วิธีทำหัวโขน ตามขนบโบราณ
ถ้าใครเสิร์ชคำว่า “หัวโขน” หรือ “ทำหัวโขน” ส่วนใหญ่จะอยากรู้ 2 อย่างพร้อมกัน คือหัวโขนคืออะไร/มีความหมายโดยนัยยังไง และขั้นตอนการทำแบบขนบโบราณทำจริงๆ ต้องทำอะไรบ้าง เราเลยสรุปเพิ่มจากที่ได้ดูงาน/อ่านป้ายความรู้มาให้เป็นภาษาคนทั่วไปค่ะ หัวโขน คือหน้ากากที่ใช้ในการแสดงโขน (นาฏศิลป์ชั้นสูงของไทย) เพื่อแทน “ตัวละคร” ในรามเกียรติ์ เช่น พระราม พระลักษณ์ หนุมาน ทศกัณฐ์ ฯลฯ ความหมายโดยนัยของหัวโขนจึงไม่ได้เป็นแค่ของสวยงาม แต่เป็นสัญลักษณ์ของ “บทบาท” และ “ฐานะของตัวละคร” ด้วย เช่น สีหน้า ลายเส้น เครื่องยอด/มงกุฎ และการประดับตกแต่ง บอกได้ว่าตัวนั้นเป็นพระ เป็นยักษ์ เป็นลิง หรือเป็นตัวเอกตัวรอง ส่วนเรื่อง “ทำหัวโขน” แบบโบราณ ขั้นตอนหลักๆ จะมีลำดับงานที่ต้องใจเย็นมาก เพราะต้องรอแห้งหลายรอบและทำละเอียดทีละชั้น 1) ปั้นหุ่น (ขึ้นแบบหัว) เริ่มจากทำหุ่นให้ได้สัดส่วนหัวโขน เดิมนิยมดินเหนียว ปัจจุบันมักใช้ดินปั้นเพื่อขึ้นรูปให้คุมรายละเอียดง่าย 2) ปิดหุ่นด้วยกระดาษสา (หลายชั้น) ใช้กระดาษสาชุบแป้งเปียกแล้วปิดทับทีละชั้นให้หนาพอ (สมัยก่อนมีการใช้กระดาษข่อย) จากนั้นนำไปตากให้แห้งสนิทหลายวัน 3) ผ่าและเอาหุ่นออก จะได้ “กะโหลก” เมื่อแห้งแล้วจะผ่าด้านหลังเพื่อเอาหุ่นดินด้านในออก เหลือเป็นโครงกระดาษแข็งแรงที่เรียกกันว่า “กะโหลก” ซึ่งเป็นฐานสำคัญของงานทั้งหมด 4) เก็บรายละเอียดใบหน้าให้คม ขั้นนี้จะปั้น/เสริมส่วนคิ้ว ตา จมูก ริมฝีปาก ให้มีมิติและคาแรกเตอร์ตามตัวละคร (ยักษ์จะต่างจากลิง หรือพระโดยสิ้นเชิง) 5) วาดลวดลายตามแบบรามเกียรติ์ และลงสีพื้น จะร่างลายจำเป็นก่อน แล้วลงสีพื้นตาม “สีหน้าโขน” เช่น พระรามหน้าสีเขียวนวล พระลักษณ์หน้าสีทอง ฯลฯ สีไม่ใช่แค่ความสวย แต่ช่วยจำแนกตัวละครด้วย 6) ปิดทองคำเปลว + ประดับ บริเวณที่ลงลายรักจะปิดทองให้หน้าดูสุกปลั่ง แล้วค่อยประดับพลอย/กระจก/อัญมณีตามจุดสำคัญ เช่น มงกุฎ กรอบพักตร์ จอนหู และท้ายทอย ทริคเล็กๆ ถ้าคุณอยากดูหัวโขนให้ “อ่านออก” เวลาไปพิพิธภัณฑ์: ให้สังเกต 3 อย่างนี้ก่อนเสมอ 1) สีหน้า 2) ลายเส้นรอบตา-คิ้ว-ปาก 3) เครื่องยอดและการประดับ พอจับจุดได้ จะเริ่มเดาได้ว่าตัวละครเป็นฝ่ายไหนและมีบุคลิกประมาณใด สุดท้าย เรารู้สึกว่าหัวโขนเป็นงานที่สะท้อนทั้งฝีมือช่างและความเคารพต่อครู/ขนบ เพราะทุกขั้นต้องเนี๊ยบ ตั้งแต่ปั้นหุ่น ปิดกระดาษสา ตากแห้ง ไปจนถึงลงสี ปิดทอง และประดับ ถ้าใครสนใจจริง แนะนำให้ไปดูของจริงตามแหล่งเรียนรู้ จะเห็นรายละเอียดที่ภาพถ่ายให้ไม่ได้ค่ะ

































