แฟนฉันเป็นผี

เเแฟนฉันเป็นผี||รักนะคุณผี🩷👻

เนื้อเรื่องจบในตอน

บทนำ

เสียงล้อลากของกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เสียดสีไปกับพื้นทางเดินที่เงียบสงัดของคอนโดมิเนียมสูงสิบชั้นใจกลางกรุงเทพมหานคร แพรวาหยุดยืนหอบหายใจเล็กน้อยอยู่หน้าประตูห้องหมายเลข 291 ห้องสุดท้ายที่อยู่สุดทางเดินของชั้นสาม เธอใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมอยู่บนหน้าผาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองบานประตูไม้สีเข้มตรงหน้าด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังและความตื่นเต้น

หลังจากเรียนจบและทำงานเก็บเงินอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเธอก็ทำตามความฝันได้สำเร็จ นั่นคือการย้ายเข้ามาทำงานในเมืองหลวงในตำแหน่งกราฟิกดีไซเนอร์ของบริษัทโฆษณาที่เธอใฝ่ฝัน แม้จะต้องจากบ้านเกิดที่คุ้นเคยมาไกล แต่การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในครั้งนี้ก็ทำให้หัวใจของหญิงสาวพองโตอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อไขกุญแจและผลักประตูเข้าไป กลิ่นหอมสะอาดจางๆ ก็ลอยมาแตะจมูก ภายในห้องกว้างกว่าที่เธอคิดไว้เล็กน้อย เฟอร์นิเจอร์บิวท์อินถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านกระจกเข้ามาทำให้ห้องสว่างไสวโดยไม่ต้องเปิดไฟ แพรวาลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปด้านในแล้วปิดประตูลง ความรู้สึกของการได้เป็นเจ้าของพื้นที่ส่วนตัวอย่างแท้จริงทำให้เธอมีความสุขจนอยากจะร้องตะโกนออกมาดังๆ

หญิงสาวใช้เวลาตลอดช่วงบ่ายในการจัดข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวเข้าที่ เสื้อผ้าถูกนำไปแขวนในตู้ ของใช้กระจุกกระจิกถูกวางบนโต๊ะเครื่องแป้ง และมุมทำงานเล็กๆ ก็ถูกจัดขึ้นข้างหน้าต่าง เธอมองผลงานของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงนอนนุ่มๆ อย่างหมดแรง ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและการจัดของถาโถมเข้ามาจนเปลือกตาของเธอหนักอึ้ง

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ แพรวาสะดุ้งตื่นขึ้นมาในความมืดสลัว แสงไฟจากภายนอกที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาทำให้เธอมองเห็นบรรยากาศรอบตัวได้ลางๆ เธอยกมือขึ้นขยี้ตาอย่างงัวเงีย พลางคิดว่าตัวเองคงเผลอหลับไปนานเกินไปแล้ว แต่แล้วความรู้สึกเย็นเยียบผิดปกติก็แล่นวาบไปทั่วแผ่นหลังของเธอ มันไม่ใช่ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ แต่เป็นความรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังจ้องมองเธออยู่

หัวใจของแพรวาเริ่มเต้นระรัว เธอค่อยๆ หันไปมองรอบห้องอย่างเชื่องช้า และแล้วสายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับร่างของใครคนหนึ่งที่นั่งกอดเข่าอยู่บนพื้น...ตรงปลายเตียงของเธอ

ความง่วงงุนทั้งหมดหายวับไปในทันที! แพรวาเบิกตาโพลงด้วยความตกใจสุดขีด ร่างนั้นเป็นของผู้ชาย เขามีเรือนผมสีดำสนิท ผิวขาวจนเกือบซีดภายใต้แสงสลัว และแม้จะมองเห็นใบหน้าได้ไม่ชัดเจน แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงเค้าโครงที่หล่อเหลาราวกับรูปสลัก เขานั่งนิ่งไม่ไหวติง จ้องมองมาที่เธอด้วยแววตาที่ว่างเปล่า

การเผชิญหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยความตึงเครียด แพรวาที่อยู่ในอาการตื่นตระหนกสุดขีด และชายหนุ่มลึกลับที่ดูเหมือนจะสับสนและประหลาดใจกับการปรากฏตัวของเธอไม่แพ้กัน ค่ำคืนแรกในคอนโดใหม่ของแพรวา ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนในชีวิต

บทที่ 2: ชีวิตร่วมกับผี

คืนนั้นทั้งคืนแพรวาแทบไม่ได้นอน เธอย้ายตัวเองไปขดอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น โดยมีโคมไฟตั้งโต๊ะเป็นเพื่อนและอาวุธในเวลาเดียวกัน สายตาของเธอจับจ้องไปยังห้องนอนที่บัดนี้ปิดประตูสนิทราวกับเป็นเขตแดนอันตรายที่ไม่ควรย่างกรายเข้าไปใกล้

