แอมพาหาทำที่ Hokkaido ep.4 วันนี่จะพาไปเมืองที่ธรรมชาติสวยจนลืมหายใจ!! 😍✨ จะพาไปทำอะไร ดูให้จบได้เลยจ้า @friluftsliv777
#ampossible #visithokkaido #visitjapan #เที่ยวฮอกไกโด #jozankei
ถ้าใครกำลังหา “Jozankei ที่เที่ยว” แบบได้ทั้งธรรมชาติ กิจกรรม และออนเซ็นในวันเดียว เราว่า Jozankei คือคำตอบที่ดีมาก เพราะอยู่ไม่ไกลจากซัปโปโร แต่บรรยากาศเหมือนหลุดไปอีกโลก โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวที่แม่น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง วิวหุบเขาและลำธารคือสวยจนเผลอหยุดถ่ายรูปทุก 5 นาทีจริงๆ ไฮไลต์ที่อยากแนะนำมากคือกิจกรรม Snow Rafting (บางคนเรียกพายเรือบนธารน้ำแข็ง) บนแม่น้ำ Toyohira River ตอนเราไปจะเป็นการนั่งเรือยางแล้วช่วยกันพายไปตามแม่น้ำที่มีน้ำแข็งล้อมรอบ ระหว่างทางจะเห็นร่องรอยการกัดเซาะของหุบเขาและหน้าผาธรรมชาติแบบใกล้มาก ฟีลเหมือนผจญภัยแต่ไม่โหดนะ มือใหม่ก็ทำได้ เพราะมีทีมงานดูแลตลอด และโดยรวมใช้เวลาประมาณ 90 นาที (รวมช่วงเตรียมตัว) แนะนำแต่งตัวกันหนาวให้ดี ถุงมือกันน้ำกับรองเท้ากันลื่นช่วยเยอะมาก อีกจุดที่คนมักปักหมุดใน Jozankei คือสะพานแดง Futami Red Bridge จุดถ่ายรูปยอดฮิตที่มองลงไปเห็นแม่น้ำและหุบเขาสวยมากๆ บางคนก็แวะมาขอพรเรื่องความรักด้วย (เขาว่ากันว่าเป็นสัญลักษณ์ของรักนิรันดร์) เราว่าแค่เดินเล่นตรงนี้ก็ฮีลใจแล้ว โดยเฉพาะตอนหิมะตกเบาๆ คือบรรยากาศนุ่มมาก หลังจบกิจกรรม เราชอบที่บางทริปจะพาขึ้นฝั่งไปทำอะไรชิลๆ อย่างปิ้งมาร์ชเมลโลว์ อุ่นมืออุ่นใจสุดๆ แล้วค่อยไปปิดท้ายด้วยการแช่ออนเซ็น/บ่อออนเซ็นธรรมชาติ แถว Jozankei มีทั้งเรียวกังและจุดแช่เท้าให้ลอง ถ้าไม่อยากเข้าที่พักก็เลือกแช่เท้าก่อนได้ ฟีลสบายจนอยากนั่งนานๆ ทิปเล็กๆ สำหรับคนแพลนมา Jozankei: ถ้าไปเช้าๆ คนจะไม่แน่น ได้รูปสวยกว่า และควรเช็กล่วงหน้าว่ากิจกรรม Snow Rafting เปิดช่วงเดือนไหน (ขึ้นอยู่กับสภาพน้ำแข็ง) ใครอยากเที่ยวแบบครบในวันเดียว แนะนำจัดลำดับเป็น “กิจกรรมริมแม่น้ำ Toyohira → เดินเล่นสะพานแดง Futami → แช่ออนเซ็น/แช่เท้า” รับรองวันเดียวคุ้มมาก และได้คำตอบครบเลยว่า Jozankei มีอะไรน่าเที่ยวบ้าง
อยากไปเมือง ที่มีหิมะ ชอบมากเลยครับ🥰