ศุกร์13ศุกร์สยอง🫠🥶

สุขสันต์วันศุกร์ที่ 13 ค่ะ! วันนี้ถือเป็นวันที่หลายคนอาจจะรู้สึก "ระแวง" เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นชาวพุทธในไทยหรือชาวคริสต์ในตะวันตก

​เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ วันนี้เรามาเจาะลึกกันว่าทำไมวันที่ดูเหมือนวันศุกร์ธรรมดาๆ ถึงกลายเป็นวันที่คนทั่วโลกแอบหวั่นใจได้ขนาดนี้ค่ะ

​👻 ฝั่งตะวันตก: จุดเริ่มต้นของ "ความซวย"

​สำหรับชาวตะวันตก ความกลัววันศุกร์ที่ 13 มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการทางจิตวิทยาว่า triskaidekaphobia (โรคกลัวเลข 13) ซึ่งมีที่มาหลักๆ จากประวัติศาสตร์และศาสนาค่ะ

​อาหารมื้อสุดท้าย (The Last Supper): ในทางคริสต์ศาสนา มีผู้นั่งร่วมโต๊ะอาหารมื้อสุดท้ายกับพระเยซูทั้งหมด 13 คน โดยคนที่ 13 คือ ยูดาส ผู้ทรยศ และวันต่อมาที่พระเยซูถูกตรึงกางเขนก็คือ วันศุกร์ นั่นเอง

​ตำนานนอร์ส (Norse Mythology): มีตำนานเล่าว่าในงานเลี้ยงของเหล่าเทพเจ้าที่มีแขก 12 องค์ อยู่ๆ โลกี (Loki) เทพแห่งการหลอกลวงก็บุกเข้ามาเป็นคนที่ 13 และทำให้เกิดโศกนาฏกรรมจนเทพแห่งความสุขตายไป

​การล่มสลายของอัศวินเทมพลาร์: ในวันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 1307 พระเจ้าฟิลิปที่ 4 แห่งฝรั่งเศส สั่งจับกุมและประหารชีวิตอัศวินเทมพลาร์จำนวนมาก ทำให้วันนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความโชคร้ายและการนองเลือด

​🇹🇭 ฝั่งไทย: เลข 13 และอาถรรพ์วันศุกร์

​ในสมัยก่อน ความเชื่อเรื่อง "วันศุกร์ที่ 13" ไม่ใช่ความเชื่อดั้งเดิมของไทยเราค่ะ แต่เราได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตกจนกลายเป็นความเชื่อร่วมสมัยไปแล้ว

​เลข 13 กับ "ผี": คนไทยบางส่วนมองว่าเลข 13 เมื่อเขียนเป็นเลขอารบิกแล้วตะแคงข้าง จะดูคล้ายคำว่า "ผี" ในภาษาไทย ทำให้เกิดความรู้สึกไม่เป็นมงคล

​วันศุกร์คือวันนอนราบ: ในความเชื่อโบราณของไทยมีคำกล่าวว่า "วันศุกร์ห้ามเผาผี" เพราะชื่อวันศุกร์ดันไปพ้องเสียงกับคำว่า "สุข" การจัดงานศพในวันที่มีชื่อว่าเป็นความสุขจึงถือเป็นการขัดโชคลาภ หรือทำให้ความทุกข์นั้นยืนยาวต่อไป

​เลข 13 ในมุมมอง "มหาอุด": อย่างไรก็ตาม ในทางโหราศาสตร์ไทยบางตำรา เลข 13 ถือเป็นเลขมหาอุดที่ให้คุณด้านความคงกระพัน แต่ต้องใช้ให้ถูกทางและผู้ใช้ต้องมีบุญบารมีพอถึงจะคุมเลขนี้อยู่ค่ะ

💡 มุมมองชวนคิด

​แม้ว่าวันศุกร์ที่ 13 จะดูน่ากลัวในหน้าประวัติศาสตร์ แต่ในเชิงสถิติแล้ว อุบัติเหตุไม่ได้เกิดขึ้นมากกว่าวันอื่นอย่างมีนัยสำคัญ ค่ะ บางคนถึงกับถือว่าวันนี้เป็น "วันโชคดี" เพราะคนอื่นไม่กล้าออกจากบ้าน ทำให้รถไม่ติดหรือแย่งกันกินแย่งกันใช้น้อยลง