เช้าวันรุ่งขึ้น แพรวาโทรหาเจ้าของห้องเช่าทันทีด้วยน้ำเสียงที่ยังไม่หายตื่นตระหนก แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาคือเธอจะถูกยึดเงินมัดจำทั้งหมดตามที่ระบุไว้ในสัญญาเช่า ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลยสำหรับเด็กจบใหม่อย่างเธอ

เมื่อวางสาย แพรวาก็ทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดหนทาง เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทนอยู่ที่นี่ต่อไป หญิงสาวรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เดินกลับเข้าไปในห้องนอนที่ตอนนี้สว่างจ้าด้วยแสงแดด

ฉันไม่สนว่าแกจะเป็นใคร แพรวาประกาศกร้าวกับความว่างเปล่า แต่ในเมื่อฉันต้องอยู่ที่นี่ เราต้องมีกฎ

ทันใดนั้นเอง ร่างโปร่งแสงของคินก็ปรากฏขึ้นที่มุมห้อง เขายืนกอดอกพิงกำแพง มองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก กฎอะไรของเธอ

แพรวาแทบจะกรี๊ดออกมาอีกรอบ แต่เธอก็พยายามข่มใจไว้ หนึ่ง! ห้ามโผล่มาให้เห็นตอนฉันหลับหรือตอนกลางคืนดึกๆ สอง! ห้ามเข้ามาในห้องน้ำตอนฉันอาบน้ำ สาม! ห้ามยุ่งกับของของฉัน และสี่! ทำตัวเหมือนไม่มีตัวตน!

คินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะแสยะยิ้มที่มุมปาก เรื่องมากจริงนะ...แล้วถ้าฉันไม่ทำตามล่ะ

ฉันจะไปจ้างหมอผีมาปราบแก! แพรวาขู่ฟ่อ

คินหัวเราะในลำคอ ลองดูสิ เขาพูดท้าทาย แต่แล้วก็เปลี่ยนเรื่อง แล้วกฎของฉันล่ะ

แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่แพรวาก็รู้ว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่น การอยู่ร่วมกับวิญญาณตนนี้จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการภายใต้ข้อตกลงที่ไม่น่าพิสมัยเอาเสียเลย

วันเวลาผ่านไป แพรวาเริ่มปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ประหลาดนี้ได้มากขึ้น เธอทำเหมือนคินไม่มีตัวตนอย่างที่ตั้งใจไว้ตอนแรก แต่ดูเหมือนฝ่ายวิญญาณหนุ่มจะไม่ให้ความร่วมมือเลยแม้แต่น้อย เขามักจะปรากฏตัวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย บางครั้งก็นั่งดูเธอนั่งทำงานเงียบๆ บางครั้งก็แกล้งเปลี่ยนช่องทีวีตอนที่เธอกำลังดูละครเรื่องโปรดจนแพรวาต้องโวยวายลั่นห้อง

มีอยู่วันหนึ่ง แพรวาหาแฟลชไดรฟ์ที่ต้องใช้พรีเซนต์งานในวันรุ่งขึ้นไม่เจอ เธอรื้อค้นห้องจนกระจัดกระจายไปหมดด้วยความร้อนใจ

หาอะไรอยู่ เสียงของคินดังขึ้นข้างๆ

ยุ่งน่า! เธอตอบอย่างหัวเสีย แฟลชไดรฟ์ฉันหาย ถ้าหาไม่เจอฉันตายแน่ๆ

คินมองไปรอบๆ ห้อง ก่อนจะชี้ไปที่ใต้โต๊ะทำงาน อยู่ตรงนั้นน่ะ

แพรวารีบก้มลงไปมองตามที่เขาบอก และก็พบแฟลชไดรฟ์อันเล็กๆ ของเธอตกอยู่ที่พื้นจริงๆ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความประหลาดใจ ขะ...ขอบใจ

ทีนี้เชื่อรึยังว่าฉันไม่ได้มีดีแค่หล่อ เขาพูดพร้อมกับรอยยิ้มกวนๆ ที่แพรวาชักจะเริ่มคุ้นเคยกับมันเสียแล้ว

การกระทบกระทั่งเล็กๆ น้อยๆ และการช่วยเหลือที่ไม่คาดฝัน ทำให้กำแพงในใจของแพรวาค่อยๆ ทลายลงทีละน้อย เธอเริ่มมองเห็นมุมอื่นๆ ของวิญญาณหนุ่มตนนี้ นอกเหนือจากความดุและความเย็นชาในตอนแรกที่เจอ...มุมที่ดูเหงา อบอุ่น และบางที...ก็น่ารักอย่างประหลาด

