🤍รีวิวซื้อ Dior ที่โอซาก้า ถูกมากกกก✨

2/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนทักมาถามคำเดียวเลยว่า “ลายดีออ” คืออะไร? ในโพสต์นี้เราอยากขยายให้ชัดๆ เพราะเวลาเสิร์ชในกูเกิล คำนี้มักหมายถึง “Dior Oblique” หรือที่บางคนเรียกกันว่า “ลาย Monogram ของ Dior” นั่นเองค่ะ เป็นลายตัวอักษร Dior เรียงเป็นแพทเทิร์นซ้ำๆ ดูคลาสสิกและใส่แล้วรู้เลยว่าเป็น Dior ถ้าให้สังเกตง่ายๆ “Dior Oblique” จะมีเอกลักษณ์คือ - ตัวอักษร D-i-o-r ทับซ้อนกันเป็นลายทั้งผืน - โทนยอดฮิตคือสีกรม/น้ำเงินเข้ม, ดำ (Black Dior Oblique Jacquard) และบางรุ่นจะมีโทนเบจ - วัสดุที่เจอบ่อยคือ “Jacquard” (ผ้าทอลาย) ทำให้ลายดูมีมิติ ไม่ได้พิมพ์แบนๆ ของที่เราได้จาก Dior Shinsaibashi, Osaka คือกระเป๋าสตางค์แบบพับ Bifold Wallet สีดำ “Dior Oblique Jacquard” และต่างหู Clair D Lune (สีทองประดับคริสตัล) ซึ่งถ้าใครชอบลายดีออแบบใช้ง่ายๆ โทนดำคือแมตช์กับเสื้อผ้าง่ายมาก และดูเรียบกว่าโทนกรมนิดนึง เรื่องราคาที่หลายคนอยากรู้: รอบที่เราไป ราคาในญี่ปุ่นต่างจากช้อปไทยพอสมควร โดยกระเป๋าสตางค์เราเห็นป้ายราคา 74,777 เยน (ประมาณ 15,149 บาท) ขณะที่ราคาไทยอยู่ราว 21,000 บาท ส่วนต่างหู Clair D Lune 63,700 เยน (ประมาณ 12,905 บาท) เทียบกับไทยประมาณ 19,000 บาท สรุปคือ “ต่างกันหลักพันถึงราวๆ 6,000 บาท” ตามแต่รุ่นและอัตราแลกเปลี่ยนช่วงนั้นเลยค่ะ ทริคเล็กๆ สำหรับคนจะไปตำ “ลายดีออ” ที่ญี่ปุ่นให้คุ้ม: 1) ลองเช็คราคาไทยของรุ่นเดียวกันก่อน (จะได้รู้ส่วนต่างจริงๆ) แล้วจดชื่อรุ่นไว้ เช่น “Bifold Wallet Black Dior Oblique Jacquard” 2) เช็คงาน Jacquard ให้ละเอียด: ลายต้องคม เส้นทอแน่น ไม่มีด้ายรุ่ย มุมพับไม่ย่นผิดปกติ 3) เช็คอุปกรณ์ให้ครบ: กล่อง ถุงช้อปปิ้ง การ์ด/เอกสารตามที่ร้านให้ (แต่ละชิ้นอาจไม่เหมือนกัน) 4) ถ้าตั้งใจซื้อลาย Oblique แนะนำโทนดำหรือกรม เพราะกันเบื่อง่าย ใช้ได้นาน และมือสองก็ยังเป็นที่ต้องการ หวังว่าสรุปนี้จะช่วยให้คนที่เสิร์ชคำว่า “ลายดีออ” เข้าใจว่าเป็นลายไหน และตัดสินใจง่ายขึ้นว่าควรซื้อรุ่น Oblique แบบกระเป๋าสตางค์หรือเครื่องประดับดีค่ะ

ค้นหา ·
รีวิว dior shinsaibashi โอซาก้า