พาส่อง ความสัมพันธ์เหล่านี้.. เรียกว่าอะไร
ในยุคนี้.. ที่มีความสัมพันธ์เกิดขึ้นมามากมายไปหมด
ที่ไม่ใช่แค่แฟน คนคุย หรือดูใจกัน..
ตอนนี้มีความสัมพันธ์ที่มีชื่อเรียกเต็มไปหมด
ไปดูกันค่ะว่า สถานะในแต่ละแบบ
มันมีชื่อเรียกยังไงกันบ้าง !!
🩶Breadcrumbing
ให้ความหวัง แต่ไม่คิดจริงจัง
เหมือนโปรยเศษขนมปัง
ให้เราตามเรือยๆ มาสนใจเป็นพักๆ
แต่ไม่คิดพัฒนาความสัมพันธ์
🩶Situationship
มากกว่าเพื่อน แต่ไม่ใช่แฟน
รู้สึกดีทั้งคู่ ไม่มีข้อผูกมัด
และไม่ชัดเจน
🩶It's complicated
ความสัมพันธ์แบบคลุมเครือ
ไม่มีสถานะ ไม่แน่ใจ ที่คบกันเราเป็นอะไรกันแน่
🩶Trauma Bonding
ยอมทนกับความสัมพันธ์ Toxic
ยอมเจ็บซ้ำๆ เพียงเพราะว่า..
ความผูกพันตัดใจไม่ได้
🩶Ghosting
ความสัมพันธ์แบบผี
คุยกันอยู่ดีๆ ก็หายไป
วันดีคืนดีก็กลับมา
🩶Friends with Benefits
คบกันแบบเพื่อน แต่มีความลึกซึ้งกัน
ไม่ผูกมัด อิสระทั้งสอง ห้ามเผลอคิดเกินเพื่อน
🩶Emotional Support
เป็นที่ปรึกษาที่พึ่งทางใจ
คอยดูแลใจ พื้นที่ปลอดภัย แบบไม่ตัดสิน
🩶Orbiting
เลิกกันแล้วแต่ยังคอยตามส่อง
แค่อยากรู้ว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง
🩶Love-Hate Relationship
ความสัมพันธ์แบบ ทั้งรักทั้งเกล ียด
รักแบบมีปากเสียงทะเลาะกันทุกวัน
แต่ขาดกันไม่ได้
🩶Open relationship
ความสัมพันธ์แบบเปิด
ต่างฝ่ายต่างออกเดทกับคนอื่นได้
🩶Emotionally Unavailable
มีแฟนก็เหมือนไม่มี พยายามอยู่ฝ่ายเดียว
เข้าไม่ถึงกันราวกับมีกำแพงกั้นบางๆ
🩶Cookie-jarring
ตัวสำรองติดต่อมาแค่ตอนว่าง
สำคัญแค่ตอนเขาไม่มีใคร
🩶Rebound Relationship
ความสัมพันธ์แบบคนคั่นเวลา
เป็นที่พักแก้เหงาระหว่างเขารอตัวจริง
🩶Love Bombing
ทุ่มเทความรักหนักจน Toxic
คลั่งรักมากเกินไป จนเข้าไปควบคุมชีวิตอีกฝ่าย
🩶Zombieing
เคยหายไปเฉยๆ แต่อยู่ๆก็กลับมาอีกครั้ง
กลับเข้ามาวนเวียนในชีวิตทักหา
หรือตามดูสตอรี่
🩶Living Apart Together
รักทางไกลไม่ได้อยู่ด้วยกัน
แยกกันอยู่ แต่ยังคบกันดี
ค่อยหาเวลาทำกิจกรรมด้วยกัน
ความสัมพันธ์ในยุคสมัยนี้มีความซับซ้อนและหลากหลายมากกว่าสมัยก่อน ทำให้เรามักได้ยินชื่อเรียกใหม่ๆ ที่อธิบายสถานะหรือรูปแบบความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนหรือแตกต่างกันไป เช่น Breadcrumbing ที่มักทำให้คนหนึ่งหวังแต่ไม่มีท่าทีจะจริงจัง หรือ Situationship ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างเพื่อนและแฟน โดยทั้งสองฝ่ายอาจรู้สึกดีต่อกันแต่ไม่มีข้อผูกมัดแน่นอน จากประสบการณ์ส่วนตัว การรู้จักและเข้าใจคำศัพท์เหล่านี้ช่วยให้เรามีสติและสามารถจัดการกับความสัมพันธ์ได้ดีขึ้น เช่น ถ้าเจอคนที่ทำ Ghosting คือคุยกันอยู่ดีๆก็หายไปโดยไม่บอก นั่นอาจเป็นสัญญาณให้เราไม่ต้องทุ่มเทหรือคาดหวังกับความสัมพันธ์นั้นเกินไป ในกรณีของความสัมพันธ์แบบ Friends with Benefits ที่มีความลึกซึ้งทางร่างกายแต่ไม่ยึดติดอย่างแฟน ก็ต้องมีขอบเขตให้ชัดเจนเพื่อป้องกันความรู้สึกบาดเจ็บ นอกจากนี้ ความสัมพันธ์แบบ Love-Hate Relationship ที่มีทั้งรักและเกลียดผสมปนเปกัน ก็มักจะสร้างความสับสนทางอารมณ์มาก หากไม่เข้าใจอาจทำให้เราเหนื่อยใจหรืออยู่ในวงจรของการทะเลาะและคืนดีวนไป สำหรับคนที่กำลังเผชิญกับความสัมพันธ์แบบ Trauma Bonding หรือความสัมพันธ์ที่ทำร้ายจิตใจแต่ยังคงรู้สึกผูกพัน การตระหนักรู้และขอคำปรึกษาจะช่วยให้สามารถตัดใจได้ง่ายขึ้นและรักษาตัวเองให้ดี จากที่ได้ติดตามและศึกษาความสัมพันธ์เหล่านี้ พบว่าการเปิดใจพูดคุยและทำความเข้าใจตัวเองก่อน จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ดีว่า ควรจะอยู่ในรูปแบบความสัมพันธ์ใด หรือควรถอยออกมาเมื่อไร สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบไหน สิ่งสำคัญคือความเคารพในตัวเองและความรู้สึกของอีกฝ่าย การมีความชัดเจนและสื่อสารกันอย่างตรงไปตรงมาจะช่วยให้ความสัมพันธ์นั้นสุขภาพดีขึ้น และลดความสับสนหรือเจ็บปวดที่อาจเกิดขึ้น

อันสุดท้ายเลย🥺