บทที่ 3: ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

กำแพงที่มองไม่เห็นระหว่างแพรวากับคินค่อยๆ บางลงในทุกๆ วันที่ผ่านไป การมีอยู่ของเขากลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตของเธอไปเสียแล้ว บางครั้งเธอก็เผลอพูดคุยกับเขาเหมือนเขาเป็นเพื่อนร่วมห้องที่มีชีวิตจริงๆ

เย็นวันศุกร์วันหนึ่ง แพรวากลับมาถึงห้องด้วยสภาพอิดโรยกว่าปกติ โปรเจกต์ใหญ่ที่เธอทุ่มเททำมาทั้งสัปดาห์ถูกลูกค้าปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย แถมยังโดนหัวหน้าตำหนิชุดใหญ่ต่อหน้าเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ อีกด้วย หญิงสาวทิ้งกระเป๋าลงบนโซฟาอย่างหมดแรง ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็นแล้วพบว่ามันว่างเปล่า

โธ่เอ๊ย...ลืมซื้อของเข้าห้องอีกแล้ว เธอพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะกินข้าวแล้วฟุบหน้าลงกับแขน ความรู้สึกเหนื่อยล้า ท้อแท้ และโดดเดี่ยวถาโถมเข้ามาจนทำให้น้ำตาของเธอซึมออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

เป็นอะไรของเธอ เสียงทุ้มของคินดังขึ้นข้างๆ แพรวาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบเช็ดน้ำตาแล้วเงยหน้าขึ้นทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เปล่า...แค่เหนื่อยๆ น่ะ เธอตอบเสียงอู้อี้

คินลอยมานั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เขามองหน้าเธอด้วยสายตาที่ดูเหมือนจะเข้าใจ เรื่องงานเหรอ

แพรวาพยักหน้าช้าๆ ไม่รู้ทำไม แต่การที่มีใครสักคนอยู่ตรงนี้และถามไถ่ด้วยความใส่ใจ แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงวิญญาณก็ตาม มันกลับทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นอย่างน่าประหลาด เธอจึงเริ่มระบายความอัดอั้นตันใจทั้งหมดที่เจอมาในวันนี้ให้เขาฟัง

คินนั่งฟังอย่างตั้งใจ ไม่มีการพูดแทรกหรือแสดงความคิดเห็นใดๆ เขาก็แค่...รับฟัง ซึ่งเป็นสิ่งที่แพรวาต้องการมากที่สุดในตอนนั้น

เมื่อเธอเล่าจบ ความเงียบก็เข้าปกคลุมไปชั่วขณะ แพรวารู้สึกเขินอายขึ้นมาที่จู่ๆ ก็ไปเล่าเรื่องส่วนตัวให้ผีฟัง ขอโทษที...คงน่าเบื่อแย่เลยเนอะ

ไม่หรอก เขาตอบ อย่างน้อยมันก็ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนยัง...มีชีวิตอยู่ ประโยคหลังของเขาแผ่วเบาราวกับกระซิบ แต่มันกลับดังก้องอยู่ในใจของแพรวา

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ เป็นครั้งแรกที่เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่นั้นแล้วไม่รู้สึกถึงความกลัว แต่กลับเป็นความเศร้าและความเหงาที่จับขั้วหัวใจ นาย...จำอะไรเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้เลยเหรอ เธอถามออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ

คินส่ายหน้าช้าๆ จำได้แค่ว่าชื่อคิน...แล้วก็ตื่นขึ้นมาในห้องนี้ ทุกอย่างมันว่างเปล่าไปหมด

ความสงสารแล่นเข้ามาจับใจของแพรวา การต้องติดอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งโดยไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครหรือตายได้อย่างไร คงเป็นความรู้สึกที่ทรมานเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้

ไม่เป็นไรนะ เธอพูดออกไปโดยไม่รู้ตัว มือของเธอยื่นออกไปข้างหน้าราวกับจะสัมผัสเขา แต่แล้วก็ชะงักเมื่อนึกขึ้นได้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ อย่างน้อยตอนนี้นายก็มีฉันเป็นเพื่อนแล้วนะ

รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของคิน เป็นรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นและจริงใจที่สุดเท่าที่แพรวาเคยเห็น อืม...ขอบใจนะ

