自動翻訳されています。元の投稿を表示する

タイで最も完全な粘土ストーブ

九番目の炉の森の寺院スワンプバーナーソース

タイで最も完全なスコータイ粘土ストーブ

2017年、第6スコータイ芸術局が2017年から2021年にかけて考古学的研究を行っているピチット県ポー航海地区の森林寺院ストーブサイトで、古代スコータイの焼却炉の新しい証拠が発見されました。森林寺院湿地サイトには、少なくとも10エーカー以上をカバーする6つの古代窯サイトがあることが知られています。この考古学的研究の結果、森林寺院湿地ストーブサイトは、ピチット県のスコータイ古代コミュニティの陶器窯サイトであり、約18-19世紀または600-80 0世紀前であり、同時代のさまざまな古代コミュニティのソースに関連しています。

2021年、ピチット県ポー・ナム地区の4つの座席地区のグループであるノン・スワンさんの所有地で、スコータイの古代の窯が発見されたため、「ナインバーナーズ」と呼ばれました。

第6芸術局によって芸術省の礼儀を与えた地主の名前によると、スコータイは考古学的研究を行いました。

ナインストーブは、クロスドラフトクリンタイプ、または船のような楕円形の収束ストーブで、わずかな傾斜があります。ストーブの構造は粘土です。ストーブの体格は長さ6.50メートル、幅2.60メートル、高さ約2.00メートルです。

ストーブは完璧で、タイで最も完全なスコータイ時代の古代粘土ストーブと見なされています。

#ナインストーブ #スコータイ時代の古代の土ストーブ #古代の開花都市 #エンシェント59

4/28 に編集しました

... もっと見るในฐานะคนที่สนใจประวัติศาสตร์และโบราณคดีไทย การได้รู้จักและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเตานพเก้าว์ที่จังหวัดพิจิตรถือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นมาก เตานี้จัดเป็นเตาดินโบราณแบบ Crossdraft Kiln หรือที่เรียกกันว่าเตาประทุน รูปทรงรีคล้ายหลังคาเรือลาดเอียงเล็กน้อย ทำจากดินเหนียว ความยาวกว่า 6.5 เมตร และมีความสูงประมาณ 2 เมตร ถือเป็นเตาเผาเครื่องปั้นดินเผาที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทยซึ่งเก็บรักษาองค์ประกอบเดิมได้ดีมาก การค้นพบเตานพเก้าว์ในพื้นที่บึงวัดป่าตำบลท่านั่ง อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร นั้น ช่วยขยายความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมและเทคโนโลยีการผลิตเครื่องปั้นสมัยสุโขทัยอย่างลึกซึ้งขึ้น จากการศึกษาอย่างละเอียดระหว่างปี 2560-2564 ยังบ่งบอกว่านี่คือแหล่งเตาเผาเครื่องปั้นสมัยพุทธศตวรรษที่ 18-19 หรือราว 600-800 ปีที่ผ่านมาซึ่งมีความเชื่อมโยงกับชุมชนโบราณอื่นๆในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี สิ่งที่ผมประทับใจคือรายละเอียดของเตาที่ยังคงสภาพดีมาก เป็นแหล่งโบราณคดีที่สามารถนำเสนอเรื่องราวด้านการผลิตและเทคนิคพื้นฐานทางช่างไทยในสมัยสุโขทัยได้อย่างชัดเจน ทั้งการใช้เตารูปทรงเฉพาะที่เหมาะกับการเผาเครื่องปั้นดินเผาอย่างมีประสิทธิภาพ และการจัดวางโครงสร้างที่แสดงถึงความรู้เรื่องการจัดการความร้อนที่แม่นยำ การนำเสนอเตานพเก้าว์ในสื่อออนไลน์หรือการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์นั้น สามารถช่วยส่งเสริมความรู้และความตระหนักในมรดกทางวัฒนธรรมให้กับผู้คนทั่วไป โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวและนักเรียนที่สนใจศึกษาอดีตอย่างใกล้ชิด ผมเชื่อว่าการเยี่ยมชมแหล่งเตานี้จะทำให้ผู้คนเห็นคุณค่าและความสำคัญในการฟื้นฟูและพัฒนามรดกทางโบราณคดีในประเทศไทยให้ยั่งยืนต่อไป นอกจากนี้ การศึกษาเตาเผาดินเผาโบราณยังมีบทบาทสำคัญต่อการเข้าใจวิถีชีวิตและเศรษฐกิจในยุคสุโขทัย ช่วยให้เรารู้ว่าเครื่องปั้นดินเผาเป็นสินค้าที่สำคัญต่อชุมชน มีการผลิตอย่างต่อเนื่องไม่ใช่เพียงเครื่องใช้ในครัวเรือนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวัตถุทางพิธีกรรมหรืองานศิลปะที่สะท้อนความเชื่อและวัฒนธรรมสมัยนั้นอีกด้วย ท้ายสุดผมขอแนะนำให้ใครที่สนใจการค้นคว้าวิจัยทางโบราณคดีไทย ลองศึกษาข้อมูลและเยี่ยมชมแหล่งเตาเผานี้ จะได้สัมผัสกับการศึกษาหลักฐานทางโบราณคดีที่น่าตื่นเต้นและทรงคุณค่าอย่างใกล้ชิดจริงๆ