มัทฉะบ้าน peace ตัวดัง
🍵 ทำใจนานมากกว่าซื้อ เพราะแพงมาก (สำหรับเค้ามาก)
🏷️ price : เกือบ 7️⃣0️⃣0️⃣ ➕ 3️⃣0️⃣ g
🎧 เค้าไม่ได้กลิ่นถั่วเหมือนรีวิวอื่นๆเลย (วอดส์มาก)
🍵 ชงลาเต้ (นมวัว/นมโอ๊ต) = อร่อยดี ปกติ
🍵 ชงเคลียร์ (ส่วนตัวไม่กินเพียว) = ขม แต่ไม่ฝาด
❌ เค้าไม่ได้ลงขายที่ร้านเพราะต้นทุนสูงมาก
* ต้องตั้งราคาสูง เค้าตัดใจยังไม่ลงขายตัวนี้
➡️ ใครอยากลองลองได้ แต่เผื่อใจไว้หน่อย เพราะ อาจจะได้โทนถั่ว แบบว้าว ถั่ว! เหมือนคำรีวิว แต่ภาพรวมคือดีเลย
➡️ ถ้าลงเคลียร์อาจขมนิดหน่อย ไม่ฝาด ไม่หญ้า ไม่เขียว แน่นอน
➡️ เฉลี่ยกรัมละ ≈23 บาท (โครตแพงเลย😭)
📌 แปะสูตร(ใช้ได้กับมัทฉะทุกตัวเลย)
ลาเต้
cold wisk = มัทฉะ 5 g + นม 150 ml
classic = มัทฉะ 5 g + น้ำ(75 องศา) 50 ml + นม 100 ml
เคลียร์
มัทฉะ 3 g + น้ำ(เค้าใช้ mont fleur) 150 ml
จากประสบการณ์การลองมัทฉะบ้าน Peace นี้ ต้องบอกเลยว่าความพรีเมียมของวัตถุดิบและความใส่ใจในการคั่วมัทฉะนั้นมีผลมากต่อรสชาติที่ได้ แม้ว่าราคาจะสูงถึงเกือบ 700 บาทต่อ 30 กรัม แต่สำหรับคนชอบมัทฉะแบบเน้นรสชาติเข้มข้น ละมุนไม่ขมเกินไป ราคาอาจสมเหตุสมผล มัทฉะที่คั่วระดับ mid-high firing อย่างนี้ จะมีโทนกลิ่นที่ต่างจากมัทฉะทั่วไป คือกลิ่นถั่วจะน้อยลงและไม่มีความเขียวหรือหญ้าแรง ทำให้เหมาะกับคนที่ไม่ชอบรสขมและกลิ่นเขียวแบบมัทฉะท็อปโน้ตทั่วไป การชงแบบลาเต้ที่ผสมกับนมวัวหรือนมโอ๊ต จะช่วยเสริมความหวานมัน ทำให้ดื่มง่าย และรสชาติกลมกล่อม เหมาะสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งลองมัทฉะ ส่วนการชงแบบเคลียร์ที่ใช้มัทฉะ 3 กรัมต่อ 150 มิลลิลิตรน้ำ นำ้แร่ Mont Fleur ที่มีแร่ธาตุสมดุล จะช่วยดึงรสชาติของมัทฉะออกมาอย่างชัดเจน แม้ว่าจะขมเล็กน้อยแต่ไม่ฝาดหรือเขียวจนเกินไป อยากแนะนำให้ทดลองชงตามสูตรคลาสสิคหรือ cold whisk ที่ผสมมัทฉะ 5 กรัมกับนม 150 มิลลิลิตร เพราะจะได้ความกลมกล่อมแบบกำลังดี ไม่เข้มหรือขมเกินไป รวมถึงเพิ่มความสะดวกสบายในการชงที่บ้านด้วยวิธีง่ายๆ สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นลองมัทฉะบ้าน Peace ควรเผื่อใจเรื่องราคาที่ค่อนข้างสูง และรสชาติที่อาจไม่ตรงกับความคาดหวังในเรื่องกลิ่นถั่ว แต่รับรองว่าคุณภาพสูงและเหมาะกับคนที่รักมัทฉะและต้องการลองพรีเมียมสุดๆ อีกทั้งยังได้สูตรชงที่ปรับใช้กับมัทฉะทุกชนิดที่บ้านอีกด้วย สุดท้ายอย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ชงที่ดีและน้ำร้อนที่ประมาณ 75 องศาเซลเซียส เพื่อให้มัทฉะไม่ขมและได้กลิ่นหอมอย่างเต็มที่นะครับ