ในคืนนั้นเอง แพรวาตัดสินใจทำบางอย่าง เธอเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาแล้วเริ่มออกแบบงานชิ้นเดิมใหม่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้ทำคนเดียว คินลอยตัวอยู่ข้างๆ เธอ คอยดูและให้ความคิดเห็นในมุมมองที่เธอคาดไม่ถึง

แพรวาทำตามคำแนะนำของเขาอย่างว่าง่าย น่าแปลกที่ความคิดเห็นของเขากลับช่วยให้งานของเธอดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งสองคนช่วยกันทำงานจนเกือบจะถึงเช้า เป็นครั้งแรกที่การทำงานดึกของเธอไม่รู้สึกเหงาอีกต่อไป

ความรู้สึกบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในหัวใจของแพรวาอย่างเงียบๆ มันไม่ใช่ความกลัว ไม่ใช่ความสงสาร แต่เป็นความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และหวั่นไหว...ทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้เขา เธอเริ่มยอมรับกับตัวเองแล้วว่า...เธออาจจะตกหลุมรักวิญญาณตนนี้เข้าให้แล้วจริงๆ

บทที่ 4: ความลับที่ถูกเปิดเผย

หลังจากคืนที่ช่วยกันทำงานจนเกือบสว่าง งานออกแบบของแพรวาก็ได้รับการอนุมัติจากลูกค้าในที่สุด แถมยังได้รับคำชมจากหัวหน้าเป็นครั้งแรกอีกด้วย ความสำเร็จเล็กๆ นี้ทำให้หญิงสาวมีกำลังใจขึ้นมาอย่างเต็มเปี่ยม และเธอก็รู้ดีว่าส่วนหนึ่งต้องขอบคุณคำแนะนำจากเพื่อนร่วมห้องที่มองไม่เห็นของเธอ

ความสัมพันธ์ของทั้งสองพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ การมีอยู่ของคินไม่ได้ทำให้แพรวารู้สึกกลัวอีกต่อไป แต่กลับทำให้ห้องสี่เหลี่ยมที่เคยเงียบเหงาเต็มไปด้วยชีวิตชีวา การเถียงกันเรื่องเล็กๆ น้อยๆ กลายเป็นการหยอกล้อที่สร้างรอยยิ้ม และความเงียบก็ถูกแทนที่ด้วยบทสนทนาที่ลึกซึ้งขึ้นในบางครั้ง

นี่...คิน คืนหนึ่งแพรวาเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา ส่วนคินก็นั่งอยู่ที่พื้นข้างๆ มองดูเธอเงียบๆ

หืม?

ฉันอยากจะช่วยนายนะ เธอพูดขึ้นมาตรงๆ ฉันอยากช่วยนายตามหาว่า...เกิดอะไรขึ้นกับนายกันแน่

คินนิ่งไป เขาวางสายตาจากหนังสือในมือของเธอแล้วหันมามองหน้าเธอตรงๆ แววตาของเขาฉายแววซับซ้อน ทั้งประหลาดใจและลังเล ทำไมล่ะ

ก็... แพรวาหลบสายตา ฉันไม่อยากให้นายต้องติดอยู่ที่นี่ไปตลอดแบบนี้โดยที่ไม่รู้อะไรเลย...นายควรจะได้ไปสู่ที่ๆ ดีกว่านี้ แม้จะพูดออกไปแบบนั้น แต่ในใจของเธอกลับรู้สึกเจ็บแปลบ เมื่อคิดถึงความคิดที่จะต้องเสียเขาไป

แล้วถ้าฉันไม่อยากไปล่ะ เขาถามเสียงเรียบ แต่คำถามนั้นกลับหนักอึ้ง

แพรวาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาทันที หัวใจของเธอเต้นแรง หมายความว่าไง

การอยู่ที่นี่กับเธอ...มันก็ไม่ได้แย่นักหรอก คินพูดพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่ทำให้หัวใจของแพรวาละลาย

แม้จะรู้สึกดีใจกับคำพูดของเขา แต่แพรวาก็ยังคงยืนกรานในความคิดเดิม ยังไงก็ตาม เราควรจะลองดูนะ อย่างน้อย...เพื่อให้นายได้รู้ความจริง

หลังจากตกลงกันได้ การสืบสวนเล็กๆ ของคนกับผีก็เริ่มต้นขึ้น พวกเขาเริ่มจากสิ่งของที่น่าจะเก่าแก่ที่สุดในห้อง ซึ่งก็คือเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินบางชิ้นที่เจ้าของห้องไม่ได้เปลี่ยนใหม่ คินพยายามใช้พลังของเขา ซึ่งเขาก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองทำได้ ในการสัมผัสสิ่งของเหล่านั้นเพื่อดูว่ามีความทรงจำอะไรหลงเหลืออยู่หรือไม่ แต่ก็ไม่เป็นผล

