให้เกียรติเราจริงๆ