งาดำประโยชน์เพียบ
ถ้าใครกำลังหา “งาดำคั่วบด สรรพคุณ” หรือ “งาดำคั่ว สรรพคุณ” แบบอ่านแล้วเอาไปทำกินได้จริง เราลองทำกินเองแล้วรู้สึกว่าเป็นของติดครัวที่คุ้มมากค่ะ เพราะทำครั้งนึงเก็บไว้ใช้ได้หลายเมนู แถมกลิ่นหอมๆ ช่วยให้กินง่ายขึ้น สรรพคุณ/ประโยชน์ของงาดำคั่ว (แบบที่คนส่วนใหญ่สนใจ) - ช่วยเติมไขมันดี: งาดำมีไขมันไม่อิ่มตัว ช่วยให้มื้ออาหารสมดุลขึ้น เหมาะกับคนที่อยากดูแลสุขภาพโดยรวม - มีแคลเซียมและแร่ธาตุหลายอย่าง: หลายคนเลือกงาดำเพราะอยากเสริมแคลเซียม (แต่ก็ยังควรกินหลากหลายอาหาร ไม่พึ่งอย่างเดียว) - มีสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ: ในงามีสารกลุ่มลิกแนน/เซซามิน ที่มักถูกพูดถึงเรื่องการดูแลร่างกายในระยะยาว - ใยอาหารช่วยเรื่องขับถ่าย: ถ้ากินคู่กับน้ำและผักผลไม้ให้พอ จะรู้สึกว่าท้องเบาขึ้น ทำไมต้อง “คั่วบด”? จากที่ทำเอง รู้สึกว่าคั่วให้หอมก่อนแล้วค่อยบดจะกินง่ายและหอมมาก ที่สำคัญคือเมล็ดงาทั้งเมล็ดบางทีร่างกายย่อยได้ไม่หมด การบดจะช่วยให้เคี้ยว/ย่อยง่ายขึ้นและได้ประโยชน์เต็มขึ้น (แต่ก็ไม่จำเป็นต้องบดละเอียดเป็นผงก็ได้ค่ะ) วิธีทำงาดำคั่วบดแบบง่ายๆ (ฉบับทำกินเอง) 1) ล้างงาดำเร็วๆ แล้วสะเด็ดน้ำให้แห้งมากๆ (หรือใช้แบบสะอาดพร้อมคั่วก็ได้) 2) คั่วไฟอ่อน-กลาง คนเรื่อยๆ ประมาณ 5–10 นาทีจนหอม (อย่าให้ไหม้ เพราะจะขม) 3) พักให้เย็น แล้วค่อยบดด้วยครก/เครื่องบด 4) เก็บใส่ขวดแห้งสนิท ปิดฝาให้แน่น แนะนำทำปริมาณพอดีใช้ 1–2 สัปดาห์เพื่อความหอมใหม่ กินยังไงให้อร่อยและไม่เยอะเกิน - โรยข้าวต้ม/โจ๊ก/ข้าวสวยร้อนๆ 1–2 ช้อนชา - ใส่ในนมถั่วเหลือง โยเกิร์ต หรือสมูทตี้ - ผสมกับน้ำผึ้งนิดหน่อยทำเป็นซอสงาดำแบบง่ายๆ จิ้มผลไม้/ราดขนม - ทำเป็น “งาดำคั่วบด” โรยสลัด หรือคลุกกับผักลวกก็เข้ากัน โดยส่วนตัวเราจะเริ่มที่วันละ 1 ช้อนชา ถ้าร่างกายโอเคค่อยเพิ่มเป็น 1 ช้อนโต๊ะ เพราะงามีไขมันและพลังงานพอสมควรค่ะ ข้อควรระวังที่อยากบอกต่อ - คนที่แพ้งา: ควรเลี่ยงเด็ดขาด - คนคุมแคลอรี่/ลดน้ำหนัก: กินได้แต่คุมปริมาณ เพราะงาดำคั่วบดให้พลังงานสูง - คนมีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ: ถ้าไม่แน่ใจเรื่องปฏิกิริยากับยา แนะนำปรึกษาแพทย์/เภสัชก่อน สรุปคือ งาดำคั่วบดเป็นของที่ทำง่าย หอม กินได้หลายแบบ และหลายคนชอบเพราะสรรพคุณด้านไขมันดี แร่ธาตุ และใยอาหาร ลองทำกินดูค่ะ เริ่มน้อยๆ แล้วหาวิธีกินที่เข้ากับมื้อประจำวันที่สุด จะทำต่อเนื่องได้ง่ายมาก