วัดพระธาตุดอยสะเก็ดมีพระบรมธาตุเจดีย์ซึ่งมีตำนานเล่าว่า ในสมัยพุทธกาลพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้แล้ว พระองค์ได้ออกเดินทางเผยแพร่ธรรมะในแถบดินแดนชมพูทวีป ได้แสดงปาฏิหาริย์มาปรากฏกายทิพย์ ณ บนยอดดอยแห่งนี้ แล้วทรงเปล่งพระฉัพพรรณรังสีสว่างเจิดจ้าไปทั่วบริเวณ เมื่อพญานาคคู่หนึ่งที่อาศัยอยู่ในหนองบัว ได้เห็นฉัพพรรณรังสีจึงเลื้อยขึ้นสู่ยอดดอยแลเห็นพระพุทธองค์ จึงเกิดความเลื่อมใสแปลงกายเป็นชายหนุ่มหญิงสาวมาเข้าเฝ้า พร้อมกับได้นำดอกบัวมาถวาย พระพุทธองค์ทรงรับเอาดอกบัวนั้นไว้แล้วจึงแสดงธรรมโปรดและประทานเกศาธาตุแก่พญานาคแปลงคู่นั้น พญานาคจึงได้อธิษฐานสร้างเจดีย์หิน แล้วนำเอาพระเกศาธาตุบรรจุไว้บนดอยแห่งนี้ ต่อมาได้มีนายพรานาได้มาพบเห็นเจดีย์มีลักษณะสวย ได้ได้นำเอาก้อนหินมาก่อเป็นรูปเจดีย์ขึ้น กลางคืนได้นิมิตทราบว่าเจดีย์นี้บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า จึงบอกกล่าวประชาชนในแถบนั้นให้มาสักการบูชา เรียกภูเขานั้นว่า ดอยเส้นเกศ ต่อมาเพี้ยนมาเป็น ดอยสะเก็ด[1]
สำหรับประวัติการสร้างวัด มีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อว่า "ครูบาเก๋" จากเมืองน่านมาสร้างวิหารและบูรณะเจดีย์พร้อมทั้งสถาปนาขึ้นเป็นวัดใช้ชื่อว่า "วัดดอยสะเก็ด" ต่อมา จ.ศ. 1197 (พ.ศ. 2398) พ่อน้อยอินทจักร ได้มาบูรณะวิหารหลังเก่า จ.ศ. 1247 (พ.ศ. 2448) ครูบาชัยวัดลวงเหนือ (วัดศรีมุงเมืองในปัจจุบัน) ได้มาซ่อมแซมวิหารและบูรณะให้เจดีย์ใหญ่ขึ้น จ.ศ. 1257 (พ.ศ. 2458) พระอภิวงศ์หรือครูบากาวิชัย พร้อมด้วยพ่อหนานอินทวงศ์ (พ่อขุนผดุงดอยแดน) ได้มาตั้งบ้านเรือนอยู่ในหมู่บ้านเชิงดอยเป็นครอบครัวแรกได้ร่วมกันอุปถัมภ์วัดดอยสะเก็ดเรื่อยมา กรมการศาสนาระบุว่าตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2155 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2461
ภายในวิหารมีองค์พระประธาน 5 องค์ บนสุดองค์กลางเป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัย หน้าตัดกว้าง 49 นิ้ว เจดีย์พระเกศ าธาตุองค์เดิม[2] สร้างเมื่อ พ.ศ. 2485 เป็นศิลปะล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุแห่งพระองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่วนเจดีย์พระเกศาองค์ใหม่ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2536 ครอบองค์เดิมเพื่อให้สูงเด่นเป็นสง่า สูง 30 เมตร วัดมีกุฏิวิปัสสนา 16 หลัง ส่วนศาลาการเปรียญ สร้างเมื่อ 2532 ใช้เป็นหอสวดมนต์ หอฉัน เป็นอาคาร 2 ชั้น ทรงไทย#วัดพระธาตุดอยสะเก็ด
วัดพระธาตุดอยสะเก็ดนับเป็นหนึ่งในวัดที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมของล้านนาอย่างมาก ผมได้มีโอกาสเยี่ยมชมวัดนี้เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งนอกจากจะได้เห็นความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างศิลปะล้านนาโบราณและการบูรณะใหม่แล้ว ยังได้รับรู้ถึงความลึกซึ้งของตำนานที่เชื่อมโยงพระพุทธเจ้ากับพญานาคในท้องถิ่น บรรยากาศของดอยสะเก็ดทำให้รู้สึกสงบและร่มรื่น เหมาะแก่การทำสมาธิและปฏิบัติธรรม ท่านสามารถเดินชมวิหารที่ประดิษฐานพระประธาน 5 องค์ โดยพระพุทธรูปปูนปั้นในปางมารวิชัยนั้นมีการอนุรักษ์ไว้อย่างดี นอกจากนี้เจดีย์พระเกศาธาตุที่ถูกสร้างต่อเติมครอบองค์เดิมนั้นเด่นตระหง่านและมีความศรัทธาของชาวบ้านท้องถิ่นที่ยังคงสืบทอดการบูรณะดูแลวัดอย่างต่อเนื่อง การเยี่ยมชมวัดพระธาตุดอยสะเก็ดจึงไม่ใช่เพียงการแสวงหาสถานที่ท่องเที่ยวทางศิลปะและประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้เรื่องราววัฒนธรรมล้านนา การได้สัมผัสกับตำนานพญานาคที่เล่าขานมาช้านานช่วยให้เข้าใจความเชื่อและศรัทธาของคนในพื้นที่ รวมทั้งการมีส่วนร่วมในพิธีกรรมท้องถิ่นที่จัดขึ้นในวัด เช่น การสวดมนต์และเวียนเทียนในวันสำคัญทางศาสนา เป็นประสบการณ์ส่วนตัวที่ทำให้รู้สึกใกล้ชิดและเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง ผมแนะนำให้ผู้ที่สนใจเรื่องศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ล้านนา รวมถึงผู้ที่ต้องการหาที่พักใจในธรรมชาติ สัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์และสงบเงียบของดอยสะเก็ด ได้มาเยือนวัดแห่งนี้ รับรองว่าจะได้เรียนรู้และสัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ทั้งในด้านศาสนาและวัฒนธรรมของชาวล้านนาอย่างแท้จริง