หรือเราจะลองถามคนแถวนี้ดูดีมั้ย แพรวาเสนอ อาจจะมีใครที่อยู่มานานพอที่จะจำได้ว่าใครเคยอยู่ห้องนี้มาก่อน

วันรุ่งขึ้น แพรวาลองไปพูดคุยกับป้าแม่บ้านที่ดูแลความสะอาดของคอนโด ป้าเล่าว่าเธอทำงานที่นี่มาเกือบสิบปีแล้ว และจำได้ลางๆ ว่าห้อง 291 เคยมีผู้ชายหนุ่มมาเช่าอยู่เมื่อหลายปีก่อน แต่เธอก็จำรายละเอียดอะไรไม่ค่อยได้มากนัก

เบาะแสดูเหมือนจะตีบตัน แต่แล้ววันหนึ่งขณะที่แพรวากำลังจะทิ้งขยะ เธอก็สังเกตเห็นกล่องลังเก่าๆ ใบหนึ่งวางทิ้งไว้ในห้องเก็บของของชั้น กล่องนั้นดูเหมือนถูกลืมทิ้งไว้มานานจนฝุ่นจับหนาเตอะ ด้วยความสงสัย เธอจึงตัดสินใจเปิดมันดู

ข้างในกล่องเต็มไปด้วยของใช้เก่าๆ ของผู้ชาย มีหนังสือสองสามเล่ม เสื้อผ้าที่พับไว้อย่างดี และกรอบรูปที่คว่ำหน้าอยู่ แพรวาค่อยๆ พลิกกรอบรูปขึ้นมาดู และแล้วหัวใจของเธอก็แทบจะหยุดเต้น

ในภาพนั้นคือชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข เขามีใบหน้าที่หล่อเหลาและแววตาที่ดูอบอุ่น...เป็นใบหน้าเดียวกับวิญญาณหนุ่มที่อยู่ในห้องของเธอไม่ผิดเพี้ยน

แต่สิ่งที่ทำให้เธอตกใจยิ่งกว่า คือผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาและยิ้มอย่างมีความสุขไม่แพ้กัน...ผู้หญิงคนนั้นคือพี่อร เจ้าของห้องเช่าที่เธอกำลังเช่าอยู่นั่นเอง!

ความจริงบางอย่างกำลังจะถูกเปิดเผย และดูเหมือนว่ามันจะซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับคนที่เธอรู้จักมากกว่าที่คิดไว้ ปริศนาการตายของคินไม่ได้เป็นเพียงโศกนาฏกรรมของคนแปลกหน้าอีกต่อไปแล้ว แต่มันกำลังจะกลายเป็นเรื่องที่เข้ามาพัวพันกับชีวิตของเธออย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

บทที่ 5: การอำลา

แพรวารีบนำรูปถ่ายใบนั้นกลับมาที่ห้องทันที หัวใจของเธอยังคงเต้นระรัวไม่หยุด เธอวางกรอบรูปนั้นลงบนโต๊ะเพื่อให้คินดู

นี่มัน...ฉันนี่ คินพึมพำเสียงแผ่ว เขาลอยเข้าไปใกล้รูปถ่าย จ้องมองใบหน้าของตัวเองในภาพด้วยแววตาที่สับสน แล้วผู้หญิงคนนี้...

พี่อร...เจ้าของห้องนี้ แพรวาตอบเสียงสั่น นายรู้จักเธอเหรอ

คินขมวดคิ้ว เขาพยายามค้นลึกเข้าไปในความทรงจำที่ว่างเปล่า แต่ก็ไม่มีอะไรปรากฏขึ้นมา ฉัน...ไม่แน่ใจ

การค้นพบครั้งนี้ทำให้แพรวาตัดสินใจว่าเธอต้องเผชิญหน้ากับพี่อรโดยตรง เธอโทรนัดเจอพี่อรในวันรุ่งขึ้นโดยอ้างว่ามีเรื่องปรึกษาเกี่ยวกับห้องเช่า ทั้งสองนัดเจอกันที่ร้านกาแฟใกล้ๆ คอนโด

มีอะไรเหรอน้องแพรวา พี่อรทักทายด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรเหมือนเช่นเคย แต่ในสายตาของแพรวาตอนนี้ รอยยิ้มนั้นดูแตกต่างออกไป

แพรวารวบรวมความกล้า ก่อนจะวางรูปถ่ายใบนั้นลงบนโต๊ะตรงหน้าพี่อร แพรวาเจอรูปนี้ในห้องเก็บของค่ะ...ผู้ชายในรูปนี้คือใครเหรอคะ

