วัดอินทขีลสะดือเมือง หรือ วัดสะดือเมือง หรือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติระบุว่าชื่อ วัดอินทขิน เดิมเป็นวัดร้างเพิ่งตั้งเป็นวัดเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2550[1] แต่เดิมเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยพญามังรายเพื่อเป็นที่ประดิษฐานของเสาหลักเมืองหรือเสาอินทขีล พญามังรายได้สร้างเมืองเชียงใหม่ที่นี่เมื่อ พ.ศ. 1835 โดยก่อนหน้านั้นพญามังรายได้มาสำรวจพื้นที่บริเวณเมืองนพบุรีร้าง ได้พบซากเสาอินทขิลและรูปกุมภัณฑ์ ณ ที่กลางเมืองนั้น จึงมีบัญชาให้เสนาชื่อ สรีกรชัย แต่งเครื่องบรรณาการไปหาพญาลัวะบนดอยสุเทพ พญาลัวะจึงแนะนำว่า หากเจ้าพญามังรายจะสร้างเมืองขึ้นใหม่ ให้อยู่เย็นเป็นสุขก็ให้บูชากุมภัณฑ์และเสาอินทขิล จนเมื่อพระองค์ได้สร้างเมืองนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่แล้ว จึงโปรดให้ยกรูปกุมภัณฑ์และเสาอินทขิล ที่ประดิษฐานในบริเวณสะดือเมืองขึ้นมาเพื่อให้คนสักการะกราบไหว้ตามคำแนะนำของพญาลัวะ
ต่อมาได้สร้างวัดอินทขีล แต่เนื่องจากอยู่บริเวณสะดือเมือง ชาวบ้านจึงเรียกว่า "วัดสะดือเมือง" จนได้กลายเป็นวัดร้างในสมัยที่พม่าเข้าปกครอง เมื่อพระเจ้ากาวิละได้ขับไล่พม่าได้แล้ว จึงได้ฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่ ได้ย้ายเสาอินทขิลจากวัดอินทขีลมาประดิษฐานอยู่ ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร พร้อมกับบูรณะฟื้นฟูวัดอินทขีล โดยได้สร้างวิหารคล่อมฐานเดิม อัญเชิญพระอุ่นเมือง (หลวงพ่อขาว) มาประดิษฐานเป็นพระประธานในวิหาร[2]
จากเอกสารสำรวจวัดในสมัยครูบาปัญญา เจ้าอาวาสวัดหัวข่วง พ.ศ. 2425 ยังปรากฏชื่อวัดอินทขีลอยู่ สันนิษฐานว่าวัดอินทขิลได้กลายเป็นวัดร้างในสมัยพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 7 (พ.ศ. 2416–2439)[3] ปัจจุบันได้รับการยกเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาแล้ว#วัดอิ นทขีลสะดอเมือง
วัดอินทขีลสะดือเมืองถือเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเชียงใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงการสถาปนาเมืองเชียงใหม่และความเชื่อทางศาสนาของชาวล้านนาในยุคสมัยของพญามังราย นอกจากการสร้างวัดเพื่อเป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองหรือเสาอินทขีลซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญตามความเชื่อโบราณแล้ว วัดนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงและความสงบร่มเย็นของเมือง ในช่วงเวลาที่วัดอินทขีลกลายเป็นวัดร้างนั้น เป็นผลสะท้อนจากสภาวะความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยเฉพาะในยุคที่เชียงใหม่ถูกปกครองโดยพม่า เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ศาสนสถานหลายแห่งต้องทรุดโทรมและสูญเสียความสำคัญไป แต่เมื่อพระเจ้ากาวิละได้รับชัยชนะและฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่ วัดอินทขีลก็ได้รับการบูรณะใหม่ด้วยการย้ายเสาอินทขีลมาตั้งไว้ในวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ขณะเดียวกันวัดอินทขีลก็ได้รับการฟื้นฟูเพื่อกลับมาเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมอีกครั้ง จากประสบการณ์ส่วนตัวเมื่อได้เยี่ยมชมวัดอินทขีลสะดือเมือง รู้สึกประทับใจในความสงบและความเข้มขลังของสถานที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้เห็นวิหารที่สร้างครอบฐานเดิมของเสาหลักเมือง และพระอุ่นเมืองซึ่งเป็นพระประธานในวิหาร สะท้อนถึงการรักษามรดกทางวัฒนธรรมและศาสนาอย่างลึกซึ้ง การเดินทางไปยังวัดนี้ยังช่วยเปิดโลกทรรศน์ให้เราได้เข้าใจถึงการผสมผสานของประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรมล้านนาอย่างมีคุณค่า สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเชียงใหม่ วัดอินทขีลสะดือเมืองเป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาด เพราะนอกจากจะได้ชมโบราณสถานที่สำคัญแล้ว ยังสามารถเรียนรู้และสัมผัสกับความเป็นมาของเมืองเชียงใหม่ผ่านสิ่งก่อสร้างและเรื่องเล่าที่มีมาอย่างยาวนาน