วัดแสนเมืองมาหลวง หรือ วัดหัวข่วง แต่เดิมมีชื่อว่า วัดลักขปุราคมาราม (วัดที่พระเจ้าแสนเมืองมาทรงสร้าง) ต่อมาพระเจ้าเมืองแก้ว พ.ศ. 2063 ได้บูรณะเจดีย์วัดหัวข่วงขึ้นใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิม พระเมืองแก้วกับพระราชมารดาพร้อมพระสงฆ์ 3 คณะ มีพระราชครู เป็นประธาน บรรจุพระบรมธาตุในมหาเจดีย์วัดลักขปุราคมาราม จากนั้นได้สร้างคัมภีร์พระไตรปิฎก ไว้ในหอมณเฑียรธรรม ทรงโปรดให้มีการเฉลิมฉลองเป็นการใหญ่ พ.ศ. 2549 พระครูปล ัดทรงสวัสดิ์ ปญฺญาวชิโร พร้อมด้วยพระภิกษุสามเณร ได้รื้อถอนหอมณเฑียรธรรมและทำการสร้างขึ้นใหม่
เจดีย์สิบสองเหลี่ยมองค์ระฆังเป็นศิลปกรรมผสมระหว่างศิลปะเชียงแสนกับสุโขทัย ในสมัยพม่าตีเมืองเชียงใหม่จึงทำให้เจดีย์ได้รับความเสียหายบางส่วน ภายหลังมีการซ่อมแซม ทำให้ส่วนฐานนับตั้งแต่ฐานหน้ากระดานสามชั้นขึ้นไปจนถึงฐานบัวลูกแก้ว เป็นลักษณะพิเศษที่ไม่เคยพบเห็นในเจดีย์ทรงกลม เจดีย์องค์นี้ได้รับประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดขอบเขตในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 96 ตอนที่ 167 ลงวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2522[1]
ปูชนียวัตถุที่สำคัญ ได้แก่ พระพุทธรูปปูนประธานในวิหารและพระพุทธรูปสำริด หน้าตักกว้าง 1.88 เมตร สูง 2.63 เมตร ชาวบ้านบางกลุ่มเรียกว่า พระแสนเมืองมาหลวง[2]#วัดแสนเมืองมาหลวง
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยไปเยือนวัดแสนเมืองมาหลวง วัดแห่งนี้มีเสน่ห์ที่โดดเด่นทั้งในด้านประวัติศาสตร์และศิลปกรรมที่สวยงามจริงๆ วัดตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีบรรยากาศสงบเงียบเหมาะแก่การไปสักการะและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือเจดีย์สิบสองเหลี่ยมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของวัดนี้ รูปทรงเจดีย์ที่ผสมผสานศิลปะเชียงแสนกับสุโขทัยแท้จริงสร้างความรู้สึกแปลกใหม่และน่าค้นหา เมื่อได้ทราบว่าฐานเจดีย์เป็นลักษณะที่ไม่เคยพบในเจดีย์ทั่วไปทำให้รู้สึกซาบซึ้งในความวิจิตรบรรจงของช่างยุคก่อนเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ที่วิหารพระพุทธรูปปูนขนาดใหญ่เป็นอีกจุดที่น่าสนใจมาก พระพุทธรูปสำริดที่มีขนาดหน้าตัก 1.88 เมตร สูง 2.63 เมตรก็มีความศักดิ์สิทธิ์และได้รับความเคารพจากชาวบ้านในพื้นที่ เรียกกันว่า "พระแสนเมืองมาหลวง" ซึ่งเป็นตัวแทนของศรัทธาและวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของเมืองเชียงใหม่ การที่วัดแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานก็ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของวัดที่จะได้รับการดูแลรักษาอย่างดี การได้มาเยือนและทำความเข้าใจเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่นี่ ทำให้รับรู้ถึงความผูกพันระหว่างศาสนา ศิลปะ และประวัติศาสตร์ รวมไปถึงความศรัทธาของชาวล้านนาในอดีต สำหรับผู้ที่สนใจอยากศึกษาศิลปะและวัฒนธรรมล้านนา วัดแสนเมืองมาหลวงถือเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาด แนะนำให้เดินชมโดยรอบ วัดและเจดีย์ และฟังคำบรรยายจากพระภิกษุหรือไกด์ท้องถิ่นที่มีความรู้ เพื่อให้เข้าใจลึกซึ้งถึงความเป็นมาและความหมายของแต่ละโบราณสถานในวัดนี้อย่างครบถ้วน
























🙏🏻🙏🏻🙏🏻 สวยงามครับ❤️