เป็นวัดคู่เมืองเชียงใหม่ วิหารหลังเล็กเป็นเครื่องไม้ศิลปะล้านนา หน้าบันเป็นปูนปั้นประดับกระจกแกะลายสลักไม้อย่างงดงาม ส่วนวิหารหลังใหญ่หน้าบันมีลวดลายไม้แกะสลักแบบพม่า
วัดบุปผารามเป็นวัดเก่าแก่ที่พญาเมืองแก้วกษัตริย์ล้านนาลำดับที่ 12 ราชวงศ์มังราย โปรดให้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2039 ได้รับการบูรณะเมื่อ พ.ศ. 2362 โดยเจ้าหลวงธรรมลังกาได้โปรดให้สร้างวิหารหลังเล็ก ซึ่งเป็นเครื่องไม้ศิลปะล้านนา มีหน้าบันเป็นปูนปั้นประดับกระจก แกะลายสลักไม้อย่างงดงาม ส่วนวิหารหลังใหญ่นั้น หน้าบันมีลวดลายไม้แกะสลักแบบพม่า เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหล่อด้วยทองแดงล้วนหนัก 1 โกฏิ อายุ 400 ปีเศษ และมีพระพุทธรูปเชียงแสนหล่อด้วยสำริดอยู่ทางด้านซ้ายและขวาอีกหนึ่งคู่ นอกจากนี้ ภายในหอมณเฑียรธรรมยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไม้สักขนาดหน้าตักกว้าง 1 วาเศษ มีอายุประมาณ 400 ปี อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของวัดบุปผารามที่ทุกคนให้ความเลื่อมใส กล่าวคือ ที่นี่เคยเป็นที่สถิตของพระมหาสังฆราชปุสสเทวะ และยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยจะมีประเพณีสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุในวันเพ็ญเดือน 6 เหนือ(เดือน 4 ของภาคกลาง) ราว ๆ เดือนกุมภาพันธ์ประจำทุกปี ที่ตั้ง : ตั้งอยู่เลขที่ 143 ถนนท่าแพเยื้องกับวัดแสนฝาง ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับการเดินทาง ขับรถมาตามถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ลำปาง-เชียงใหม่ ก่อนถึงตัวเมืองเชียงใหม่ ให้เลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกปอยหลวง แล้วขับตรงไปเรื่อย ๆ จนข้ามสะพานนวรัฐ จากนั้นขับตรงมาอีกประมาณ 800 เมตร วัดบุปผารามตั้งอยู่ซ้ายมือ #วัดบุพพาราม #วัดบุพพาราม
ถ้าใครกำลังหา “วัดบุปผาราม เชียงใหม่” เพื่อแวะไหว้พระใกล้ย่านท่าแพ/คูเมือง ฉันว่าที่นี่เป็นวัดที่เดินง่ายแต่ได้ดูงานศิลป์คุ้มมาก โดยเฉพาะคนที่สนใจสถาปัตยกรรมล้านนา เพราะมีทั้งงานไม้ งานปูนปั้น และลายแกะสลักที่ดูเพลินสุด ๆ สิ่งที่ฉันตั้งใจมาดูคือ “วิหารจตุรมุข” (วิหารหลังเล็ก) ที่เป็นเครื่องไม้ศิลปะล้านนา รายละเอียดตรงหน้าบันมีปูนปั้นประดับกระจก พอแสงตกกระทบจะเห็นเป็นประกายสวยมาก แนะนำให้เดินวนดูรอบ ๆ เพราะมุมข้างวิหารจะเห็นลายสลักไม้ชัดกว่า และถ่ายรูปออกมาสวยแบบไม่ต้องแต่งเยอะ อีกจุดที่ไม่ควรพลาดคือวิหารหลังใหญ่ หน้าบันเป็นลวดลายไม้แกะสลักแบบพม่า ให้ฟีลต่างจากวิหารจตุรมุขอย่างชัดเจน ใครชอบเทียบสไตล์ “ล้านนา vs พม่า” จะสนุกมาก ระหว่างเดินชมฉันชอบหยุดดูรายละเอียดตามซุ้มประตูและขอบหน้าบัน เพราะลายไม้คมและมีมิติมาก ทริคเล็ก ๆ สำหรับการมาเที่ยววัดบุปผารามให้สบาย: - มาเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ แสงจะนุ่ม ถ่ายหน้าบันและงานปูนปั้นสวย - แต่งกายสุภาพ (ไหล่/เข่าควรปิด) และพูดเบา ๆ เพราะเป็นพื้นที่ปฏิบัติศาสนกิจ - ถ้าตั้งใจมาถ่ายภาพ แนะนำพกเลนส์มุมกว้างนิดหน่อย จะเก็บความจตุรมุขและลวดลายหน้าบันได้ครบ การเดินทางส่วนตัวฉันว่าค่อนข้างสะดวก เพราะวัดอยู่แถวถนนท่าแพ เยื้องกับวัดแสนฝาง หากขับรถมาตามเส้นซุปเปอร์ไฮเวย์ ลำปาง–เชียงใหม่ ก่อนเข้าตัวเมืองให้เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกปอยหลวง ขับตรงไปข้ามสะพานนวรัฐ แล้วตรงมาอีกประมาณ 800 เมตร วัดจะอยู่ซ้ายมือ ถ้ามีเวลา ลองเผื่อเดินเล่นย่านท่าแพต่อได้เลย แวะไหว้พระที่วัดบุปผาราม แล้วค่อยไปคาเฟ่หรือเดินถ่ายรูปย่านเมืองเก่า เป็นแพลนสั้น ๆ ที่ได้ทั้งความสงบและได้ชมงานศิลป์สวย ๆ ในทริปเดียว











