พระรอด พิมใหญ่ กรุเจดีย์ทอง (เจดีย์ปทุมวดี)
พระรอด พิมพ์ใหญ่ กรุเจดีย์ทอง สุวรรณเจดีย์ หรือ เจดีย์ปทุมวดี วัดพระธาตุหริภุญไชย
พระรอด เป็นพระเครื่องที่มีอายุนับพันปี นับเป็นหนึ่งในพระเครื่องที่เก่าแก่ที่สุดที่ขุดพบในประเทศไทย พระรอดสร้างโดยพระนางจามเทวี เมื่อครั้งเสด็จจากเมืองละโว้ มาเสวยราชย์ ณ เมืองหริภุญไชย เพื่อสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา พระรอดกรุเจดีย์ทอง หรือ เจดีย์ปทุมวดี ถือว่าเป็ นต้นแบบของพระรอดในยุคต่อๆมา คำว่าพระรอดมีความหมายว่า แคล้วคลาด และปลอดภัย พุทธศิลป์อยู่ในยุคต้นของสมัยอาณาจักรหริภุญไชย ราวต้นพุทธศตวรรษ ที่ 13-14 ร่วมสมัยกับทวารวดี
รูปแบบของพระรอด คือ พระพุทธรูปประทับนั่งพระบาทขัดสมาธิเพชร พระหัตถ์ขวาวางที่เข่าด้านขวา พระหัตถ์ซ้ายวางหงายบนหน้าตัก ซึ่งเป็นแบบอย่างเฉพาะของพระพุทธรูปอินเดียฝ่ายเหนือ หรือ มหายาน
พระรอด กรุเจดีย์ทอง หรือ เจดีย์ปทุมวดี ที่ขุดค้นพบมีด้วยกัน 5 พิมพ์ ดังนี้ คือ พระรอดพิมพ์ใหญ่ พระรอดพิมพ์กลาง พระรอดพิมพ์เล็ก พระรอดพิมพ์ตื้น และพระรอดพิมพ์ต้อ
พระรอดพิมพ์ใหญ่ กรุเจดีย์ทอง สุวรรณเจดีย์ หรือ เจดีย์ปทุมวดี มีขนาดความกว้างส่วนฐานประมาณ 1.03 เซนติเมตร ความสูง 2.42 เซนติเมตร ความหนา 0.7 เซนติเมตร
พระรอด เป็นพระเครื่องที่มีลักษณะพุทธศิลป์สวยงามอลังการมาก
ปัจจุบันพระรอดกรุเจดีย์ทอง หรือ เจดีย์ปทุมวดี มีอายุมากกว่า 1300 ปี นับว่าเป็นพระเครื่องสกุลลำพูนที่มีอายุการสร้างเก่าแก่ที่สุด
เมื่อพูดถึงพระรอด พิมพ์ใหญ่ กรุเจดีย์ทอง หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมพระเครื่องนี้จึงมีเสน่ห์และถือเป็นมรดกทางศิลปะที่สำคัญของภาคเหนือ วันนี้ผมขอแชร์ประสบการณ์และความรู้จากการศึกษาวัฒนธรรมพระเครื่องโบราณชนิดนี้ครับ พระรอด พิมพ์ใหญ่ กรุเจดีย์ทอง หรืออีกชื่อหนึ่งว่า เจดีย์ปทุมวดี มีจุดเด่นที่รูปทรงพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิเพชร มือขวาวางที่เข่าเฉพาะตัว ซึ่งสะท้อนพุทธศิลป์มหายานจากอินเดียฝ่ายเหนือในยุคต้น โดยพระเครื่องสร้างขึ้นประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 13-14 ในสมัยอาณาจักรหริภุญไชยที่ลำพูน ปัจจุบันพระรอดชุดนี้มีอายุราว 1300 ปีที่ยังคงความงดงามอลังการ จากประสบการณ์การสะสมพระรอด พบว่าพระรอดกรุเจดีย์ทองไม่ได้มีแค่ความงามในด้านศิลป์เท่านั้น แต่มักถูกมองในแง่ของความศักดิ์สิทธิ์ในด้านความแคล้วคลาดและปลอดภัย โดยผู้คนในชุมชนล้านนาต่างให้ค่ากับพระรอดนี้ในฐานะสิ่งที่ส่งเสริมความสงบสุขและคุ้มครองภัยอันตราย นอกจากนี้ยังเป็นตัวแทนของอายุพระพุทธศาสนาในดินแดนล้านนาอีกด้วย นอกจากพระรอดพิมพ์ใหญ่แล้ว ยังมีอีก 4 พิมพ์ ได้แก่ พิมพ์กลาง เล็ก ตื้น และต้อ ซึ่งแต่ละพิมพ์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเป็นตัวแทนศิลปะล้านนาที่หลากหลาย ช่วยขยายมุมมองต่อประวัติศาสตร์ศิลปะโบราณของไทยเหนือได้อย่างน่าสนใจ อีกเรื่องที่น่าตื่นตาตื่นใจ คือชื่อ "กรุเจดีย์ทอง" หรือ "เจดีย์ปทุมวดี" ที่บอกเล่าถึงแหล่งการขุดค้นพบพระรอดซึ่งตั้งอยู่บริเวณวัดพระธาตุหริภุญไชย ที่เราเห็นถึงความผสมผสานของความศรัทธาและศิลปะที่ส่งต่อจากอดีตสู่ปัจจุบันอย่างลงตัว ในฐานะผู้หลงใหลพระเครื่อง ผมแนะนำให้ผู้ที่สนใจศึกษารวมถึงสะสมพระรอด กรุเจดีย์ทอง ต้องใส่ใจประวัติความเป็นมาของพระเครื่อง พร้อมเรียนรู้การแยกแยะพิมพ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางวัตถุและจิตใจ และเพื่อช่วยรักษาโบราณวัตถุที่เป็นตำนานของล้านนาให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต สุดท้ายนี้ การได้ถือพระรอดสักองค์ ไม่เพียงแต่ได้นำพุทธศิลป์โบราณมาใกล้ตัว แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและความเชื่อของบรรพบุรุษที่เคารพในพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งอีกด้วย นับเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจและมีคุณค่าหาคำมาเปรียบมิได้เลยครับ



























