The first day of going to Japanese language school. 🏫📚
Let's update the first day of school.
We arrived in Japan a few days ago and had to go to school.
But before you learn, there will be a Japanese exam.
Then we are divided by our language level.
The view at school is great. It's on him. You have to take the bus to class every morning. 🚌
🔗 read morePre-Flight Review & First Month in Japan
# vlog # Japan # Learn Japanese # lemon 8 diary # Practice language with lemon8 # There's an update # Study abroad # Study in Japan
เผื่อใครกำลังแพลน “การเรียนภาษาญี่ปุ่น” ที่ญี่ปุ่น เรามาแชร์สิ่งที่รู้สึกว่าเป็นประโยชน์จากวันแรก (First day of school / 学校の初日) แบบละเอียดขึ้นนิดนึงค่ะ จะได้ไม่ตื่นเต้นเกินไปตอนถึงวันจริง 1) วันแรกเขาทำอะไรกันบ้าง? ส่วนใหญ่โรงเรียนภาษาจะยังไม่เริ่มเรียนทันที แต่จะเริ่มจากเช็กอิน/ทำบัตรนักเรียน รับตารางเรียน แนะนำกฎระเบียบ และที่สำคัญคือ “สอบวัดระดับ” เพื่อจัดคลาสให้เหมาะกับพื้นฐานเรา บางที่มีทั้งข้อสอบอ่าน-ไวยากรณ์-คันจิ และมีสัมภาษณ์สั้นๆ เพื่อดูการพูดด้วยค่ะ 2) เตรียมตัวยังไงก่อนสอบวัดระดับ จากประสบการณ์เรา ไม่ต้องกดดันว่าจะต้องทำให้ได้ระดับสูงสุด เพราะจุดประสงค์คือให้เราได้เรียนในห้องที่ตามทันและพัฒนาได้จริงๆ แต่ที่ช่วยได้คือทบทวนพื้นฐานฮิรางานะ/คาตาคานะ, รูปประโยค N5–N4 ที่ใช้บ่อย (です/ます, て形, ない形) และคันจิพื้นฐานเล็กน้อย ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะคะ เขาจะจัดให้เหมาะกับเราเอง 3) ของที่ควรพกไปวันแรก เราแนะนำให้พกพาสปอร์ต/บัตรประจำตัว, ปากกา ดินสอ ยางลบ, สมุดจดเล็กๆ, น้ำดื่ม และเงิน/บัตรเผื่อซื้อของที่โรงเรียนหรือกดตั๋วรถบัส บางโรงเรียนอยู่ไกล (อย่างของเราต้องขึ้นรถบัสไปทุกเช้า) การเผื่อเวลาเดินทางสำคัญมาก เพราะถ้ามาสายวันแรกจะเครียดกว่าเดิม 4) ถ้าโรงเรียนอยู่บนเขา/ต้องนั่งรถบัสไปเรียน ทริคของเราคือทดลองเส้นทางก่อน 1 วัน ถ้าเป็นไปได้ ลองดูจุดขึ้นรถ เวลารถออกจริง และดูว่าตอนเช้าคนแน่นไหม อีกอย่างคือเช็กสภาพอากาศ เพราะถ้าฝนตก/หิมะ (แล้วแต่ฤดู) เวลาเดินจากป้ายไปโรงเรียนอาจลื่น ควรรองเท้าที่เดินสบายค่ะ 5) พอจัดคลาสแล้วควรทำอะไรต่อ หลังรู้ระดับ เราชอบตั้งเป้าหมายเล็กๆ เช่น “สัปดาห์นี้จะกล้าพูดแนะนำตัวกับเพื่อนญี่ปุ่น/เพื่อนต่างชาติ 3 คน” หรือ “จะจดคำศัพท์ใหม่วันละ 10 คำ” เพราะการเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ญี่ปุ่นได้เปรียบตรงได้ใช้จริงทุกวัน ยิ่งกล้าพูด ยิ่งพัฒนาไวค่ะ 6) วิธีเอาตัวรอดในคลาสช่วงแรก ถ้าฟังไม่ทัน ให้จับคำคีย์เวิร์ดและจดไว้ก่อน แล้วค่อยกลับมาถามครู/เพื่อนตอนพัก เรามักเตรียมประโยคกันตายไว้ใช้บ่อยๆ เช่น “もう一度お願いします” (ขออีกครั้งได้ไหม) / “ゆっくり話してください” (พูดช้าๆ หน่อยได้ไหม) ช่วยลดความเกร็งมาก หวังว่าสรุปนี้จะช่วยให้คนที่กำลังเริ่มต้นการเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ญี่ปุ่นรู้สึกพร้อมขึ้นนะคะ วันแรกอาจตื่นเต้น แต่พอผ่านไปได้แล้วทุกอย่างจะเริ่มเข้าที่เอง