เม้ามอย ศึกชิงสมบัติมีอยู่จริง❗️⚔️

เม้าก่อนเริ่มเล่อ!

- เหตุการณ์ก่อนพ่อเสีย -

แม่ส่งข้อความมา ว่า พ่อเข้าโรงบาล เส้นเลือดในสมองแตกจะอยู่ได้ไม่กี่วัน ช่วง19 ธ.ค. 68 ซึ่งเป็นช่วงเตรียมงานก่อนปีใหม่ มันยุ่งมากเพราะงานต่อเนื่อง ซึ่งเรารีบเคลียงาน แล้วไปเยี่ยมพ่อวันที่ 22 ธ.ค. 68 ระหว่างนั้นเรากับแม่ก็คุยกันเรื่องญาติและทรัพย์สิน เพราะเราต้องเตรียมแผนไว้ก่อน ญาติจะฝ่ายไหนมักจะเราเปรียบเราเสมอ

- วันที่ 22 ธ.ค. 68 เรียกว่า รอเพื่อจาก -

แม่โทรตอนเราเดินทางว่าพ่อไม่หายใจแล้ว ซึ่งอีกประมาณ15 นาทีเราถึง พอเราถึงโรงบาลนั่งรออยู่หน้าห้อง

แล้วเคาะเรียกพยาบาล

พยาบาล : คนไข้ชื่ออะไร มาเยี่ยมใคร เป็นอะไรกับคนไข้

เรา : มาเยี่ยม พ่อค่ะ ชื่อกังวาน

พยาบาล : เปลี่ยนชุดเข้ามาเยี่ยมได้เลย เขาน่าจะรออยู่

เพราะคนไข้ชีพจรไม่เต้นถึง 2 ครั้ง และอยู่ๆก็กลับมาเต้นแล้วเต้นแรงกว่าที่ผ่านๆมา

เราเข้าไปคุยกับพ่อด้วยความเกรงๆเพราะใจเราเองก็ไม่รู้สึกยินดียินร้ายกับเขา แม่เลยให้บอกอโหสิกรรมกันและกันไปเราก็พูดตามที่แม่บอก ซึ่งเราก็ตบท้ายกับพ่อไปว่า พ่อขอให้มันจบที่ชาตินี้นะ ให้ทุกอย่างมันแล้วต่อ หากชาติหน้ามีจริง เราไม่ต้องเจอหรือเป็นพ่อลูกกันอีกเลย จะได้ไม่ผูกเวรกันอีก ( ขออภัยในความไม่เหมาะสมแต่มันคือใจจริงของเรา ) หลังจากเราออกมากินข้าวโรงบาลโทรแจ้งว่าพ่อเสีย ซึ่งเราออกมาได้ไม่ถึง 15 นาที

-กลับไปโรงบาลเพื่อการดำเนินเรื่องต่างๆ-

เช่นการคุยกับขนย้ายศพ โลง ดอกไม้ การจัดงาน การไปขึ้นเอกสารแจ้งเสียชีวิต ซึ่งมันแบบภาย1วันของเรามันร้อยอารมณ์(ในหนังมันต้องแบบเศร้าร้องไห้ฟูมฟาย)แต่เราแบบคิดและนึกว่ามันต้องร้องไห้ไหม ต้องทำยังไงเพราะก็อยากร้องไห้แต่มันอยู่ข้างใน ได้แต่คิดว่าจะต้องทำไงต่อ ควนจะต้องทำอะไรมากกว่าจะปล่อยอารมณ์ ก็คือญาติพ่อเตรียมของสำหรับงานศพเสื้อผ้า ของใช้สำหรับศพเรียบร้อยตั้งแต่วัน-2วันแรกแหละ (เร็วมาก)

-เราให้แม่โทรแจ้งญาติฝั่งพ่อ -

เราเรื่องก่อนพ่อเสีย

แม่ : เขาเสียแล้วนะ ออมสินได้เขาไปดูใจพ่อด้วย

ญาติ : แล้วทำไมคนอื่นไม่ได้เขา เป็นพี่นะ เป็นญาตินะ !

(แค่ประโยคนี้รู้ชะตากรรมเลย)

คุยเรื่องจัดงานว่าเขาจะจัดที่เพชรบูรณ์ ซึ่งไกลมากค่าขนแพงมาก เรื่องโลง ดอกไม้อีก ไหนจะงานจัดกี่วัน แล้วคือเขาจะให้เราไปพร้อมพ่อเลย คือขึ้นรถขนศพไปด้วย ซึ่งเราไม่ไปเพราะ งานยังไม่เคลียให้เรียบร้อย ข้าวของก็ไม่มี

เรา : อาคนขนเขาถามว่าจะมีใครไปกับรถด้วยไหมคะ

ญาติ : มีอากับญาติไป2-3 คน

เรา : แล้วออมต้องไปด้วยเลยไหม

ญาติ : ตัวก็คิดเอาว่าควรไปไหม! เป็นลูกนะ ตัวก็คิดเอา!