รอยยิ้มบนใบหน้าของพี่อรแข็งค้างไปในทันทีที่เห็นรูปถ่ายใบนั้น สีหน้าของเธอซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาที่เคยเป็นมิตรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดและตื่นตระหนก

น้อง...น้องไปเอารูปนี้มาจากไหน เธอถามเสียงสั่น

เขาคือใครคะพี่อร แพรวาถามย้ำอีกครั้ง

พี่อรเงียบไปนาน เธอเบือนหน้าหนีไปทางอื่นราวกับไม่อยากจะมองภาพนั้น ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหนักอึ้ง เขาชื่อคิน...เขาเป็น...แฟนเก่าของพี่เอง

คำตอบนั้นทำให้แพรวาตกใจ แต่ก็ยังไม่เท่ากับเรื่องราวที่พี่อรเล่าต่อจากนั้น

พี่อรเล่าว่าเธอคบกับคินมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ทั้งสองรักกันมากและวางแผนที่จะแต่งงานกัน ห้อง 291 ก็คือเรือนหอที่พวกเขาตั้งใจจะสร้างครอบครัวด้วยกัน แต่แล้วโศกนาฏกรรมก็เกิดขึ้นก่อนวันแต่งงานเพียงไม่กี่สัปดาห์

วันนั้นเราทะเลาะกันรุนแรงมาก พี่อรเล่าด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเสียใจ เป็นเรื่องเข้าใจผิดเล็กๆ น้อยๆ แต่ด้วยอารมณ์ของเราทั้งคู่ในตอนนั้น มันเลยบานปลาย...พี่เป็นคนบอกเลิกเขา แล้วก็วิ่งหนีออกมาจากห้อง

เธอหยุดเล่าไปชั่วครู่เพื่อสะกดกลั้นน้ำตา พี่ไม่คิดเลยว่า...นั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้คุยกัน

พี่อรเล่าต่อว่า หลังจากที่เธอออกมา คินเสียใจมากและดื่มเหล้าอย่างหนักจนขาดสติ เขาเกิดอุบัติเหตุพลัดตกจากระเบียงห้องพักและเสียชีวิตคาที่ ตำรวจสรุปคดีว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ลึกๆ แล้วพี่อรกลับรู้สึกผิดมาโดยตลอด เธอเชื่อว่าการตัดสินใจที่ผิดพลาดของเธอในวันนั้นคือสาเหตุที่ทำให้คินต้องตาย

หลังจากนั้นพี่ก็ย้ายออกจากห้องนั้นทันที พี่ทนอยู่ที่นั่นไม่ได้...ทุกที่มันมีแต่ความทรงจำของเรา เธอบอก พี่ปล่อยห้องให้คนอื่นเช่ามาตลอด แต่ก็ไม่เคยมีใครอยู่ได้นาน...ทุกคนบอกว่าเจอเรื่องแปลกๆ จนกระทั่งน้องแพรวาย้ายเข้ามา

แพรวานั่งฟังอย่างเงียบงัน ในที่สุดปริศนาทั้งหมดก็คลี่คลาย คินไม่ได้ถูกฆาตกรรม แต่เขาเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุที่เกิดจากความเสียใจ...และความรัก

เขาคงยังไม่ได้ไปไหน แพรวากระซิบเบาๆ เขายังคงรอพี่อยู่ที่ห้องนั้น

พี่อรน้ำตาร่วงเผาะ พี่รู้...แต่พี่ไม่กล้าพอที่จะกลับไปที่นั่นอีก พี่กลัว...กลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับเขา

เมื่อกลับมาถึงห้อง แพรวาก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้คินฟัง วิญญาณหนุ่มนิ่งเงียบไปหลังจากที่ได้ฟังความจริงทั้งหมด ความทรงจำของเขาเริ่มกลับคืนมาเป็นภาพลางๆ...ภาพของรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และคำบอกเลิกที่บาดลึกในหัวใจ

ฉัน...เป็นคนผิดเอง คินพูดเสียงแผ่วเบา ความรู้สึกผิดท่วมท้นเข้ามาในใจของเขา

ไม่ใช่นะ แพรวารีบปฏิเสธ มันเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น

บัดนี้เมื่อความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย บ่วงที่ผูกมัดคินไว้กับห้องนี้ก็ดูเหมือนจะคลายลง แสงสว่างจางๆ เริ่มปรากฏขึ้นรอบตัวเขา เป็นสัญญาณว่าถึงเวลาที่เขาจะต้องจากไปแล้ว

หัวใจของแพรวาร่วงวูบ เธอรู้ว่าวันนี้ต้องมาถึง แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะรวดเร็วขนาดนี้

