หนังสือที่อ่านจบ 📚
ลับแล,แก่งคอย ของ โดย อุทิศ เหมะมูล
และได้รางวัลรางวัลซีไรต์ปี 2552 🥇
ถือว่าเกินความคาดหมาย เหมาะสมกับรางวัลที่ได้มา
อ่านเพลินมาก และรู้สึกผูกพันกับตัวละคร พอมีหักมุมให้ว้าวในตอนท้าย เริ่ด!
พออ่านจบทำให้ตกกระกอนได้หลายอย่าง เช่น อุปนิสัยที่เราได้มานั้นล้วนมาจากสถาบันที่สำคัญที่สุดคือสถาบันครอบครัว ปมวัยเด็กต่างๆมันส่งผลต่อนิสัยเราและการกระท ำเราในอนาคตจริงๆ เหมือนอย่างเด็กที่ชื่อลับแล
•Spoil•
และในเมื่อนิยายมันนานมาแล้ว ในสมัยนั้น ชาวบ้านเขาก็คงเอาศาสนาเข้าสู้กับอาการที่ลับแลเป็น แต่ถ้าสมัยนี้มันก็คงเป็นอาการป่วยทางจิตใจ จริงๆลับแลควรไปบำบัดมากกว่าไปหาหลวงพ่อ แต่โชคดีที่การได้อยู่กับหลวงพ่อและพระพุทธศาสนาก็เหมือนได้บำบัดทางจิตใจไปในตัว ลับแลเลยหายดี ได้หลุดพ้นจากสิ่งที่ทำให้จิตใจดำดิ่ง
จากการอ่านนิยายเรื่อง ลับแล, แก่งคอย ของอุทิศ เหมะมูล ทำให้ผมได้ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของสถาบันครอบครัวในการหล่อหลอมบุคลิกภาพและพฤติกรรมในอนาคตของแต่ละบุคคลอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะเมื่อตัวละครหลักอย่างลับแลต้องเผชิญกับปมปัญหาวัยเด็กและความทุกข์ทรมานทางจิตใจ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความรู้สึกที่เราได้รับในวัยเด็กนั้นส่งผลอย่างมากต่อการตัดสินใจและชีวิตในภายหลัง ในยุคสมัยที่นิยายนี้เขียน ชาวบ้านยังพึ่งพาศาสนาและความเชื่อในพระพุทธศาสนาเพื่อเยียวยาจิตใจ ซึ่งต่างจากยุคปัจจุบันที่การรักษาอาการป่วยทางจิตใจนั้นมีแนวทางทางการแพทย์และจิตวิทยาที่ก้าวหน้ามากขึ้น แต่ก็ยังเห็นได้ว่าการอยู่ใกล้ชิดกับศาสนาและพระสงฆ์สามารถเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบำบัดและให้กำลังใจได้ด้วยเช่นกัน การได้อ่านนิยายเรื่องนี้เหมือนกับการเดินทางเข้าไปในจิตใจของตัวละครอย่างลึกซึ้งผ่านเรื่องเล่าที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความซับซ้อนของชีวิตจริง ซึ่งสร้างความประทับใจและคงความน่าจดจำในฐานะวรรณกรรมรางวัลซีไรต์ได้อย่างครบถ้วน ถ้าคุณชื่นชอบการอ่านนิยายที่เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับจิตวิทยาและสังคม พร้อมกับการเล่าเรื่องที่มีหักมุมและความสมจริง ลับแล, แก่งคอย เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ควรค่าแก่การอ่านและเก็บไว้ในคอลเลคชั่นหนังสือของคุณอย่างแน่นอน


