ก่อนซื้อคอนโด ต้องรู้! Freehold กับ Leasehold ต่างกันยังไง?

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า Freehold และ Leasehold

แต่รู้ไหมว่า…รูปแบบการถือครองทั้ง 2 แบบนี้

ส่งผลต่อการอยู่อาศัย และมูลค่าในระยะยาวไม่น้อย

วันนี้พามาทำความเข้าใจ Freehold และ Leasehold ต่างกันยังไง และแบบไหนเหมาะกับคุณ?

🌆 Freehold (กรรมสิทธิ์ขาด)

• เป็นเจ้าของได้อย่างสมบูรณ์

• ไม่มีระยะเวลาจำกัด

• ราคาอสังหาฯ สูงกว่า*

• ส่งต่อเป็นทรัพย์สินระยะยาวได้

📄 Leasehold (สิทธิการเช่า)

• ถือครองตามระยะเวลาที่กำหนด

• ส่วนใหญ่กำหนดระยะเวลาถือครอง 30 ปี / 50 ปี

• เมื่อครบกำหนด กรรมสิทธิ์ในคอนโดจะจบลง

• ราคามักเข้าถึงง่ายกว่า*

แล้วทั้ง 2 แบบ เหมาะกับใครบ้าง?

🌆 Freehold เหมาะกับใคร?

• คนที่มองหาที่อยู่อาศัยระยะยาว

• คนที่ต้องการถือเป็นทรัพย์สิน และส่งต่อเป็นมรดกในอนาคต

• คนที่มองการเติบโตของมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว*

✨ Leasehold เหมาะกับใคร?

• คนที่อยู่อาศัยช่วงระยะเวลาหนึ่ง มีโอกาสย้ายที่อยู่ในอนาคต

• คนที่อยากได้ทำเลดี ในงบประมาณคุ้มค่า

• คนที่ไม่ต้องการส่งต่อเป็นมรดกในอนาคต

แล้วทำเลใจกลางเมืองอย่าง "สีลม" เป็นยังไง?

📍 ทำเลสีลม เป็น CBD สำคัญของกรุงเทพ

📍 ที่ดินมีจำกัด

📍 โครงการ Freehold จึงค่อนข้างหายาก

ทำให้ ASHTON SILOM เป็นคอนโดเดียวในย่านสีลม ที่สามารถถือครองแบบ Freehold ถือว่าเป็นโอกาสที่ค่อนข้างหายากในทำเลใจกลางเมืองแบบนี้

นอกจากนี้ ASHTON SILOM ยังเป็นคอนโดระดับ Luxury

ที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัย และการถือครองในระยะยาว

✨ จุดเด่นที่น่าสนใจของ ASHTON SILOM

• ถือครองแบบ Freehold หายากในย่านสีลม

• คอนโดระดับ Luxury ใจกลาง CBD

• ทำเลศักยภาพ ใกล้รถไฟฟ้า และทางด่วน*

• เหมาะทั้งอยู่อาศัย และการถือครองระยะยาว

ASHTON SILOM จึงไม่ใช่แค่คอนโดเพื่ออยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังเป็นทรัพย์สินระยะยาว บนทำเลศักยภาพใจกลางเมืองอีกด้วย 🌆

#AnandaDevelopment #UrbanLivingSolution #คอนโดติดรถไฟฟ้า

7/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การซื้อคอนโดเอง ผมพบว่าความรู้เรื่องประเภทสิทธิ์ถือครองเป็นสิ่งสำคัญมาก สำหรับคนที่กำลังตัดสินใจซื้อคอนโด ไม่ว่าจะเป็น Freehold หรือ Leasehold เพราะสิทธิ์นี้ส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงในการอยู่อาศัยและผลตอบแทนทางการเงินในระยะยาว Freehold หรือกรรมสิทธิ์ขาด คือการซื้อที่อยู่อาศัยแบบสมบูรณ์ ไม่มีการจำกัดเวลาถือครอง นั่นหมายความว่าสามารถเป็นเจ้าของทรัพย์สินนี้ได้ตลอดชีวิต และยังสามารถส่งต่อเป็นมรดกได้ด้วย เหมาะกับคนที่มองเห็นการลงทุนในระยะยาวและต้องการความมั่นคง ในขณะที่ Leasehold คือการถือครองสิทธิ์เช่าที่มีระยะเวลาชัดเจน เช่น 30 หรือ 50 ปี เมื่อหมดสัญญาก็จะต้องคืนกรรมสิทธิ์ให้เจ้าของที่ดิน ซึ่งข้อดีคือราคามักจะเข้าถึงง่ายกว่า เหมาะกับคนที่อยู่อาศัยชั่วคราวหรือไม่ต้องการลงทุนระยะยาวมากนัก ทำเลด้านกลางเมืองอย่างสีลมนั้น ที่ดินมีความจำกัด และโครงการ Freehold หายาก ทำให้คอนโด ASHTON SILOM เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะนอกจากเป็น Freehold ยังเป็นคอนโดระดับ Luxury ที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าและทางด่วน ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและศักยภาพในการลงทุน จากประสบการณ์การเข้าเยี่ยมชมโครงการ พบว่า ASHTON SILOM มีการออกแบบหรูหรา พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นฟิตเนส, สระว่ายน้ำ และพื้นที่ส่วนกลางที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้ชีวิตและการลงทุน ถือว่าเป็นโอกาสดีสำหรับคนที่ต้องการความมั่นคงและความสะดวกสบายในทำเล CBD ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด ควรพิจารณาเรื่องสิทธิ์ถือครองและความเหมาะสมของทำเลให้ดี เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งความต้องการส่วนตัวและการลงทุนในอนาคต