ฉันต้องไปแล้วสินะ คินหันมาพูดกับเธอ รอยยิ้มของเขาดูเศร้าสร้อยแต่ก็เต็มไปด้วยความขอบคุณ

เดี๋ยวก่อน! แพรวาร้องห้าม น้ำตาของเธอไหลออกมาอย่างไม่อาจควบคุม ฉัน...ฉันยังไม่อยากให้นายไป

ฉันก็ไม่อยากไป เขาตอบเสียงอ่อนโยน แต่ฉันอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว...ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะแพรวา เธอทำให้ช่วงเวลาสุดท้ายของฉันมีความหมาย

ร่างของคินเริ่มโปร่งแสงขึ้นเรื่อยๆ เขาขยับเข้ามาใกล้เธอเป็นครั้งสุดท้าย ฉันรักเธอนะ...ไอ้ต้าวคุณผีของฉัน แพรวาสะอื้นออกมาพร้อมกับคำสารภาพรักที่เธอเก็บไว้ในใจมาตลอด

คินยิ้มรับอย่างอบอุ่น ฉันก็รักเธอ...รักตั้งแต่แรกเห็น เขากระซิบตอบ ก่อนที่ร่างของเขาจะสลายหายไปในแสงสว่าง เหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและหยดน้ำตาของหญิงสาวที่เพิ่งได้พบและสูญเสียความรักไปในเวลาเดียวกัน

บทส่งท้าย: ก้าวต่อไป

หนึ่งปีผ่านไป...

แพรวายังคงอาศัยอยู่ที่ห้อง 291 ห้องเดิมที่เคยเต็มไปด้วยเรื่องราวและความทรงจำมากมาย หลังจากวันที่คินจากไป ห้องทั้งห้องก็กลับสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง ไม่มีเสียงแกล้งเปลี่ยนช่องทีวี ไม่มีการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งที่มุมห้อง และไม่มีใครคอยนั่งฟังเธอระบายความในใจอีกต่อไป

ช่วงแรกเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับแพรวา เธอร้องไห้ทุกวันจนแทบไม่มีน้ำตาจะไหล แต่ชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไป หญิงสาวทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการทำงานเพื่อไม่ให้ตัวเองฟุ้งซ่าน เธอเติบโตขึ้นมากในสายงานและกลายเป็นกราฟิกดีไซเนอร์มือฉกาจคนหนึ่งของบริษัท

ในวันครบรอบหนึ่งปีที่คินจากไป แพรวาซื้อดอกลิลลี่สีขาวช่อใหญ่มาวางไว้ที่กลางห้อง เธอจุดเทียนหอมกลิ่นที่เธอรู้ว่าเขาชอบ แล้วนั่งลงพูดคุยกับความว่างเปล่าราวกับว่าเขายังคงนั่งฟังอยู่ตรงหน้า

นี่ก็ปีนึงแล้วนะ...นายสบายดีมั้ย ที่นั่นเป็นยังไงบ้าง เธอพูดพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ส่วนฉัน...สบายดีนะ งานยุ่งมากเลย แต่ก็สนุกดี...ฉันคิดถึงนายนะ...คิดถึงทุกวันเลย

ทันใดนั้นเอง กลิ่นหอมจางๆ ของดอกลิลลี่ก็ลอยมาแตะจมูกเธออย่างนุ่มนวล พร้อมกับสายลมเย็นๆ ที่พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างที่ปิดสนิทอยู่ แพรวาสัมผัสได้...เขากำลังฟังเธออยู่

น้ำตาของเธอไหลออกมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่น้ำตาแห่งความเศร้าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นน้ำตาแห่งความสุขและความคิดถึงที่เอ่อล้นออกมา

ไม่กี่วันต่อมา กริ่งหน้าห้องของเธอก็ดังขึ้น เมื่อเปิดประตูออกไปก็พบกับพี่อรที่ยืนรออยู่ด้วยรอยยิ้มที่ดูสดใสขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก

พี่แวะเอาขนมมาฝากน่ะ เธอยื่นกล่องเค้กให้แพรวา แล้วก็...จะมาบอกว่าพี่จะขายคอนโดนี้แล้วนะ

แพรวาประหลาดใจเล็กน้อย จริงเหรอคะ

อื้ม...พี่คิดว่าถึงเวลาที่ต้องปล่อยวางอดีตแล้วเริ่มต้นใหม่สักที พี่อรพูดด้วยแววตาที่ปลดปล่อย พี่ขอบคุณน้องแพรวามากนะ ที่ช่วยปลดปล่อยคิน...และก็ปลดปล่อยพี่ด้วย

