อะโวคาโด้บูช7

3/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนทักมาถามเหมือนกันว่า “อะโวคาโดบูธ 7” ที่เห็นคนปลูกกันคือพันธุ์เดียวกับ “อะโวคาโด 7-11” ไหม และกินแล้วได้ประโยชน์อะไรบ้าง เลยขอมาเล่าจากประสบการณ์ที่สวนแบบภาษาคนปลูกจริง ๆ นะคะ (ช่วงนี้ต้นที่บ้านออกลูกเยอะมาก เห็นแล้วใจฟู แต่ก็ต้องลุ้นเรื่องอากาศร้อนด้วย) 1) อะโวคาโดบูธ 7 คืออะไร? บูธ 7 (Booth 7) เป็นสายพันธุ์อะโวคาโดที่นิยมปลูกในไทย เพราะผลค่อนข้างใหญ่ เนื้อหนา เมล็ดไม่ใหญ่มาก และหลายคนรู้สึกว่าเนื้อมีความมันกำลังดี เวลากินสุกจะนิ่ม ละมุน เหมาะทั้งทำสมูทตี้และกินกับสลัด 2) แล้วอะโวคาโด 7-11 คือพันธุ์ไหน? คำว่า “อะโวคาโด 7-11” ส่วนใหญ่เป็นคำเรียกตามช่องทางที่ซื้อ/แบรนด์/ล็อตสินค้าในช่วงนั้น มากกว่าจะเป็นชื่อพันธุ์ตายตัว บางช่วงอาจเป็นผลนำเข้า บางช่วงอาจเป็นผลปลูกในไทยต่างสายพันธุ์กันได้ ดังนั้นถ้าจะเทียบให้ชัวร์ แนะนำดู “แหล่งปลูก” และ “สายพันธุ์” บนสติ๊กเกอร์หรือฉลาก (ถ้ามี) มากกว่าใช้ชื่อ 7-11 อย่างเดียว 3) ประโยชน์ของอะโวคาโด (รวมถึงบูธ 7) ที่คนค้นหากันบ่อย - ไขมันดี (ไม่อิ่มตัว): ช่วยให้อิ่มนาน เหมาะกับคนคุมอาหารแบบไม่โหย - ใยอาหาร: ช่วยเรื่องการขับถ่าย ถ้ากินคู่กับน้ำและผักจะยิ่งดี - วิตามินและแร่ธาตุ: เช่น โพแทสเซียม วิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระ - ทำอาหารได้หลากหลาย: ปั่นกับนม/โยเกิร์ต ทำกัวคาโมเล่ หรือกินคู่ไข่ก็เข้ากัน 4) เคล็ดลับเลือกและกินให้อร่อย (สไตล์คนชอบซื้อกิน + คนปลูก) - ถ้าซื้อแบบยังแข็ง: วางไว้ที่อุณหภูมิห้อง 2–5 วัน (แล้วแต่ความดิบ) พอสุกจะกดแล้ว “ยุบเล็กน้อย” ไม่แข็งโป๊ก - ถ้าผ่ามาแล้วยังไม่สุก: ราดน้ำมะนาวบาง ๆ กันดำ เก็บตู้เย็นได้ แต่รสชาติจะยังไม่มันเท่าตอนสุกพอดี - กินให้บาลานซ์: อะโวคาโดมีพลังงานพอสมควร แนะนำเริ่มครึ่งผลต่อมื้อ แล้วดูเป้าหมายการกินของเรา 5) ช่วงหน้าร้อนกับอะโวคาโดบูธ 7 ที่สวน ช่วงอากาศร้อนจัด เราจะเน้นรดน้ำให้สม่ำเสมอ (ไม่ปล่อยให้ดินแห้งนาน) และพยายามคลุมโคนด้วยเศษหญ้าหรือใบไม้แห้งเพื่อลดการระเหยของน้ำ ผลที่ออกลูกเยอะ ๆ จะใช้พลังงานต้นมาก ถ้าสังเกตใบเริ่มเหี่ยวช่วงบ่าย ๆ แปลว่าต้องช่วยเรื่องน้ำและความชื้นเพิ่มค่ะ ถ้าใครกำลังชั่งใจว่าจะซื้ออะโวคาโดตามร้านสะดวกซื้อหรือหาซื้อสายพันธุ์บูธ 7 จากสวน แนะนำให้โฟกัสที่ “ความสุก” และ “ความสด” ก่อนเลย เพราะสองอย่างนี้มีผลกับรสชาติที่สุด แล้วค่อยเลือกตามความสะดวกและงบประมาณนะคะ