แล้วแม่จะไปด้วยไหม แต่แม่เป็นคนนอกนะ เพราะหย่าแล้ว

(กรรมการอึ้งสิคร้าบ รออะไรนี่ขนาดยังไม่ได้เจอหน้ากันนะ)เสร็จแล้วก็ว่างสายไป

แม่ : ออมก็ไปงานเลยตั้งแต่พรุ่งนี้ ไปดูไปงานเขาหน่อย

-สรุปเราก็ไปงานศพ วันถัดไป-

ซึ่งค่อนข้างใช้เวลาเพราะมันไกลมากๆ เราไปเองคนเดียวต้องดูเส้นทางเอง หาที่ขึ้นรถเอง

นั่งจากสัตหีบ-> กรุงเทพ -> ปทุม -> ลำนาย -> หล่มสัก (หลายต่อมากเพราะช่วงสิ้นปีเที่ยวรถเต็มหมด)

เกิดหลายเรื่องในระหว่างนั้นจนเราร้องไห้และท้อ เหนื่อยมากๆไม่มีเวลาให้สมองได้พักเราต้องคิดตลอดเวลาเพื่อให้ทันเขา

-ตลอดงานศพ-

ตอนแรกเราเครียดมากเพราะคิดว่าตายแน่ เหมือนเอาตัวเองไปโยนให้จระเข้กินอ่ะ พี่น้องพ่ออีก เป็นสิบคน ไปในที่ที่ไม่รู้จัก เรากินอยู่ที่นั้น ช่วยงานเขาทุกอย่างเท่าที่ช่วยได้ ทุกอย่างโอเคมากจนน่ากลัว และก็แซะเราไม่หยุดทุกคำคือแซะหมด ทุกโอกาส

-เล่าย้อนนิดหนึ่ง-

ก่อนไปงานศพพ่อ เราไปดำเนินเรื่องเอกสารโดยใช้เอกสารชุดสุดท้ายที่พ่อทิ้งไว้ให้ช่วงเรียน ในการดำเนินการ

พอได้ใบมรณะบัตร ญาติพ่อก็ยึดไป

-พอไปประกันสังคม-

ต้องใช้ใบมรณะบัตรตัวจริงก็ต้องเรียกเขามา เขาก็มาด้วยความหงุดหงิด เราใช้วิธีการให้เอกสารประกันสังคมผ่านไปด้วยดีด้วยการใจดีกับเขา ให้เงินค่าทำศพยึดเขาไว้ว่าต้องเอาใบให้เราซึ่งเขากำไว้แน่นไม่ห่างตัวเลยจนประกันสังคมยื่นเสร็จ

เจ้าหน้าที่ประกันสังคม : โอเคดีใช่ไหมคะ ? เงินค่าทำศพบุตรเซ็นเองใช่ไหม ได้ไปงานไหม ใครออกค่าใช้จ่าย

เรา : อาออกค่าใช้จ่ายค่ะ โอเคดีค่ะ หนูเซ็นเองค่ะ เขียนเองค่ะ

เจ้าหน้าที่ ประกันสังคม : ทุกอย่างโอเคจริงใช่ไหม?

เรา : โอเคค่ะ (ในใจเขาคงรู้แหละ น่าจะมีเคสบ่อยๆและเขาคงสงสัยเพราะญาติมีใบมรณะบัตรแต่ลูกไม่มีได้ยังไง)

-บริษัทพ่อ-

ธุรการ : เงินก้อนนี้พ่อเซ็นไว้ให้อานะ เงินเดือนและโบนัสอันนี้โอนให้ใคร

เรา : ให้อาก็ได้ค่ะ จะได้ไว้ทำศพ

ธุรการก็ไม่สงสัยอะไรเพราะ พ่อทำงานมานานมา 30ปีแล้ว เรื่องราวของพ่อกับแม่เขารู้คร่าวๆ

-หลังจบงานศพ -

ญาติ : ออมว่างมาบริษัทพ่อเมื่อไร มีเงินอีกก้อนหนึ่งของแบ่งคนละครึ่งนะ

เรา : เงินอะไรคะ เงินเกษียณหรอ

ญาติ : เงินก้อนหนึ่งอะไรเนี้ยแหละ ขอแบ่งคนละครึ่งนะ อาโดนค่างานศพไป2แสน กู้เขามาทำงาน

เรา : (ในใจก็เกี่ยวอะไรกับเราอ่า ใครให้จัด 7 วัน 7 คืน รวยหรอ ค่าซอง ค่าเจ้าภาพ ก็ได้ไปเยอะแล้วนิ)

