วัดทรายมูลพม่า หรือ วัดทรายมูลม่าน ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2101 ศิลปกรรมที่มีรูปแบบพม่าสร้างเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มีเจ้าอาวาสรูปเดิมคือพระครูอูอาสะกะ อาสโก เป็นที่นับถือของชาวพม่าในเชียงใหม่ แต่ภายหลังเมื่อเจ้าอาวาสมรณภาพลงไป ตามพระราชบัญญัติของคณะสงฆ์ที่พึ่งออกมาใหม่ได้กำหนดให้ต้องแต่งตั้งเจ้าอาวาสเป็นคนไทย จึงตั้งรักษาการณ์เข้ามาดำเนินการ แต่ทางกลุ่มแรงงานพม่าไม่พอใจ[1] แต่ภายหลังก็ได้ให้เจ้าอาวาสพม่ามาครองวัด ปัจจุบัน คือ พระอาจารย์ โกณฑัญญะ
อาคารเสนาสนะที่สำคัญ ได้แก่ กุฎิ 2 หลัง หลังที่ 1 สร้างเมื่อ พ.ศ 2497 ได้รับการบูรณะขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2457 โดยก่ออิฐโบกปูนรูปแบบศิลปะพม่า มีพระประธานประดิษฐานอยู่ 3 องค์ องค์ที่ 1 มีขนาดหน้าตักกว้าง 4 ศอก องค์ที่ 2 มีขนาดหน้าตักกว้าง 4 ศอก พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2457 ส่วนผนังทั้ง 2 ด้านมีงานเขียนสีจิตรกรรมฝาผนังเรื่อง มหาเวสสันดรชาดก กุฎิหลังที่ 2 สร้างเมื่อ 2509 เป็นอาคารตึก 2 ชั้น ที่พักของพระสงฆ์ ภายในมีพระประธานบนกุฏิ 1 องค์ มีขนาดหน้าตักกว้าง 4 ศอก ก่ออิฐถือปูนปางมารวิชัย องค์สีขาว รูปแบบศิลป์แบบพม่า
หลังวิหารมีองค์เจดีย์สีทอง 2 องค์ เจดีย์องค์ที่ 1 สูงประมาณ 20 เมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2387 เจดีย์องค์ที่ 2 สูงประมาณ 9 เมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2432 เป็นเจดีย์ศิลปะมอญผสมพม่า ลัก ษณะแปดเหลี่ยมย่อมุมที่ทำให้ฐานลาด และบัวคว่ำ มีเจดีย์บริวารที่ด้านล่างของฐาน ปูชนียวัตถุ คือ พระพุทธรูปหยกขาวพม่าสูง 5 ฟุต ปางปฐมเทศนา แกะจากหินหยกพม่าโดยช่างฝีมือจากเมืองมัณฑะเลย์[2]#วัดทรายมูลพม่า
การได้เยี่ยมชมวัดทรายมูลพม่าในเชียงใหม่นับเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจไม่น้อยสำหรับผู้ที่สนใจในศิลปะและวัฒนธรรมพม่า ภายในวัดเต็มไปด้วยความงามของงานสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างศิลปะมอญและพม่า โดยเฉพาะเจดีย์สีทองสององค์หลังวิหารที่มีลักษณะแปดเหลี่ยมย่อมุม ซึ่งถือว่าเป็นการผสมผสานศิลป์ที่หายาก บอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์แบบไม่ต้องใช้คำพูด ที่วัดยังมีพระพุทธรูปหยกขาวขนาดใหญ่อยู่ในฐานะปูชนียวัตถุสำคัญ เขาว่ากันว่าสร้างสรรค์โดยช่างฝีมือจากเมืองมัณฑะเลย์ ตัวองค์พระขัดเงาสวยงามมาก และให้ความรู้สึกสงบใจแก่ผู้ที่กราบไหว้ นอกจากนี้งานจิตรกรรมฝาผนังเรื่องมหาเวสสันดรชาดกภายในกุฎิหลังแรกก็เป็นอีกส่วนที่ชวนให้ได้เสพงานศิลปะด้วยสายตาและใจ ส่วนตัวผมรู้สึกชื่นชอบความโดดเด่นของกุฎิหลังที่สอง ซึ่งเป็นอาคารตึกสองชั้นตกแต่งด้วยศิลปะพม่าแบบดั้งเดิม พร้อมพระประธานปางมารวิชัยองค์สีขาวที่ดูสง่างามมาก การเห็นวัดที่ยังคงรักษาศิลปะดั้งเดิมและประวัติศาสตร์ไว้ได้อย่างดีในยุคสมัยใหม่นี้ทำให้รู้สึกเชื่อมโยงกับอดีตของชุมชนพม่าในเชียงใหม่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น การเดินทางไปที่วัดทรายมูลพม่านั้นก็สะดวกสบาย วัดตั้งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองเชียงใหม่มากนัก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้เรื่องราวทางวัฒนธรรมและศาสนาที่นอกเหนือจากความคุ้นเคยของไทย นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เงียบสงบให้ได้รู้สึกผ่อนคลายท่ามกลางอาคารเก่าแก่และต้นไม้น้อยใหญ่ สำหรับใครที่สนใจศึกษาศิลปะพม่าในไทยอย่างลึกซึ้ง วัดทรายมูลพม่าเป็นสถานที่หนึ่งที่ควรแวะเยี่ยมชม เพราะนอกจากคุณค่าทางศิลปะแล้ว ยังมีเรื่องราวของชุมชนกลุ่มแรงงานพม่าที่อาศัยอยู่และเคารพบูชาที่นี่ ซึ่งช่วยเติมเต็มความรู้และประสบการณ์ให้กับการเดินทางอย่างแท้จริง
🙏🙏🙏 คร้บ