​Advice: ไม่ว่าคุณจะเชื่อเรื่องดวงหรือไม่ สิ่งที่สำคัญที่สุดในวันศุกร์ที่ 13 (หรือวันไหนๆ) คือ "การมีสติ" ค่ะ เพราะความประมาทต่างหากที่เป็นต้นเหตุของความซวยที่แท้จริง

​ขอให้เป็นวันศุกร์ที่ราบรื่นและมีความสุข (แบบไม่มีคำว่าผีมาเกี่ยว) นะคะ! 🎬✨

#ศุกร์ได้เล่า #ติดเทรนด์ #อาถรรพ์ #ป้ายยากับlemon8 #สายมู

3/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในประสบการณ์ส่วนตัว วันศุกร์ที่ 13 มักถูกพูดถึงอย่างลึกลับและสร้างความหวาดกลัวสำหรับหลายคน แต่เมื่อได้ศึกษาความเชื่อเหล่านี้อย่างละเอียดมากขึ้น ทำให้เรารู้ว่าส่วนใหญ่เป็นความเชื่อและตำนานที่สืบเนื่องมาจากวัฒนธรรมหลายแห่ง เช่น ความเกี่ยวพันกับเลข 13 ซึ่งในหลายวัฒนธรรมถือเป็นเลขโชคร้าย รวมถึงตำนานของอัศวินเทมพลาร์ และเหตุการณ์ทางศาสนาในคริสต์ศาสนาที่ผูกโยงกับวันศุกร์ สัญลักษณ์เหล่านี้ส่งผลให้วันศุกร์ที่ 13 กลายเป็นวันที่หลายคนระแวงกันอย่างไม่รู้ตัว ในมุมของประเทศไทยเอง ความเชื่อเรื่องวันศุกร์ที่ 13 เป็นสิ่งที่ถูกนำเข้ามาจากวัฒนธรรมตะวันตกและผสมผสานกับความเชื่อพื้นบ้านเกี่ยวกับเลข 13 ที่ถูกมองว่าเป็นเลขแห่งความไม่เป็นมงคลและเชื่อมโยงกับคำว่า "ผี" ในภาษาไทย รวมทั้งความเชื่อเกี่ยวกับวันศุกร์ในฐานะวันแห่งความสุขที่ไม่เหมาะสำหรับการจัดงานศพ ทำให้อาถรรพ์ของวันศุกร์ที่ 13 ในไทยมีความเฉพาะตัวและน่าสนใจ อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ที่ได้พบเจอ หลายครั้งวันที่ถือว่าเป็นวัน "โชคร้าย" กลับไม่ได้นำพาความโชคร้ายมาแต่อย่างใด โดยเฉพาะถ้าคุณสามารถรักษาความมีสติ หรือ mindfulness ในการทำงานและใช้ชีวิตประจำวัน ความระแวงและความกลัวจะลดลงมาก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันความผิดพลาดและอุบัติเหตุเกิดขึ้น ในแง่ของโหราศาสตร์ไทย เลข 13 ยังถูกมองว่ามีพลังด้านความคงกระพันถ้าหากใช้อย่างถูกต้องและอยู่ภายใต้บุญบารมีของผู้ใช้ ซึ่งเป็นมุมมองที่แตกต่างและเพิ่มสีสันให้กับความเชื่อดั้งเดิม นอกจากนี้ การทำบุญและเสริมบารมีจึงเป็นวิธีที่หลายคนใช้เพื่อแก้เคล็ดและเสริมโชคลาภในวันๆ นี้ ดังนั้น รวมถึงคำแนะนำส่วนตัวคือไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ในอาถรรพ์เหล่านี้ การมีสติและเตรียมความพร้อมในทุกสถานการณ์ย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันไม่ให้เกิด "ความซวย" จริงๆ ไม่ให้ความเชื่อเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ขอให้ทุกคนใช้วันศุกร์ที่ 13 อย่างมีความสุขและปลอดภัยนะคะ

ค้นหา ·
ความเชื่อเรื่องวันศุกร์ที่ 13