Give out the trick, choose the lace headband....
เวลาเสิร์ช “ที่คาดผมผลไม้” ส่วนใหญ่จะอยากได้ชิ้นที่ใส่แล้วน่ารักเด่น แต่ยังแมตช์กับชุดได้จริงในชีวิตประจำวัน เราเลยสรุปวิธีเลือกแบบที่ใช้เองบ่อย ๆ ให้ค่ะ (เผื่อช่วยตัดสินใจเวลาจะกดสั่ง) 1) เลือก “ขนาด” ก่อน: 2.5 นิ้ว vs 3 นิ้ว - ไซส์เล็กกว้างประมาณ 2.5 นิ้ว: ฟีลใส่ง่ายมาก เป็น everyday look ได้จริง ไม่แย่งซีนชุด เหมาะกับวันรีบ ๆ แต่อยากดูมีอะไรเพิ่มบนหัว ใครแต่งตัวมินิมอล/คาเฟ่บ่อย ๆ จะรอดสุด - ไซส์ใหญ่กว้างประมาณ 3 นิ้ว: อันนี้คือสายเด่น ต้องการลุคแบบ “ตะโกน” นิด ๆ ใส่แล้วให้ความ cool girl ถ่ายรูปออกมาปัง เหมาะกับวันที่แต่งตัวเรียบ ๆ แต่อยากให้แอ็กเซสซอรีเป็นจุดโฟกัส 2) ถ้าเป็น “ที่คาดผมผลไม้” ให้ดูขนาดลายผลไม้ด้วย - ลายเล็ก/ผลไม้ชิ้นเล็ก: ดูน่ารักกำลังดี ใส่ไปเรียน/ไปทำงาน (ถ้าที่ทำงานไม่ซีเรียส) จะไม่รู้สึกเด็กเกิน - ลายใหญ่/ผลไม้ชิ้นใหญ่: เหมาะกับวันเที่ยว ทะเล คาเฟ่ หรือ OOTD ถ่ายรูป เพราะมันช่วยดึงความสดใสขึ้นมาเยอะ แต่ถ้าชุดมีลายอยู่แล้ว แนะนำให้เลือกผลไม้ “สีไม่เยอะ” จะบาลานซ์กว่า 3) ทริคเลือกให้เข้ารูปหน้าและผม - หน้ากลม/แก้มเยอะ: ลองไซส์ 3 นิ้ว หรือแบบที่มีวอลลุ่มนิด ๆ จะช่วยดึงสายตาขึ้นด้านบน ทำให้หน้าดูยาวขึ้น - หน้าเรียว/หน้ารูปไข่: ใส่ได้ทั้ง 2.5 และ 3 นิ้ว เลือกตามสไตล์วันนั้นได้เลย - ผมสั้น/ผมบาง: ไซส์ 2.5 นิ้วมักจะดูพอดี ไม่กลบทรงผมเกินไป แต่ถ้าอยากเด่นก็เลือก 3 นิ้วที่ไม่หนักและไม่รัดศีรษะ 4) แมตช์สีให้ “ไม่หลุดธีม” - ถ้าลายผลไม้สีจัด (เช่น สตรอว์เบอร์รี/ส้ม): ใส่กับเสื้อสีพื้นจะง่ายสุด เช่น ขาว ครีม ยีนส์ ฟ้าอ่อน - ถ้าแต่งโทนหวาน: เลือกผลไม้โทนพาสเทลหรือพื้นลูกไม้ จะทำให้ลุคละมุนขึ้น 5) เลือกไม่ถูกจริง ๆ ทำยังไงดี? ส่วนตัววิธีที่ชัวร์ที่สุดคือ “มี 2 ไซส์” ค่ะ—วันสบาย ๆ หยิบไซส์ 2.5 นิ้ว วันถ่ายรูป/อยากเด่นหยิบไซส์ 3 นิ้ว จะคุ้มและใช้ได้บ่อยกว่า เช็กลิสต์ก่อนกดซื้อ: กว้างกี่นิ้ว? ลายผลไม้เล็กหรือใหญ่? ใส่ได้กับ everyday look ไหม? ถ้าตอบได้ครบ โอกาสซื้อแล้วไม่เสียดายจะสูงมาก