วัดทุ่งอ้อสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2350[1] เดิมชาวบ้านเรียกว่า วัดทุ่งอ้อหลวง แต่ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดทุ่งอ้อ" สันนิษฐานว่าวัดทุ่งอ้อเป็นศูนย์กลางร่วมสมัยในยุคของเวียงมโน ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการสร้างเมืองเชียงใหม่กว่า 13 ปี บ้างสันนิษฐานว่าสมัยโบราณบริเวณแถบนี้ ได้มีการสู้รบกันระหว่างล้านนากับพม่า จึงทำให้บริเวณนี้ถูกพม่ายึดเอาอาณาเขตบริเวณพื้นที่โดยรวม พร้อมกับการสร้างวัดนี้ขึ้นมา วัดจึงผสมผสานศิลปะพม่า กรมศิลปากรได้ทำการบูรณะวิหารของวัดทุ่งอ้อ เมื่อ พ.ศ. 2539

วิหารศิลปะล้านนา มีลวดลายปูนปั้นประดับทองแป และหน้าบันหัวเสา และป้านลมประดับด้วยประจกสีแบบพม่า (กระจกฉาบด้วยเนื้อชิน) คันทวยเป็นลวดลายฉลุด้วยไม้สัก พระประธานของวิหาร เป็นศิลปะผสมผสานระหว่างพม่าและล้านนา[2]วัดทุ่งอ้อสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2350[1] เดิมชาวบ้านเรียกว่า วัดทุ่งอ้อหลวง แต่ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดทุ่งอ้อ" สันนิษฐานว่าวัดทุ่งอ้อเป็นศูนย์กลางร่วมสมัยในยุคของเวียงมโน ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการสร้างเมืองเชียงใหม่กว่า 13 ปี บ้างสันนิษฐานว่าสมัยโบราณบริเวณแถบนี้ ได้มีการสู้รบกันระหว่างล้านนากับพม่า จึงทำให้บริเวณนี้ถูกพม่ายึดเอาอาณาเขตบริเวณพื้นที่โดยรวม พร้อมกับการสร้างวัดนี้ขึ้นมา วัดจึงผสมผสานศิลปะพม่า กรมศิลปากรได้ทำการบูรณะวิหารของวัดทุ่งอ้อ เมื่อ พ.ศ. 2539

วิหารศิลปะล้านนา มีลวดลายปูนปั้นประดับทองแป และหน้าบันหัวเสา และป้านลมประดับด้วยประจกสีแบบพม่า (กระจกฉาบด้วยเนื้อชิน) คันทวยเป็นลวดลายฉลุด้วยไม้สัก พระประธานของวิหาร เป็นศิลปะผสมผสานระหว่างพม่าและล้านนา[2]วัดทุ่งอ้อสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2350[1] เดิมชาวบ้านเรียกว่า วัดทุ่งอ้อหลวง แต่ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดทุ่งอ้อ" สันนิษฐานว่าวัดทุ่งอ้อเป็นศูนย์กลางร่วมสมัยในยุคของเวียงมโน ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการสร้างเมืองเชียงใหม่กว่า 13 ปี บ้างสันนิษฐานว่าสมัยโบราณบริเวณแถบนี้ ได้มีการสู้รบกันระหว่างล้านนากับพม่า จึงทำให้บริเวณนี้ถูกพม่ายึดเอาอาณาเขตบริเวณพื้นที่โดยรวม พร้อมกับการสร้างวัดนี้ขึ้นมา วัดจึงผสมผสานศิลปะพม่า กรมศิลปากรได้ทำการบูรณะวิหารของวัดทุ่งอ้อ เมื่อ พ.ศ. 2539

