วัดชมพู เดิมชื่อว่า วัดใหม่พิมพา เปลี่ยนชื่อในสมัยพระเจ้ากาวิละได้ทรงปราบศัตรูหมู่พม่าข้าศึกออกจากเมืองแล้วจึงเสด็จเข้าเสวยเมือง ครั้งนั้นได้เชิญพระอาจารย์ผู้ฉมังเวทชื่อครูบาชมพูติดตามมา แต่พระอาจารย์ไม่ยอมเข้าเมือง ขอพำนักรักษาพระนครอยู่ ณ วัดใหม่พิมพา วัดแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งกองบัญชาการรบของแม่ทัพพม่ามาแต่เดิมต่อมาผู้คนเรียกขานว่า วัดครูบาชมพู และในที่สุดกลายเป็นวัดชมพู[1] วัดชมพูได้รับอนุญาตตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2325 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2445

วัดมีพระธาตุเจดีย์ หรือเรียกว่า พระธาตุเจดีย์ทองจังโก เปรียบเสมือนพระธาตุคู่แฝดของพระธาตุดอยสุเทพ มีตำนานเล่าว่า พระเจ้ากือนา ทรงสร้างพระบรมธาตุดอยสุเทพ โดยพระราชมารดา พร้อมทั้งโปรดเกล้าให้สร้างเจดีย์พร้อมวัดมีนามว่า "วัดใหม่พิมพา" เพราะพระนางพิมพาเทวี ไม่สามารถดำเนินบนดอยสูงเกินเพื่อขึ้นไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพไม่สะดวกเพราะมีอายุมาก เจดีย์ได้รับการบูรณะครั้งล่าสุด เมื่อ พ.ศ. 2542[2]

ลักษณะของยอดดอยพระธาตุเจดีย์วัดใหม่พิมพานั้นมีฉัตร 7 ชั้น ตัวพระธาตุสูงประมาณ 30 เมตร กว้างด้านละ 11.30 เมตร องค์พระธาตุเจดีย์บุหุ้มด้วยแผ่นโลหะ ที่เรียกว่า แผ่นทองจังโก การประดับตกแต่งลวดลายด้วยวิธีสลักดุนยกดอกกระหนกใบเทศและก้านขด มีบางแผ่นสลักเป็นลวดลายประกอบภาพสิบสองนักษัตร รายรอบเป็นช่วง ๆ ลงรักปิดแผ่นทองคำเปลว[3#วัดชมพู

5/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าคุณได้มีโอกาสไปเยือนจังหวัดเชียงใหม่ วัดชมพูถือเป็นสถานที่หนึ่งที่ควรค่าแก่การแวะชมไม่น้อย จากที่ได้ไปเยือนวัดชมพูมาเอง ความรู้สึกแรกคือความสงบและความงดงามของสถาปัตยกรรมที่หาชมได้ยาก วัดนี้เดิมชื่อว่าวัดใหม่พิมพา มีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์เนื่องจากเป็นสถานที่ตั้งกองบัญชาการของแม่ทัพพม่าในอดีต หลังจากที่พระเจ้ากาวิละได้ยกทัพมาปราบศัตรูแล้ว วัดนี้จึงได้รับการเปลี่ยนชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ครูบาชมพู พระอาจารย์ผู้มีความรู้ด้านเวทมนตร์ที่พำนักรักษาพระนคร สิ่งที่โดดเด่นของวัดชมพูคือพระธาตุเจดีย์ทองจังโกซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีฉัตร 7 ชั้น สูงประมาณ 30 เมตร ความหมายและความเป็นมาเชื่อมโยงกับตำนานพระบรมธาตุดอยสุเทพ โดยพระเจ้ากือนาทรงสร้างพระบรมธาตุดอยสุเทพและโปรดเกล้าให้สร้างวัดใหม่พิมพาไว้เป็นที่พำนักแทนพระนางพิมพาเทวีผู้สูงวัยที่ไม่สะดวกในการขึ้นไปบนดอยสูง การตกแต่งองค์พระธาตุด้วยแผ่นโลหะทองจังโกนั้นเป็นความวิจิตรศิลป์สไตล์ล้านนาแท้ๆ ซึ่งสลักลวดลายดอกกระหนก ใบเทศ ก้านขด รวมถึงสิบสองนักษัตร รายล้อมด้วยการลงรักปิดทองคำเปลว ทำให้ทั้งองค์พระธาตุเจดีย์เปล่งประกายงดงามอย่างน่าทึ่ง ประสบการณ์ส่วนตัวได้เรียนรู้จากการพูดคุยกับพระในวัด ว่าวัดชมพูไม่ใช่เพียงแค่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมและศิลปกรรมล้านนาอย่างแท้จริง และเมื่อตอนบูรณะในปี พ.ศ. 2542 ก็มุ่งยืนหยัดรักษาเอกลักษณ์และคุณค่าทางศิลปะให้คงอยู่ต่อไป การมาเยือนวัดชมพูจึงไม่เพียงเพื่อกราบไหว้เท่านั้น แต่ยังช่วยให้เราเข้าใจประวัติศาสตร์และความงดงามที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นและชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในยุคสมัยนั้นด้วย การเดินชมพระธาตุเจดีย์ และศึกษาลวดลายสลักดุนแจกจ่ายทองคำเปลวมอบประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความประทับใจและเป็นแรงบันดาลใจในการรักษาศิลปวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ให้ยั่งยืนต่อไป

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ แม้ว
แม้ว

🙏🙏🙏 ราตรีสวัสดิ์ ฝันดีครับ❤️❤️

ดูเพิ่มเติม(1)