วัดแสนฝาง หรือ วัดแสนฝัง สร้างขึ้นในสมัยพญาแสนภู กษัตริย์องค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์มังราย เมื่อราว พ.ศ. 2119 ชื่อของวัด คำว่า "แสน" มาจากพระนามของพญาแสนภู ส่วนคำว่า "ฝัง" มาจากพระราชศรัทธาตามแบบบรรพกษัตริย์ ในอดีตพระเจ้าแสนภูมีพระราชประสงค์จะฝากฝังพระราชทรัพย์ของพระองค์ไว้กับพุทธศาสนา อีกทั้งเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าใกล้ ๆ แม่น้ำเล็ก[1] ห่างจากแม่น้ำระมิงค์พอประมาณ
อาคารและเสนาสนะท ี่สำคัญ ได้แก่ พระเจดีย์มงคลแสนมหาชัย ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเจดีย์ชเวดากองของพม่า และวิหารลายคำ ซึ่งเป็นที่ประทับเก่าของพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ พระองค์นำมาถวายวัดเมื่อ พ.ศ. 2420 โดยให้ปรับปรุงดัดแปลงสร้างเป็นวิหารปิดทองล่องชาดทั้งหลัง มีงานฉลองสมโภชวิหารเมื่อ พ.ศ. 2421 วิหารมีรูปแบบศิลปะล้านนา หลังคาเตี้ย และลาดต่ำ ประดับด้วยลวดลายไม้แกะสลัก และปูนปั้นปิดทอง หน้าบันตกแต่งด้วยไม้แกะสลักลายก้านขด และสัตว์หิมพานต์ขนาดความยาว 49 เมตร กว้าง 12 เมตร
อุโบสถสร้างโดยพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ตัวอาคารเป็นตึกสองชั้นแบบร่วมสมัย ชั้นล่างก่ออิฐถือปูน หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผา ชายคาประดับด้วยไม้ฉลุแบบขนมปังขิง ส่วนชั้นบนเป็นโครงสร้างไม้ลวดลายวิจิตร ด้านข้างประดับรูปดาว สันหลังคาประดับรูปกินรี กุฏิ 100 ปี โยนการพิจิตร ที่ หน้าต่างทำซุ้มปูนปั้นแบบตะวันตก หอไตรเก่าแก่ และหอเวรยามที่ใช้รักษาความปลอดภัยเมื่อครั้งโบราณ[2]#วัดแสนฝาง
วัดแสนฝางถือเป็นสถานที่สำคัญที่แวดล้อมไปด้วยประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมล้านนาอันงดงาม การได้มาเยือนวัดแห่งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้รู้สึกได้ใกล้ชิดกับอดีตของราชวงศ์มังรายเท่านั้น แต่ยังได้เห็นศิลปกรรมที่สะท้อนถึงความตั้งใจและศรัทธาของพระมหากษัตริย์ในยุคสมัยนั้น ด้วยความที่วัดแสนฝางสร้างขึ้นในสมัยพญาแสนภู จึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น พระเจดีย์มงคลแสนมหาชัยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเจดีย์ชเวดากองของพม่า เป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองที่ผสมผสานความงามของสองวัฒนธรรมไว้อย่างลงตัว นอกจากนี้วิหารลายคำยังโดดเด่นด้วยงานปิดทองล่องชาดและแกะสลักไม้แบบล้านนาโบราณที่เต็มไปด้วยรายละเอียดวิจิตรบรรจง อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคืออุโบสถที่สร้างขึ้นโดยพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ซึ่งรวมสไตล์สถาปัตยกรรมทั้งแบบร่วมสมัยและแบบล้านนาเข้าด้วยกัน ช่วยสะท้อนให้เห็นพัฒนาการของสถาปัตยกรรมในแต่ละยุคสมัย รวมถึงกุฏิ 100 ปีและหอไตรเก่าแก่ที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตและกิจกรรมทางศาสนาของชุมชนในอดีต การมาเยี่ยมชมวัดแสนฝางจึงเสมือนการเดินทางข้ามกาลเวลา เข้าใจความงดงามของศิลปะล้านนา พร้อมได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับพระราชประสงค์และความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา ซึ่งยังคงส่งผ่านวิถีชีวิตของชาวบ้านในปัจจุบัน เป็นความภาคภูมิใจและความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งระหว่างอดีตและปัจจุบันที่มอบความรู้สึกอบอุ่นใจแก่ผู้มาเยือนทุกคน













































