มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ปรากฏในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่และพงศาวดารโยนก หลังจากที่พญางำเมือง พ่อขุนรามคำแหงมหาราชและพญามังรายทรงสร้างเมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 1839 ทั้ง 3 พระองค์โปรดให้สร้างเจดีย์ และพญามังรายทรงประทับชั่วคราวในระหว่างควบคุมการสร้างเมือง ตรงหอนอนบ้านเชียงมั่น เรียกว่า "เวียงแก้ว" ทรงอุทิศตำหนักคุ้มหลวงเวียงเหล็ก ตั้งเป็นพระอารามหลวงแห่งแรกและพระราชทานนามว่า "วัดเชียง มั่น" จากนั้นคาดว่าเจดีย์พังลงมาในสมัยพระเจ้าติโลกราช (ครองราชย์ พ.ศ. 1985 - 2031) พระองค์จึงโปรดให้สร้างเจดีย์ใหม่ ทำด้วยศิลาแลง เมื่อปี พ.ศ. 2014
เมื่อเชียงใหม่ตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า ในปี พ.ศ. 2094 วัดเชียงมั่นจึงถูกปล่อยร้าง จนปี พ.ศ. 2101 เจ้าฟ้ามังทรา (สมเด็จพระมหาธัมมิกะราชาธิราช) แห่งพม่า บูรณปฏิสังขรณ์วัดเชียงมั่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง โดยโปรดให้สร้างเจดีย์ วิหาร อุโบสถ หอไตร ธัมมเสนาสนะกำแพง และประตูโขง มีพระมหาหินทาทิจจวังสะเป็นเจ้าอาวาสเมื่อถึงสมัยพระเจ้ากาวิละครองเมืองเชียงใหม่ (พ.ศ. 2324–2358)
ต่อมาพระพุทธศาสนาแบบธรรมยุกนิกายเผยแผ่เข้ามาในอาณาจักรล้านนา เจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์จึงนิมนต์พระธรรมยุตมาจำพรรษาอยู่ แต่ได้ย้ายไปอยู่วัดหอธรรมและวัดเจดีย์หลวงวรวิหารตามลำดับในภายหลัง# วัดเชียงมั่น #วัดเชียงมั่น
วัดเชียงมั่นถือเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเชียงใหม่ที่คนรักเมืองนี้ควรเยี่ยมชมอย่างยิ่ง ในช่วงที่ได้เยี่ยมชมวัดนี้ ตัวผมได้สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่สงบและเต็มไปด้วยความรู้สึกขลังของอดีตที่ถูกถ่ายทอดผ่านสถาปัตยกรรมและเจดีย์ที่สร้างขึ้นจากศิลาแลง ที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่สถานที่สักการะ แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ความเป็นมาของเชียงใหม่และล้านนา รวมทั้งตำนานที่ผูกพันกับพญางำเมืองและพญามังราย การที่วัดนี้ถูกบูรณะหลายครั้งโดยเฉพาะในสมัยที่เชียงใหม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของพม่า แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและความศรัทธาของชุมชนที่มีต่อวัด อาคารต่าง ๆ อย่างวิหาร อุโบสถ และหอไตร ล้วนครอบคลุมศิลปะล้านนาแบบดั้งเดิมอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังได้รู้ว่าพระธรรมยุติได้เข้ามาเผยแผ่ในพื้นที่นี้ ทำให้วัดเชียงมั่นเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมทางศาสนาและการเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนาในเชียงใหม่อีกด้วย สำหรับผู้ที่สนใจในเรื่องราวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมล้านนา การเดินทางมาที่วัดเชียงมั่นจะช่วยให้เห็นมุมมองที่ลึกซึ้งขึ้นเกี่ยวกับการก่อตั้งเมืองเชียงใหม่และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ศิลปะ และศาสนา ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่ามากและเป็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวของเชียงใหม่













