Automatically translated.View original post

Call a car from a Japanese airport, 600.- each.

Call the airport shuttle-bus in Japan.

(The price is divided by 600-800 baht each)

.

As you can see, the train ticket to the city is 6-7 hundred baht, and you have to tow your luggage. I think it's much more convenient to book a van at the same price.

.

But as a precaution, the van will be informed how many minutes the driver can wait from Narita Airport to Tokyo, the driver can wait 90 minutes, which is based on the flight time, the time will be very close, because it may be a long time to pick up and pick up the bag.

* * * Recommended to allow positive reception time from the fight we are down for about 1 hour is good.

.

Hope that this clip will be helpful and don't forget to save this clip. Will actually find the day ~~~

# Call the Tokyo shuttle

# Travel from the airport in Japan

# Japan

# Tokyo

# osaka

5/24 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังหาวิธี “เรียกรถที่ญี่ปุ่น” โดยเฉพาะตอนออกจากสนามบิน บอกเลยว่ารถรับ-ส่งแบบเหมาคัน/รถตู้เป็นตัวเลือกที่สะดวกมาก (ยิ่งถ้ามากัน 3–6 คน) เพราะไม่ต้องลากกระเป๋าขึ้นลงบันไดหรือเปลี่ยนหลายต่อเหมือนรถไฟ บางทริปพอหารกันแล้วราคาพอๆ กับตั๋วเข้าเมืองเลยค่ะ สิ่งที่ฉันใช้เป็นหลักคือแพลตฟอร์มจองรถรับ-ส่งสนามบิน (เช่น Klook) เลือกเส้นทางได้ทั้ง Narita–Tokyo หรือ Osaka–Airport แล้วระบบจะบอกราคาเป็นก้อน (เช่น 2,xxx บาท/คัน) จากนั้นค่อยหารกันต่อ หัวใจคือให้ดู “เงื่อนไขเวลารอ” (free waiting time) เพราะแต่ละเจ้าไม่เท่ากัน บางรายรอได้ 60–90 นาที ถ้าไฟลต์ลงแล้ว ตม.แน่นหรือกระเป๋าออกช้า มีสิทธิ์เฉียดมากๆ ทริคที่ช่วยลดความเครียดของฉัน: 1) เผื่อเวลานัดรับหลังเครื่องลงอย่างน้อย +60 นาที (ถ้าเป็นช่วงพีคหรือมีเด็ก/ผู้ใหญ่ไปด้วย เผื่อ 75–90 นาทีไปเลย) 2) เลือกจุดนัดพบให้ถูกเทอร์มินอล/ชั้น (บางสนามบินมีหลายจุดมาก) และแคปหน้ารายละเอียดการรับไว้ในเครื่อง เผื่อเน็ตไม่เสถียร 3) เตรียมวิธีติดต่อคนขับ: ส่วนใหญ่จะให้เบอร์/แชตในแอป ถ้าเครื่องลงแล้วให้รีบทักแจ้งว่า “กำลังผ่าน ตม./รอกระเป๋า” จะช่วยกันพลาดเวลารอ 4) เช็กจำนวนกระเป๋าให้ตรงตอนจอง รถตู้บางแบบจำกัดจำนวนใบ ถ้าเลือกเล็กไปอาจต้องอัปเกรดหน้างาน หลายคนเทียบกับเรียก Uber แล้วตกใจราคาได้เหมือนกัน (บางช่วงพุ่งหลายพันบาท) รถรับ-ส่งที่จองล่วงหน้ามักราคานิ่งกว่า และรู้ค่าใช้จ่ายก่อนขึ้นรถ ข้อดีอีกอย่างคือ “ไม่ต้องแบกกระเป๋า” เดินไกลๆ โดยเฉพาะถ้าพักแถวโตเกียวที่ต้องต่อรถหลายสาย สรุป ถ้าคีย์เวิร์ดในหัวคือ “เรียกรถที่ญี่ปุ่นจากสนามบิน” ฉันแนะนำให้จองรถตู้รับ-ส่งล่วงหน้าไว้ก่อนเลย เลือกเวลารับเผื่อๆ เช็กเงื่อนไขเวลารอ และเตรียมข้อมูลติดต่อคนขับให้พร้อม เท่านี้ทริปก็เริ่มแบบสบาย ไม่ต้องลุ้นตั้งแต่วันแรกค่ะ