พอไปบริษัท

ธุรการ : อันนี้คุยกันมาแล้วเนอะ หนูรู้ไหมว่าเงินอะไร

เรา :( อึกอักอยู่หลายรอบว่าจะตอบตามตรงหรือรีบทำให้จบๆไปดี แต่ก็แบบเอาว่ะ ยอมเขามาเยอะแหละ)

เรา : ไม่รู้ค่ะ

หลังจากนั้นก็เคลียกัน เซ็นเอกสารเราก็กลับระหว่างทางกลับ

หลังจากเรารับเงินที่บริษัทได้คุยกับธุรการนิดหน่อย

เขาก็พอเรื่องเรากับพ่ออยู่บ้าง เราก็บอกเขาตามตรงว่าคนอื่นจะมองพ่อยังไง รักพ่อ อาลัยนู่นนี่นั้น แต่สำหรับเรามันแบบไม่มีความรู้สึกอะไรเลย

เราเองก็พยายามทุกครั้งที่เจอหน้ากันทุกครั้งที่มีโอกาส เราพยายามคุยกับพ่อเหมือนคนปกติที่เขาคุยเล่าเรื่องราวให้กันฟัง แต่สิ่งที่ได้คือ ความเฉยชา นิ่ง ตอบแชทเราแค่ ครับ

- ธาตุแท้ก็ออก -

รถมอไซพ่ออ่ะ อาขายไปแล้วนะได้ไม่เท่าไรหรอกมันเก่าแล้ว ของในห้องอาจะขนไปไว้เพชรบูรณ์ ห้องเอื้อก็เป็นของออมนะ เงินเราหารกันนะบลาๆๆๆเดิมๆ

เราก็ปล่อยเวลามาสักพักแล้วขอกุญแจห้องเอื้อพ่อ

เรา : หนูอยากไปดูห้องพ่อหน่อยว่าเป็นไงบ้าง ถ้าออกจะรับห้องต่อจะซ่อมเยอะไหม ต้แงไปเคลียยอดหนี้ห้องเอื้อ

บลาๆ

ญาติ : โอเคมาวันไหน

เราก็นัดนู่นนี่นั้น บิดทุกดอกแล้วบอกญาติกัน

จนไปดูห้องอาไปด้วยทุกกระบวนการที่จะไปได้

เปิดห้องให้แต่เก็บกุญแจไว้ไม่ได้ เอกสารพ่อเอาไปเพชรบูรณ์หมดแล้ว ซึ่งเอกสารพ่อแม่ควรจะเป็นลูกเก็บไว้

สภาพ

-สรุป-

กลายเป็นบุตรที่ไม่มีเอกสารพ่อสักชิ้น ต้องไปอำเภอคัดเอกสารใหม่ทั้งหมด เอกสารเป็น10อย่าง

ไปเคหะก็ไม่มีสัญญาห้องต้องไปทำเรื่องกับศาลอีก

จะบ้าตาย เขาบอกอยากได้เอกสารพ่อให้นั่งรถไปเอาเองที่เพชรบูรณ์ จะบ้า

-ศาล-

สำหรับใครที่ต้องทำเรื่องผู้จัดตั้งมรดก

รีบทำตั้งแต่เนิ่นๆนะ เพราะต้องรอกระบวนการประมาณ 3เดือน เสร็จสิ้น

-พื้นฐานเดิม-

พ่อกับแม่แยกทางกันมาเป็นสิบปี ตั้งแต่เราอนุบาล

พ่อไม่ได้ส่งเสียอะไรเลย จนกระทั่งอายุ 18 พ่อถึงจะส่งเสียให้เราเพราะเพื่อนพ่อถามว่าเคยส่งเสียลูกบ้างไหม

ในใจเราลึกๆเขาก็คงลืมไปแล้วว่าเคยมีลูก

เพราะแม่เราเป็นคนไม่ค่อนชอบเรื่องอย่างว่า พ่อก็คงใช้ข้ออ้างว่าอยากมีลูกเฉยๆ พอมีขึ้นมาจริง วีรกรรมก่อนเราเกิดจนเรา 2-3ขวบ เรายังจำทุกการกระทำของพ่อได้ทุกอย่างในสิ่งที่มันคิดว่าพ่อปกติเขาคงไม่ทำกัน

-ทุกครั้งที่มีคนเอ่ยแค่ "พ่อล่ะ" -

เราจะรู้สึกอยากร้องไห้ลึกๆทุกครั้ง ทุกครั้งที่เห็นพ่อลูกคนอื่นเราก็ย้อนนึกถึงตัวเอง ประโยคเด็ดเลยนะที่ทุกคนชอบถามเรา " คิดถึงพ่อบ้างไหม ไปหาพ่อบ้างไหม " แม่งแบบอยากจะร้องไห้ เพราะพ่อไม่เคยสนใจเราเลยแบบจริงๆด้วยการแสดงออกของเขามันเป็นแบบนั้น มันคนค่อนข้างทรมาน เหมือนแบบตอกย้ำว่าเขาไม่ได้

