Automatically translated.View original post

"Piercing beautiful ears, but why get a keloid instead?!

🛡️ Anti-Keloid Method After Helix Ear Piercing

1. Choose a standardized drill shop

• Use a clean needle, sterile device

• Avoid using a drill gun because of high impact, causing large wounds

2. Take care of the wound cleanliness every day

• Wipe around the drill hole with normal saline 2 times a day.

• Avoid using strong alcohol because it may dry the wound too much.

3. Avoid catching / turning earrings often

• Hands may contain germs, making the wound inflamed easily.

• Move the earrings hard, bruising and risking keloids

4. Choose safe material earrings.

• Use titanium, solid gold or medical stainless steel (surgical steel)

• Avoid cheap alloys that may be allergenic

5. Avoid compression or irritation.

• Do not lie on the side of the drill.

• Be careful of hair, ears, or depressed headphones

6. Observe abnormal symptoms

• If onset of swelling, redness, itching, or hard nodules → Consult your doctor immediately before becoming a keloid.

✨ Summary: Care for small wounds in the right way in the first place is the key to preventing keloids.

📍 Coordinates: It is in Ke Park Project, Mahidl Road, Muang District, Chiang Mai Province.

# Keloid # Keloid in the ear # Keloid after ear piercing # Keloid scar # Keloid

2025/9/15 Edited to

... Read moreหลายคนเจาะหูตำแหน่ง Helix, Forward helix, Vertical helix, Daith หรือ Flat แล้วช่วง 2–6 สัปดาห์แรกเริ่ม “มีตุ่มนูน” เลยกังวลว่าจะเป็นคีลอยด์ ซึ่งจริงๆ มันมีได้ทั้งตุ่มอักเสบ/แผลนูนธรรมดา และคีลอยด์ (ที่มักโตเกินขอบแผล) เลยอยากแชร์วิธีสังเกตและดูแลแบบที่เราทำแล้วช่วยลดการลุกลามได้ค่ะ 1) คีลอยด์หลังเจาะหู: อาการเริ่มต้นดูยังไง? - เริ่มเป็นก้อนแข็งๆ นูนๆ รอบรูเจาะ โตช้า แต่ไม่ค่อยยุบเอง - อาจคัน เจ็บตึง หรือแดงเรื้อรัง (ไม่ใช่แค่แดงช่วง 2–3 วันแรก) - ก้อน “ขยายออกนอกขอบแผล” และขนาดค่อยๆ เพิ่ม - ถ้าเป็นแค่ตุ่มอักเสบจากการระคายเคือง มักนิ่มกว่า และดีขึ้นเมื่อหยุดกดทับ/ทำความสะอาดถูกวิธี 2) รักษาคีลอยด์ที่หูด้วยตัวเอง (แบบปลอดภัย) ทำอะไรได้บ้าง? - กลับมาดูสาเหตุระคายเคืองก่อน: อย่านอนทับหูข้างที่เจาะ ระวังผมเกี่ยว หูฟังกดทับ และอย่าหมุนต่างหูเล่น - ล้างด้วยน้ำเกลือ (Normal Saline) เช้า-เย็น แล้วซับให้แห้ง ลดความชื้นสะสม - เช็กวัสดุต่างหู: ถ้าแพ้ง่าย แนะนำไทเทเนียม/ทองแท้/สแตนเลสทางการแพทย์ เพื่อลดอักเสบเรื้อรัง - หลีกเลี่ยงการทายาแรงๆ เอง (เช่น แอลกอฮอล์เข้มข้น หรือครีมที่ไม่แน่ใจ) เพราะบางอย่างทำให้แผลระคายเพิ่ม - ถ้าก้อนเริ่มโตไว เจ็บมาก มีหนอง หรือบวมแดงลาม ควรหยุดลองผิดลองถูกและพบแพทย์/คลินิกผิวหนังทันที 3) ถ้าจำเป็นต้องรักษากับแพทย์ มีวิธีไหนบ้าง? จากที่หาข้อมูลและสอบถามหลายที่ แนวทางที่ใช้บ่อยคือ - ฉีดสเตียรอยด์เข้าก้อน (ช่วยให้ก้อนนิ่มและยุบลง แต่ต้องทำหลายครั้ง) - เลเซอร์/การกดทับร่วม (ขึ้นกับขนาดและตำแหน่ง) - ผ่าตัดคีลอยด์ที่ใบหู (มักแนะนำเมื่อก้อนใหญ่หรือเป็นมานาน) และบางเคสแพทย์จะให้ทำร่วมกับการฉีด/ฉายแสงเพื่อลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ 4) ผ่าตัดคีลอยด์ที่ใบหูราคาเท่าไหร่? (คำถามยอดฮิต) ราคาไม่มีเรทตายตัว เพราะขึ้นกับขนาดก้อน วิธีรักษาร่วม และสถานพยาบาล แต่ที่เจอบ่อยในประกาศ/สอบถามคลินิก บางแห่งเริ่มราว “หลักพันต่อครั้ง” และมีคนถามกันเยอะที่ช่วงประมาณ 2,500 บาท (ควรถามให้ชัดว่า “รวมค่าหัตถการ/ค่ายา/นัดติดตาม” หรือยัง และเป็นราคาต่อก้อนหรือ ต่อครั้ง) ทริคส่วนตัวก่อนตัดสินใจรักษา: ถ่ายรูปเทียบวันต่อวัน (เช่น หลังทำทันที vs หลังทำไป 40 วัน) จะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดมาก และช่วยให้แพทย์ประเมินได้เร็วขึ้นด้วยค่ะ สุดท้าย ถ้าคุณมีประวัติเป็นคีลอยด์ง่าย (เคยเป็นแผลเป็นนูนมาก่อน) แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีก้อนเล็กๆ รอบรูเจาะ เพราะรักษาช่วงแรกมักง่ายและใช้เวลาน้อยกว่าค่ะ