ทั้งสองยืนคุยกันอีกสักพักก่อนที่พี่อรจะขอตัวกลับไป แพรวากลับเข้ามาในห้องพร้อมกับความรู้สึกที่โล่งใจอย่างบอกไม่ถูก การตัดสินใจของพี่อรทำให้เธอรู้สึกว่าวงจรของความเศร้าได้จบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว

แม้ว่าสัญญาเช่าของเธอจะยังเหลืออยู่ แต่แพรวาก็ตัดสินใจที่จะย้ายออกเช่นกัน ไม่ใช่เพราะเธออยากจะหนีจากความทรงจำ แต่เพราะเธอรู้ว่าถึงเวลาแล้วที่จะก้าวต่อไป

ในวันที่ย้ายออก แพรวายืนอยู่ตรงกลางห้องว่างเปล่าเป็นครั้งสุดท้าย เธอมองไปรอบๆ ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

ขอบคุณนะคิน...สำหรับทุกอย่าง เธอกระซิบเบาๆ ฉันจะไม่ลืมนายหรอก...ตลอดไป

สายลมเย็นๆ พัดผ่านเข้ามาอีกครั้ง ราวกับเป็นคำอำลาที่อ่อนโยน แพรวายิ้มให้กับความว่างเปล่า ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้อง 291 เป็นครั้งสุดท้าย

ชีวิตของเธอจะดำเนินต่อไป ความทรงจำของคินจะอยู่ในหัวใจของเธอตลอดไป ไม่ใช่เป็นความเศร้าที่ทำให้เธอหยุดนิ่ง แต่เป็นความรักที่ให้กำลังใจเธอก้าวเดินต่อไป

และในที่ไหนสักแห่ง ณ โลกอีกใบหนึ่ง วิญญาณหนุ่มคนหนึ่งกำลังยิ้มอย่างมีความสุข...เพราะรู้ว่าคนที่เขารักจะมีความสุข และนั่นก็เพียงพอแล้ว

-จบ-

#นิยายไทย #นิยายดราม่าโรแมนติก #นิยายรักชายหญิง #ติดเทรนด์วันนี้

2/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมแฟนฉันเป็นผี เป็นเรื่องราวที่สะท้อนความรู้สึกของการเริ่มต้นใหม่ในชีวิตคนหนุ่มสาว ทั้งความหวัง ความกลัว และมิตรภาพที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด เมื่อแพรวาย้ายเข้าคอนโดและเจอวิญญาณของชายหนุ่มที่ชื่อคิน เรื่องราวไม่ได้จบแค่ความหลอน แต่กลายเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอให้มีความหมายและความอบอุ่นมากขึ้น จากประสบการณ์ตรงของผู้คนที่เคยเจอกับเรื่องลี้ลับแบบนี้ การอยู่ร่วมกับวิญญาณบางครั้งไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเสมอไป บางคนพบว่าผีเหมือนเพื่อนที่คอยรับฟังและช่วยเหลือ ไม่ต่างจากคินที่ค่อยๆ ทลายกำแพงในใจแพรวา การมีใครสักคนแม้จะเป็นผี ให้ความรู้สึกว่าเราไม่โดดเดี่ยว และช่วยเติมเต็มช่วงเวลาที่เหนื่อยล้าทางอารมณ์ นิยายเรื่องนี้ยังชี้ให้เห็นว่าความรักอาจไม่ได้จำกัดเฉพาะโลกแห่งชีวิตเท่านั้น แต่สามารถข้ามผ่านโลกอื่นได้เช่นกัน เรื่องของคินและแพรวาสอนให้เราเห็นว่าความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น แม้ในรูปแบบแปลกประหลาด ก็ยังมีความจริงใจและความรู้สึกที่ลึกซึ้ง นอกจากนี้ การสืบค้นหาความจริงเกี่ยวกับอดีตของคินและความสัมพันธ์กับเจ้าของห้องช่วยเสริมความน่าสนใจ ของเรื่องและขยายความลึกของตัวละคร ช่วยสร้างความตื่นเต้นและชวนติดตามว่าตอนจบจะเป็นอย่างไร สำหรับผู้อ่านที่กำลังมองหานิยายไทยแนวดราม่าโรแมนติก ที่ผสมผสานความลี้ลับและความอบอุ่นใจ "แฟนฉันเป็นผี" คือเรื่องราวที่จะพาคุณไปสัมผัสกับอารมณ์ที่หลากหลาย และทำให้คุณคิดถึงความหมายของคำว่ารักอย่างแท้จริง และแม้เรื่องราวจะดำเนินไปจนถึงการอำลา ความทรงจำและความรักก็ยังอยู่ในใจอย่างไม่มีวันจางหาย