จิบกาแฟส่องพระ

เต่าหล่อโบราณ

หลวงพ่อเงินวัดบางคลาน

ต้นแบบของเต่าทั่วไป

สร้างปีพ.ศ. 2440

1/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเวลาพูดถึง “เต่าหล่อโบราณ” ของหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน (สายปี พ.ศ. 2440) ส่วนตัวผมชอบเริ่มจากการดูภาพหลายมุมก่อนเลย เพราะทรงเต่ากับรายละเอียดเล็กๆ จะตอบคำถามได้เยอะมากว่าเป็นงานเก่าที่ “ทรงถึง” แค่ไหน และช่วยลดความเสี่ยงตอนเจอในตลาดที่เรียกกันกว้างๆ ว่า “เต่าโบราณ / รูปหล่อเต่าโบราณ” 1) ด้านบน (กระดอง) ให้ดู “ลวดลายวงกลมบนกระดอง” เป็นหลัก ลายควรดูกลมกลืนกับผิวโลหะ ไม่เด้งเป็นรอยตอกใหม่ๆ ถ้าเป็นงานเก่า ผิวจะมีความนุ่มตา รายละเอียดไม่คมกริบแบบงานทำใหม่ และจะมีร่องรอยการใช้งาน/อายุโลหะที่ต่อเนื่องกันทั้งชิ้น 2) ห่วงสำหรับแขวน เป็นอีกจุดที่ผมเช็กทุกครั้ง ห่วงควรนั่งเป็นส่วนเดียวกับองค์หรือเชื่อมแบบเก่าๆ ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่บิดผิดทรง และบริเวณโคนห่วงต้องมีอายุผิวไปในทิศทางเดียวกับกระดอง ถ้าโคนห่วงดูใหม่กว่าส่วนอื่นมากๆ ควรหยุดคิดและขอดูเพิ่มเติม 3) ด้านล่าง โดยมากจะเห็น “พื้นผิวเรียบ” และจังหวะของขาเต่าทั้งสี่ข้าง จุดนี้ช่วยแยกงานเลียนแบบได้ดี เพราะงานทำใหม่บางชิ้นจะเก็บผิวเรียบเกินไป หรือขา/ปลายขาดูแข็งทื่อไม่เป็นธรรมชาติ งานเก่ามักมีความพอดีของสัดส่วน และมุมมนจากการหล่อกับการจับใช้ 4) คราบผิวโลหะ (โทนทองเหลือง + คราบสนิมเขียว) ในภาพจะเห็นโทนทองเหลืองและคราบสนิมเขียว (verdigris) ซึ่งเจอได้ในโลหะตระกูลทองเหลือง/สำริดเมื่อมีอายุ แต่ผมจะไม่ตัดสินจาก “สี” อย่างเดียว เพราะทำให้เก่าได้ สิ่งที่ดูคือคราบต้องขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ มีบาง-หนาไม่เท่ากัน เกาะตามซอก ตามร่อง และต่อเนื่องกับจุดที่ถูกจับบ่อยๆ (จุดนูนมักจะสึกกว่า) 5) เทคนิคเวลาหาข้อมูลก่อนเช่าบูชา ผมแนะนำให้เก็บรูปอ้างอิงไว้ 3–5 มุม (บน/ล่าง/ซ้าย/ขวา/หน้า) แล้วเทียบ “ทรงรวม” ก่อนรายละเอียดเสมอ เพราะทรงเป็นหัวใจของเต่าหล่อโบราณสายนี้ จากนั้นค่อยไล่ดูห่วงแขวน ลายกระดอง ผิวโลหะ และคราบอายุ สุดท้าย หากตั้งใจเล่นสายหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จริงๆ ผมจะขอรูปชัดๆ ใต้ท้องและโคนห่วงเพิ่มทุกครั้ง และถ้าได้จับองค์จริงจะยิ่งดี เพราะน้ำหนัก ความแน่นของเนื้อ และความเป็นธรรมชาติของผิว เป็นสิ่งที่รูปอย่างเดียวอาจเล่าได้ไม่หมด