วิหารศิลปะล้านนา มีลวดลายปูนปั้นประดับทองแป และหน้าบันหัวเสา และป้านลมประดับด้วยประจกสีแบบพม่า (กระจกฉาบด้วยเนื้อชิน) คันทวยเป็นลวดลายฉลุด้วยไม้สัก พระประธานของวิหาร เป็นศิลปะผสมผสานระหว่างพม่าและล้านนา[2]วัดทุ่งอ้อสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2350[1] เดิมชาวบ้านเรียกว่า วัดทุ่งอ้อหลวง แต่ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดทุ่งอ้อ" สันนิษฐานว่าวัดทุ่งอ้อเป็นศูนย์กลางร่วมสมัยในยุคของเวียงมโน ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการสร้างเมืองเชียงใหม่กว่า 13 ปี บ้างสันนิษฐานว่าสมัยโบราณบริเวณแถบนี้ ได้มีการสู้รบกันระหว่างล้านนากับพม่า จึงทำให้บริเวณนี้ถูกพม่ายึดเอาอาณาเขตบริเวณพื้นที่โดยรวม พร้อมกับการสร้างวัดนี้ขึ้นมา วัดจึงผสมผสานศิลปะพม่า กรมศิลปากรได้ทำการบูรณะวิหารของวัดทุ่งอ้อ เมื่อ พ.ศ. 2539

วิหารศิลปะล้านนา มีลวดลายปูนปั้นประดับทองแป และหน้าบันหัวเสา และป้านลมประดับด้วยประจกสีแบบพม่า (กระจกฉาบด้วยเนื้อชิน) คันทวยเป็นลวดลายฉลุด้วยไม้สัก พระประธานของวิหาร เป็นศิลปะผสมผสานระหว่างพม่าและล้านนา[2]#วัดทุ่งอ้อหลวง

6/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเมื่อได้มีโอกาสไปเยือนวัดทุ่งอ้อด้วยตัวเอง พบว่าวัดนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดที่เล่าถึงประวัติศาสตร์ช่วงเวลาก่อนยุคเมืองเชียงใหม่ขึ้นเสียอีก ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือบรรยากาศที่เงียบสงบมาก เหมาะแก่การสักการะและศึกษาประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน สิ่งที่โดดเด่นอย่างมากคือวิหารที่สวยงาม ซึ่งสร้างด้วยศิลปะล้านนา ผสมผสานกับศิลปะแบบพม่าอย่างลงตัว เช่น ลวดลายปูนปั้นที่ประดับทองแป และหน้าบันหัวเสาที่ดูละเอียดอ่อน รวมทั้งการใช้กระจกสีแบบพม่า (กระจกฉาบด้วยเนื้อชิน) ในการประดับป้านลม เป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกถึงความเป็นศิลปะร่วมสมัยที่แตกต่างจากวัดอื่นๆ ในเชียงใหม่ที่เราเคยเห็น ในการสำรวจจะพบว่าพระประธานในวิหารเป็นการผสมผสานศิลปะพม่าและล้านนาอย่างชัดเจน สะท้อนถึงความสัมพันธ์และการปะทะกันในประวัติศาสตร์ระหว่างล้านนากับพม่า นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมสามารถเรียนรู้ถึงความหลากหลายของความคิดสร้างสรรค์ผ่านสถาปัตยกรรมนี้ นอกจากนี้ การบูรณะโดยกรมศิลปากรในปี 2539 ก็ทำให้วัดนี้ยังคงสภาพดีและสามารถรักษาคุณค่าทางศิลปะและประวัติศาสตร์ไว้ได้อย่างดี ถ้าใครมองหาที่เที่ยวที่มีกลิ่นอายประวัติศาสตร์และศิลปกรรมล้านนาแบบไม่ค่อยมีคนรู้จักมากนัก วัดทุ่งอ้อถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชอบศึกษาศิลปะและเรื่องราวของสมัยโบราณในเชียงใหม่ สำหรับการเดินทางมายังวัดทุ่งอ้อ แนะนำให้เตรียมตัวมาด้วยรองเท้าสบายๆ และอย่าลืมหน้ากากอนามัยถ้าเป็นช่วงที่ยังมีความระมัดระวังเรื่องสุขภาพ เพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยที่ดี การไปเยือนวัดทุ่งอ้อจึงให้ทั้งความรู้สึกอิ่มใจและเต็มอิ่มกับคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างแท้จริง

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ แม้ว
แม้ว

🙏🙏🙏ครับ ❤️❤️