รีวิว “บริหาร มช.” ได้มากกว่าใบปริญญา 🐘

ทำไมตอนนั้น… ไม่มีใครบอกเราเรื่องนี้เลยนะ?

เลยขอมาเล่าด้วยตัวเองนี่แหละ 👉 ที่มาของโพสต์นี้

สรุปสิ่งที่ควรรู้ ก่อนตัดสินใจสมัคร “บริหาร มช.”

รวบรวมจากประสบการณ์ตรง แล้วเอามาแชร์ไว้ตรงนี้แล้วน้าา ✨

🎓 พาร์ทการเรียน

1. คณะ / สาขาที่เรียน (เข้ารอบไหน?)

2. วิชาที่ชอบ (ภาคบังคับ)

3. วิชาที่ชอบ (เลือกเสรี)

4. ชมรมในคณะบริหาร

5. ฝึกงานกับ FedEx ✈️📦

6. Logistics Trip 2024 ที่ญี่ปุ่น 🇯🇵

🌱 พาร์ทหาทำ / หารายได้

7. การ “หารายได้” ตั้งแต่สมัยเรียน

8. CMU Buddy Program

9. สังคมสตาร์ทอัพ STeP

💬 ยินดีให้ข้อมูลและแชร์ประสบการณ์กับรุ่นน้อง

หรือ คนที่กำลังหาทิศทางตัวเอง ใครสนใจ ทัก Inbox มาได้เลยย 🫶🏻⭐️

Chingmai University
2/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนค้นคำว่า “ใบปริญญา มช.” แล้วลังเลว่าเรียนที่นี่ “คุ้ม” แค่ไหน สำหรับเราความคุ้มไม่ได้อยู่ที่กระดาษใบเดียว แต่อยู่ที่ประสบการณ์และพอร์ตที่สะสมระหว่างทาง ซึ่งถ้าใครกำลังชั่งใจจะเข้าบริหาร มช. ลองดูเช็กลิสต์นี้ก่อนตัดสินใจนะคะ 1) ใบปริญญาได้เหมือนกัน แต่สิ่งที่ต่างคือ “หลักสูตร+โอกาส” ในสายบริหาร บางคนมองว่าเรียนที่ไหนก็ได้ใบปริญญาเหมือนกัน แต่สิ่งที่ทำให้ต่างคือ (1) ได้ลองทำโปรเจกต์จริงแค่ไหน (2) ได้ฝึกพรีเซนต์/พิชชิ่ง/ทำงานเป็นทีมหนักแค่ไหน และ (3) มีโอกาสต่อยอดไปฝึกงานหรือโครงการพิเศษหรือเปล่า ถ้าตั้งเป้าหมายตั้งแต่ปี 1 ว่าอยากเก็บอะไรให้ได้บ้าง จะรู้สึกว่า 4 ปีคุ้มมาก 2) ก่อนสมัคร แนะนำเช็ก “สาขา/เอกที่อยากเรียน” ให้ชัด ถ้าสนใจสายโลจิสติกส์/การจัดการ ลองดูรายวิชาที่เกี่ยวกับ Logistics Management ว่าตรงกับเป้าหมายไหม และดูรูปแบบการเรียนที่มีทั้งไทย-อังกฤษ-จีน (ถ้ามีในหลักสูตร) เพราะทักษะภาษาเป็นตัวช่วยมากตอนทำงานจริง โดยเฉพาะงานบริการ/ซัพพลายเชน 3) เรื่องรอบ Quota/โควตานอกเขต: เตรียมเอกสารให้เป็นระบบ ใครจะยื่นโควตา แนะนำอ่านระเบียบการละเอียดมากๆ และเตรียมพอร์ต/หลักฐานกิจกรรมให้ครบ ถึงบางรอบจะไม่มีสัมภาษณ์ แต่เอกสารที่เรียงดี อธิบายบทบาทชัด (ทำอะไร-ผลลัพธ์คืออะไร) ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กรรมการได้ 4) ถ้าอยากให้ใบปริญญา มช. “มีมูลค่า” ให้เติมของจริงลงไป - วิชาโปรเจกต์: เลือกวิชาที่ได้ทำ Business Model Canvas, ทำ Proposal, แล้วมี Pitching เพราะทักษะพวกนี้ใช้สมัครฝึกงานได้เลย - วิชาผู้ประกอบการ/Startup (เช่นแนว Startup and Entrepreneurship): ได้ลองทำธุรกิจจริง เก็บเป็นเคสสตัดดี้และตัวอย่างงาน 5) ประสบการณ์นอกห้องเรียนที่ช่วยอัปโปรไฟล์ - ชมรม/กิจกรรม: ถ้าได้เป็นหัวหน้าโปรเจกต์หรือทีมงานอีเวนท์ จะได้สกิลจัดการคนและจัดการเวลา แถมบางงานยังได้เรียนรู้เรื่อง PDPA/การทำการตลาดแบบถูกกฎหมายด้วย - CMU Buddy Program: เหมาะมากถ้าอยากฝึกอังกฤษ/จีน ได้เพื่อนต่างชาติและสกิลการดูแล/ประสานงาน - สังคมสตาร์ทอัพอย่าง STeP: ได้เวิร์กช็อป ที่ปรึกษา และบางโปรแกรมมีทุนสนับสนุน ช่วยให้เรา “ลองทำจริง” แบบเป็นระบบ 6) ฝึกงานและทริปดูงาน = ตัวเร่งให้ใบปริญญาดูมีเรื่องเล่า ถ้าได้ฝึกงานองค์กรใหญ่ (เช่นสายขนส่งระดับโลก) งานอย่าง Customer Experience/เอกสารขนส่ง/การประสานงาน จะทำให้เราเข้าใจภาพจริงของโลจิสติกส์และบริการลูกค้า ส่วนทริปดูงานญี่ปุ่นหรือดูงานบริษัท ก็ช่วยเพิ่มมุมมองและเป็นคอนเทนต์ในเรซูเม่ได้ดี สุดท้าย ถ้าตอนจบเรามีทั้งใบปริญญา มช. + พอร์ตโปรเจกต์ + ประสบการณ์กิจกรรม/ฝึกงาน “ใบปริญญา” ใบนั้นจะไม่ใช่แค่กระดาษ แต่เป็นหลักฐานว่าเราเคยทำอะไรจริงมาบ้างค่ะ

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ nrc.tnpyd
nrc.tnpyd

สอบถามค่ะ ตอนนี้เป็น dek70 สาขานี้มีเอกอะไรให้เลือกบ้างหรอคะ🥺