7/21 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ได้ศึกษาและพูดคุยกับผู้ที่มีการวางแผนทรัพย์สินอย่างมืออาชีพ สิ่งที่พบคือการใช้ "ประกันชีวิต" เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งต่อเงินสดจำนวนมากไปยังทายาทโดยไม่ต้องเสียภาษีมรดกตามกฎหมายไทย ซึ่งมีข้อดีที่ชัดเจนกว่าการโอนทรัพย์สินในรูปแบบอื่น ตามกฎหมายภาษีมรดกของประเทศไทย หากมรดกมีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท จะต้องชำระภาษี 5-10% ของส่วนที่เกิน ซึ่งสำหรับมูลค่าหลายร้อยล้านอาจกลายเป็นภาระหนักสำหรับทายาท แต่การซื้อประกันชีวิตและกำหนดผู้รับผลประโยชน์ให้กับทายาทโดยตรง จะทำให้จำนวนเงินที่ได้รับไม่ถูกนับเป็นมรดกและไม่ต้องเสียภาษีตรงนี้เลย นอกจากนี้ยังช่วยให้ขั้นตอนการรับเงินของทายาทเป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลารอดำเนินการแบ่งมรดกหรือชำระภาษีที่ซับซ้อน เหมือนผ่านด่านเก็บค่าผ่านทาง (ด่านภาษีมรดก) ที่อาจทำให้เงินสินทรัพย์ลดลงโดยไม่จำเป็น จากที่ได้พูดคุยกับหลายครอบครัวที่นำวิธีนี้มาใช้ พบว่า ถึงแม้ initial cost อาจจะสูงบ้าง แต่ถือเป็นการวางแผนการเงินระยะยาวที่คุ้มค่าและช่วยลดความขัดแย้งในครอบครัวได้ด้วย เพราะแต่ละฝ่ายได้รับทรัพย์สินตามเป้าหมายที่วางไว้ชัดเจน สำหรับผู้ที่มีทรัพย์สินหลากหลายประเภท การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญวางแผนการเงินหรือประกันชีวิตเพื่อออกแบบสัญญาที่เหมาะสมและคุ้มครองภาษีอย่างถูกต้อง ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะนอกจากจะส่งต่อเงินให้ทายาทได้ครบถ้วนแล้ว ยังช่วยประหยัดภาษีและดูแลความมั่นคงทางการเงินในอนาคตได้อย่างแท้จริง ดังนั้นหากคุณต้องการส่งต่อความมั่งคั่งให้ลูกหลานในรูปแบบที่ฉลาดและปลอดภัย คุ้มค่าที่สุด จึงไม่ควรมองข้ามช่องทาง "ประกันชีวิต" ที่ถูกกฎหมายและช่วยปกป้องทรัพย์สินจากการสูญเสียผ่านภาษีมรดกได้อย่างชัดเจน