วัดชัยมงคล แต่เดิมเป็นวัดมอญมีชื่อว่า วัดมะเล่อ หรือ วัดมะเลิ่ง มีความหมายว่า "รุ่งแจ้ง" หรือ "รุ่งอรุณ" ในภายหลังได้มีการเรียกชื่อกันใหม่ว่า วัดอุปาเพ็ง หรือ วัดอุปาพอก ถือว่าเป็นวัดพี่วัดน้องกับวัดบุพพาราม (อุปาใน) จนเปลี่ยนชื่อมาเป็น "วัดชัยมงคล" ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วัดสร้างสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานแต่สันนิษฐานว่าอายุราว 600 ปี ได้รับอนุญาตตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2470 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2479 โดยในสมัยครูบาดวงแก้ว คันธิยะ อดีตเจ้าอาวาส ถนนเลียบฝั่งแม่น้ำปิงถูกกัดเซาะพังไปหมด ครูบาดวงแก้วจึงเจรจากับรัฐบาลฝรั่งเศสเพื่อขอแลกที่ดิน โดยได้มีการย้ายเจดีย์องค์เก่าซึ่งติดกับรั้วของกงสุลฝรั่งเศส มาสร้างใหม่เป็นทรงมอญ (เม็ง)[1]
อาคารเสนาสนะที่สำคัญ ได้แก่ อุโบสถซึ่งซ้อนวิหารเป็นหลังเดียวกัน[2] ปูชนียวัตถุ ได้แก่ พระพุทธชัยมงคล เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยก่ออิฐหรือลงรักปิดทอง เป็นพระประธานภายในวิหาร ซึ่งจำลองแบบมาจากฝาผนังหลังด้านพระประธาน มีธรรมาสน์ไม้สักแกะสลักรูปนาค 7 เศียร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2476 มีพระพุทธรูปไม้สักปางเปิดโลกมีอายุประมาณ 500 ปี #วัดชัยมงคล
วัดชัยมงคลถือเป็นหนึ่งในวัดที่มีเสน่ห์และประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ความเก่าแก่ที่คาดว่าน่าจะถึง 600 ปี ทำให้วัดนี้มีความสำคัญทางศาสนาและวัฒนธรรมในจังหวัดเชียงใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อได้มาเยือนวัดนี้ ผมรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่สงบและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมอญที่ยิ่งใหญ่ สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจอย่างมากคือการที่วัดนี้เคยมีชื่อเรียกแตกต่างกัน เช่น วัดมะเล่อที่แปลว่ารุ่งแสงอรุณ และวัดอุปาเพ็งที่สัมพันธ์กับวัดบุพพารามที่เป็นวัดพี่วัดน้องกัน ทำให้เราเห็นความร่วมมือระหว่างชุมชนมอญในอดีตที่มีวัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นของวัดชัยมงคลอย่างอุโบสถซ้อนวิหารหลังเดียวกัน สะท้อนถึงความประณีตและเอกลักษณ์ทางศิลปะแบบมอญที่ไม่เหมือนใคร รวมทั้งพระพุทธชัยมงคล พระประธานในวิหารซึ่งออกแบบและตกแต่งอย่างวิจิตร เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่ทำด้วยอิฐลงรักปิดทอง เพิ่มความศักดิ์สิทธิ์และมีคุณค่า ธรรมาสน์ไม้สักแกะสลักรูปนาค 7 เศียรที่สร้างเมื่อ พ.ศ. 2476 ยังแสดงถึงฝีมือช่างแกะสลักที่ยอดเยี่ยมในอดีตอีกด้วย และพระพุทธรูปไม้สักปางเปิดโลกที่มีอายุราว 500 ปี เป็นสิ่งสำคัญที่ผมอยากให้ผู้ที่สนใจศิลปะและประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาด จากประสบการณ์ตรง การเดินชมบริเวณวัดและพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ทำให้ได้รับรู้เรื่องราวความผูกพันของชุมชนกับวัดชัยมงคลที่มีมายาวนาน และเห็นถึงการอนุรักษ์ให้คงอยู่เป็นมรดกที่สืบทอดต่อไปในอนาคต การไปเยือนวัดชัยมงคลจึงไม่เพียงแต่เป็นการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นการสัมผัสถึงวิถีชีวิตและจิตวิญญาณของชุมชนมอญในเชียงใหม่อย่างแท้จริง


🙏🙏🙏 ครับ ❤️❤️