ในเมื่อเกิดมาแล้ว ร่างกายไม่ใช่ของเรา

โรงพยาบาลศิริราช ยามจากก็จะศูนยไปเปล่าๆ อย่างน้อยๆ ร่างกาย สังขารนี้ คงเป็นวิทยาทานให้ได้ศึกษาเล่าเรียน พอให้ได้มีประโยชน์ ไม่มากก็น้อยต่อไป

เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่เราเรียกว่า “ตัวตน” ก็เป็นเพียงการยืมใช้ชั่วคราวเท่านั้นเองครับ ยืมลมหายใจ ยืมเวลา ยืมโอกาสที่มีอยู่ในแต่ละวัน ไม่มีใครสามารถถือครองมันได้อย่างแท้จริง เมื่อถึงเวลา ทุกอย่างก็ต้องคืนกลับไปตามธรรมชาติ เหมือนใบไม้ที่ร่วงหล่นตามฤดูกาล

เมื่้์ฃมองเช่นนี้ ชีวิตก็อาจไม่ได้มีความหมายแค่การสะสมทรัพย์สิน ชื่อเสียง หรือความสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอีกมุมหนึ่งที่ลึกซึ้งกว่า คือการ “ให้” แม้ในวาระสุดท้ายของชีวิต การให้ความรู้ผ่านร่างกาย การเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน นั่นคือคุณค่าที่แท้จริงที่ยังคงอยู่ แม้ตัวเราจะจากไปแล้ว

บางคนอาจกลัวความตาย แต่ถ้าเรคิดว่า หลังจากลมหายใจสุดท้าย ร่างกายนี้ยังสามารถช่วยให้คนอื่นได้เรียนรู้ เข้าใจชีวิต หรือแม้แต่ช่วยรักษาชีวิตคนอื่นต่อไปได้ ความกลัวนั้นอาจแปรเปลี่ยนเป็นความสงบและมีความหมายมาก

การตัดสินใจเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะครับ แต่มันคือการมองชีวิตอย่างเข้าใจธรรมชาติอย่างแท้จริง ผมเข้าใจจิงๆ คับ ประมาณ เจ็บมาเยอะ เข้าใจว่าไม่มีอะไรเป็นของเราเลยครับ แม้แต่ร่างกายก็เหอะที่เราใช้มาตลอดชีวิต….

และเมื่อถึงวันนั้น วันที่เราต้องวางทุกอย่างลงจริงๆ อย่างน้อยเราก็ยังทิ้งบางสิ่งไว้ให้โลกใบนี้ เป็นแสงเล็กๆ สิ่งเล็กๆ ผมตั้งใจจริงๆ ที่ส่งต่อความรู้ ความหวัง และโอกาสให้กับคนที่ยังมีลมหายใจอยู่ต่อไป

บางที…นี่อาจเป็น “การจากไป” ที่ไม่ได้สูญเปล่าเลยก็ได้ครับ

#ปล .ไม่แน่ใจเรื่องนี้ผมน่าจะยังไม่ได้บอกบุคคลที่ให้กำเนิดผมมาเลย😁🫣🤫 ทั้งป๋า และแม่

โพสนี้ท่านคงจะเห็นแล้วแหละ🤫 กว่าจะมาถึงทุกวันนี้ผมก็ผ่านอะไรมาเยอะพอควร ดีที่ไม่ทำอะไรที่ไม่ดี ป่านี้คงจะเป็นยังไงก็ไม่รู้!!? ผมว่าผมเก่งสุดแล้วสำหรับตัวผมเอง ส่วนใครจะคิดยังไงนั้นก็เรื่องของเขา ผมเองก็ไม่เคยไปรังแกใครก่อน #พูดแล้วน้ำตาคลอเลย555 ยอมรับที่พร้อมเข้าใจมัน ทุกวันนี้ผมมีความสุขในรูปแบบของผมเอง แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว🕊️😎👊

#ทุกโชคชะตาบางทีฟ้าก็ไม่ได้กำหนดให้เราๆกำหนดมัน

นามปากกา✍️ : Äof Nut-non Wongkaew

พระเครื่อง1991

Aof Nat Non อ๊อฟ ณัฐ นนท์

Aof Nat-Non Wongkaew By Vintage

Aof Nat-non เสียงเพลงแห่งสหายพลัดถิ่น

4/24 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการบริจาคร่างกายหลังความตายเป็นเรื่องที่ใครหลายคนอาจรู้สึกกลัวหรือไม่ค่อยเข้าใจ แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมพบว่าการตัดสินใจมอบร่างกายเพื่อการศึกษาหรือรักษาต่อ สามารถเปลี่ยนแปลงความกลัวในใจได้อย่างมาก ผมเคยมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ที่เคยบริจาคร่างกายและเห็นผลกระทบในด้านบวก ทั้งต่อวงการแพทย์ นักศึกษา และผู้ป่วยที่ต้องการการรักษา โดยเฉพาะที่ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราช ที่มีระบบบริจาคร่างกายอย่างชัดเจน ผู้บริจาคร่างกายจะได้รับบัตรประจําตัวติดตัวอยู่เสมอ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจในกระบวนการและการจัดการเมื่อเวลามาถึง การคิดว่าร่างกายเป็นเพียงสิ่งยืมใช้ชั่วคราว ทำให้ผมเริ่มมองชีวิตในมุมที่กว้างขึ้น ไม่ได้แค่สะสมทรัพย์สินหรือชื่อเสียง แต่เราให้ชีวิตมีความหมายผ่านการช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน การให้ความรู้ที่ได้จากร่างกายของเราแม้หลังจากเราไม่อยู่ จะกลายเป็นมรดกทางปัญญาที่คงอยู่และสร้างประโยชน์จริง ยิ่งไปกว่านั้น การปล่อยวางความกลัวเกี่ยวกับความตายช่วยให้ผมมีชีวิตอยู่ด้วยความสงบและเข้าใจธรรมชาติอย่างแท้จริง รวมถึงเปิดโอกาสให้พูดคุยกับครอบครัวและคนรอบข้างเกี่ยวกับเจตนารมณ์นี้อย่างเปิดใจ บางครั้งนี่อาจเป็นการส่งต่อความหวังและแสงสว่างเล็ก ๆ ในโลกนี้ให้กับคนที่ยังมีลมหายใจ สุดท้ายนี้ ผมอยากชวนทุกคนลองเปิดใจและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการบริจาคร่างกาย เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของความตาย แต่เป็นการเข้าใจชีวิตที่ลึกซึ้ง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้กับโลกใบนี้