เรื่องเกิดจากที่เราไปเห็นโพสต์ว่า ถ้าเราไม่มีลูกใครจะมาเลี้ยงเราตอนแก่ แต่พอคิดกลับกัน เลี้ยงลูกคนนึงหมดไป 10 ล้าน + แน่ๆกว่าจะโตจนอายุ 20 หรือจนเลี้ยงตัวเองได้ อันนี้คือลองคิดแบบคนไม่ค่อยมีตังด้วยนะ เป็นพื้นฐานเลยอ่ะ เพื่อรอให้ลูกมาเลี้ยงจ่ายเงินเดือนทีละ 4-5 พันบาทงี้หรอ เราว่ามันไม่คุ้มในเรื่งของการเงินนะ อีกอย่างมันจะเลี้ยงเรามั้ยยังไม่รู้ สู้เก็บเงินเกษียณ ลงทุนดีๆคุ้มกว่าเยอะ เราว่าเรื่อ งมีลูกควรเป็นเรื่องของความรู้สึก ความรัก ความอยากเป็นครอบครัวกันมากกว่านะ แบบนี้สิถึงจะรู้สึกว่ามีลูกแล้วคุ้ม คุ้มในแง่ของความสุข ความรู้สึกดีได้รักใครสักคนอย่างไม่มีเงื่อนไข
จากประสบการณ์ส่วนตัวและการพูดคุยกับหลายครอบครัว ฉันเห็นว่าการตั้งคำถามว่า "มีลูกเพื่อหวังเลี้ยงดูตอนแก่ หรือเลือกเก็บเงินเกษียณด้วยตัวเอง" เป็นประเด็นที่หลายคนยังคาใจอยู่มาก จริง ๆ แล้ว การเลี้ยงลูกต้องใช้งบประมาณมหาศาล ไม่ใช่เพียงแค่ค่าใช้จ่ายประจำวัน แต่รวมถึงการศึกษา สุขภาพ การพัฒนาและดูแลในแต่ละช่วงวัย ซึ่งหลายครั้งตัวเลขก็สูงกว่าที่เราคิดไว้มาก หากเรานำเงินจำนวนนี้ไปลงทุนเก็บเงินเกษียณที่เป็นระบบ เช่น กองทุนรวมหรือบำนาญ จะช่วยให้เรามีความมั่นคงทางการเงินมากกว่าและไม่ต้องพึ่งพิงกับใครในวัยชรา อย่างไรก็ตาม ความสุขและความรักที่ได้รับจากการเป็นพ่อแม่ถือเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ การที่ได้เห็นลูกโตขึ้น เรียนรู้ และประสบความสำเร็จในชีวิต คือความคุ้มค่าเชิงจิตใจที่เงินทองไม่สามารถทดแทนได้ ในฐานะที่เป็นผู้ที่เคยตัดสินใจมีลูก ฉันคิดว่าทุกคนควรมีมุมมองที่สมดุล ทั้งเรื่องการเงินและความรัก ถ้าเรามีความพร้อมทั้งจิตใจและการเงิน การมีลูกจะเป็นสิ่งที่เติมเต็มชีวิต แต่ถ้าเรายังไม่พร้อม การวางแผนเก็บเงินเกษียณและลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพก็เป็นทางเลือกที่น่าเคารพเช่นกัน ท้ายที่สุดแล้ว การมีลูกหรือไม่มีลูกควรเป็นความต้องการจริง ๆ จากหัวใจและความรัก ไม่ควรกดดันหรือวางแผนเพียงเพื่อผลประโยชน์ทางการเงิน เพราะความสุขที่ยั่งยืนมักมาจากความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่แท้จริงภายในครอบครัว

เขาคิดจะมีลูกนะคะ แต่ไม่คิดจะให้ลูกมาเลี้ยงเรา ต้องวางแผนการเงินตั้งแต่ทำงานเลยค่ะ