ตอนมีคนแบบมางานศพ ร้องไห้เรื่องพ่อ อาลัยส่งพ่อนู่นนี่นั้น เราแบบ มันน่าขำเนอะที่คนอื่น พ่อดูรักดูแลเขาอย่างดีจนเขาอาลัย แต่ทำไมกับเราล่ะ เราที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเราล่ะ มันเศร้านะ🥺 มันก็คงเศร้าทุกครั้งที่ต้องพูด คิดหรือนึกถึง คำว่า พ่อ มันแบบอธิบายไม่ถูกอ่ะ เป็นปมและบาดแผลที่คิดว่าไม่มีทางหายหรอกมันคงติดเราไปจนตาย

#โตขึ้นจึงรู้ว่า #มรดก #เรื่องจริงจากตัวเอง#แชร์ประสบการณ์ #เรื่องเล่าครอบครัว

4/1 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ผู้เขียนเล่า ทำให้เราเห็นความซับซ้อนและความเจ็บปวดที่มากกว่าการสูญเสียโดยตรง นอกจากความโศกเศร้าแล้ว ยังมีเรื่องของการจัดการทรัพย์สิน การเจรจากับญาติ และงานเอกสารทางกฎหมายที่ทำให้รู้สึกอ่อนล้าและท้อแท้ โดยเฉพาะการจัดการมรดกในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุด ผู้เขียนได้บอกเล่าถึงความสำคัญของการมีเอกสารและลายเซ็นของลูกที่เป็นสิ่งจำเป็นตามกฎหมาย หากไม่มีความรู้และเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า อาจทำให้เสียสิทธิได้ง่าย เช่น เรื่องสิทธิ์ในเงินเกษียณ รถ และทรัพย์สินซึ่งบางครั้งญาติก็อาจพยายามเรียกร้องแบ่งปันอย่างไม่เป็นธรรม สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือการจัดงานศพที่ผู้เขียนต้องเจอกับความขัดแย้งและการขัดข้องระหว่างญาติ แม้จะเป็นช่วงเวลาที่คนควรจะได้อยู่ด้วยกันเพื่อแสดงความไว้อาลัย แต่กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจกัน สิ่งนี้เตือนใจให้คนที่กำลังจะรับมือกับสถานการณ์คล้ายกัน ต้องเตรียมพร้อมทั้งด้านจิตใจและความรู้ด้านกฎหมายให้มากที่สุด สุดท้ายอยากจะแนะนำให้ทุกคนที่มีครอบครัวเตรียมเอกสาร เช่น พินัยกรรม หรือมอบอำนาจในเรื่องทรัพย์สินต่างๆ ไว้ล่วงหน้า เพื่อป้องกันปัญหาและความไม่สงบที่อาจเกิดขึ้นหลังการจากไปของคนรัก นอกจากนั้น ควรทำความเข้าใจกระบวนการจัดการมรดกที่ศาลใช้เวลาประมาณ 3 เดือน และต้องมีการเตรียมตัวเรื่องเอกสาร การขอคัดเอกสารใหม่ รวมถึงการจัดการหนี้สินต่างๆ ที่อาจตามมา ประสบการณ์นี้เป็นตัวอย่างเตือนใจว่าศึกชิงสมบัติไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในหนัง แต่สามารถเกิดขึ้นได้จริงกับทุกคนในครอบครัว ขอให้ทุกคนเข้มแข็งและเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยความสงบและมั่นใจ

4 ความคิดเห็น

รูปภาพของ ploywadee🧸💝
ploywadee🧸💝

เรื่องครอบครัวคุยกันยากมาก

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ Aom.Tiny.Night
Aom.Tiny.Nightผู้สร้าง

เป็นที่แซะเราแล้วเรามั่นเขี้ยวสุดๆปกติสู้คนมากๆต่อให้จะผมสีอะไรก็สู้อ่ะ แต่แบบคุณรู้มุมฝั่งเดียวอ่ะ ชีวิตเราดูดีมากเลยหรอเคยรู้ไหมว่าเราต้องเจอกับอะไรบ้าง หนักสำหรับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมากนะ ตั้งแต่เด็กไม่เคยเห็นพ่อจะปกป้องเราบ้างเลย อะไรก็ให้ญาติก่อนเสมอ ขนาดหลานพ่อตบตีเราพ่อยังไม่เคยแคร์เลย

ดูเพิ่มเติม(1)