ปกปิดประวัติสุขภาพให้เกิน 2 ปี ก็เคลมได้แล้ว!?

ทุกคนได้ยินเรื่องนี้กันบ่อยๆ ใช่ไหมคะ

“ไม่ต้องแถลงสุขภาพหรอก

ปิดเอาไว้ แล้วถือไปให้เกิน 2 ปี เดี๋ยวก็เคลมได้”

เป็นเรื่องที่เพื่อน หรือตัวแทนแนะนำแบบดูแลผลประโยชน์เรามากเลยนะคะ

แต่ในความเป็นจริง

เรื่องนี้ไม่ตรงทั้งหมด…และมีความเสี่ยงสูงมากกกกกก

แบบ กอ ไก่ ล้านตัวเลยค่ะ

ต้องเข้าใจก่อนว่า การแถลงสุขภาพ

คือ “จุดเริ่มต้นของสัญญาประกันสุขภาพ”

บริษัทใช้ข้อมูลนี้

ในการประเมินว่าจะรับความเสี่ยงลูกค้าคนนี้ยังไงดี

คิดเบี้ยเท่าไหร่

หรือต้องมีเงื่อนไขอะไรบ้าง

โดยยึดหลักการสุจริตใจยิ่ง

คือบริษัทเชื่อใจ

ว่าตัวแทนทำหน้าที่สอบถาม และกรอกข้อมูล

และลูกค้าแจ้งทุกอย่าง ตามความเป็นจริงแล้ว

ทีนี้...หลายคนก็เข้าใจว่า

ถ้าถือกรมธรรม์เกิน 2 ปีแล้ว

บริษัทจะไม่สามารถยกเลิกได้

จะต้องคุ้มครองทุกอย่างต่อทันที

👉ความจริงคือ

ระยะเวลา 2 ปี มีอยู่จริง

แต่เป็นจุดตัดของการบอกล้างกรมธรรม์

หรือการไม่ต่อสัญญาประกันสุขภาพค่ะ

1️⃣"ภายใน" 2 ปี หากบริษัทสืบทราบการปกปิด หรือไม่แถลงประวัติสุขภาพ

→ บริษัทสามารถบอกล้างกรมธรรม์ได้เลย

→ คืนเบี้ยประกันที่เราเคยจ่ายไปแล้วใน 2 ปี

→ โดยหักส่วนที่เคยเคลมไปแล้วก่อน

2️⃣"หลังจาก" 2 ปี หากบริษัทสืบทราบการปกปิด หรือไม่แถลงประวัติสุขภาพ

→ บริษัทไม่สามารถบอกล้างกรมธรรม์ได้

→ แต่จะทำการไม่ต่อสัญญาประกันสุขภาพในปีถัดไป

→ นั่นคือ เราจะไม่ได้รับเงินคืนเลยซักบาท

→ และเสียโอกาสในการได้ความคุ้มครองในอนาคต

ในทางปฏิบัติเวลามีการเคลมโดยเฉพาะเคสใหญ่ และกรมธรรม์ที่มีอายุไม่นาน บริษัทอาจให้เราสำรองจ่ายไปก่อน เพื่อตรวจสอบประวัติย้อนหลัง

ถ้าพบว่ามีข้อมูลสำคัญที่ไม่ได้แจ้งตั้งแต่ต้น ถึงแม้จะไม่เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยนั้นก็ตาม

นอกจากจะเคลมไม่ได้ ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองแล้ว ความคุ้มครองโรคในอนาคตก็จะหายไปด้วยเลยค่ะ

เราทำประกันเพื่อโอนย้ายความเสี่ยง

ไม่ใช่เอาไว้ “ลองเสี่ยง”

การแถลงสุขภาพตรงไปตรงมา

อาจทำให้มีเงื่อนไข หรือข้อยกเว้น

หรือบางเรื่อง ไม่เป็นประเด็นด้วยซ้ำ

แต่สิ่งที่ได้คือ “ความชัดเจน”

ว่าอะไรคุ้มครอง อะไรไม่คุ้มครอง

และเราสามารถวางแผนชีวิตต่อได้

แต่การปกปิด

อาจทำให้ดูเหมือนได้ทุกอย่างในวันนี้

แต่ไม่มีใครการันตีได้เลยว่า

ประกันจะ “ใช้ได้จริง” ในวันที่เราต้องการมากที่สุด

ซึ่งหลายเคส ต้องบอกเลยว่า

"ได้ไม่คุ้มเสีย" เลยจริงๆ ค่ะ

Ann - Insurance Designer

#AIA #MDRT #มั่งคั่งอย่างมั่นคง

1 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวหลังได้ศึกษาและพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านประกันสุขภาพ ผมเห็นว่าความเข้าใจผิดเรื่องการปกปิดประวัติสุขภาพนั้นยังแพร่หลายมาก หลายคนมักเชื่อว่าถ้าถือกรมธรรม์เกิน 2 ปีแล้ว บริษัทประกันจะไม่สามารถยกเลิกหรือบอกล้างกรมธรรม์ได้ และยังสามารถเคลมได้เต็มจำนวนโดยไม่มีปัญหา แต่ในความเป็นจริง 2 ปีนั้นเป็นระยะเวลาที่บริษัทใช้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล หากพบว่ามีการปกปิดหรือไม่แจ้งข้อมูลสุขภาพอย่างครบถ้วน บริษัทสามารถบอกล้างกรมธรรม์ได้ในช่วง 2 ปีแรกและคืนเบี้ยประกันให้ตามเงื่อนไขแต่หักส่วนที่เคยเคลมไปแล้ว ซึ่งหลังจาก 2 ปี บริษัทยังไม่สามารถบอกล้างกรมธรรม์ได้ แต่จะยกเลิกไม่ต่อสัญญาในปีถัดไปแทน ส่งผลให้ความคุ้มครองในอนาคตหายไปทันทีและไม่มีการคืนเงินใดๆ จากที่เคยรู้จักคนรอบตัวที่ปกปิดข้อมูลสุขภาพเมื่อแรกทำประกัน พบว่าบางรายต้องเจอกับการปฏิเสธการเคลมเมื่อต้องใช้สิทธิ์รักษาโรค ซึ่งทำให้ความคุ้มครองที่หวังไว้นั้นไร้ความหมาย เสียทั้งเงินและเสียทั้งโอกาสในการได้รับความคุ้มครองที่ถูกต้องตามจริง ทางที่ดีควรแถลงสุขภาพตรงไปตรงมา เพื่อให้บริษัทประเมินความเสี่ยงและคำนวณเบี้ยได้อย่างเหมาะสม ถึงแม้อาจมีเงื่อนไขหรือข้อยกเว้นที่มากขึ้น แต่ก็จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่าในวันที่จำเป็นต้องใช้ประกันนั้น จะได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริง สุดท้ายนี้ การเลือกซื้อประกันสุขภาพจึงไม่ควรเสี่ยงกับการปกปิดข้อมูล เพราะการทำประกันจะช่วยโอนย้ายความเสี่ยง ไม่ใช่เพื่อทดลองดวงเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน การเป็นลูกค้าที่ซื่อสัตย์และแจ้งข้อมูลครบถ้วน สร้างความชัดเจนและสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างลูกค้ากับบริษัทประกัน ซึ่งจะได้ผลดีต่อการคุ้มครองและการบริการในระยะยาวอย่างแน่นอน